ตอนที่1 - 1
ความเย็นเยียบของซี่กรงเหล็กที่แนบชิดกับพวงแก้มปลุกให้สติที่หลับใหลอย่างเลือนรางของฟางหรูเยว่ค่อยๆ หวนกลับมา กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นคาวเลือดและของเสียที่ลอยวนอยู่ในอากาศชวนให้สะอิดสะเอียนจนแทบสำรอก หญิงสาวพยายามขยับตัว ทว่าความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปตามข้อต่อทุกสัดส่วน ร่างกายของนางหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่ง ลำคอแห้งผากและแสบร้อนราวกับมีเปลวเพลิงเผาไหม้อยู่ภายใน
นั่นคือผลพวงของยาพิษสลายกำลังที่ฮูหยินหลี่ แม่เลี้ยงของนางสั่งให้คนง้างปากกรอกลงคอเมื่อหลายคืนก่อน
ภาพเหตุการณ์ในจวนตระกูลฟางยังคงฉายชัดในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้น รสขมปร่าของยายังติดอยู่ที่ปลายลิ้น พร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของฟางหว่านอวี้ น้องสาวต่างมารดาที่แสร้งบีบน้ำตาเกาะขอบเตียง
“พี่หญิง ท่านรับสารภาพเถิด เพื่อรักษาหน้าของท่านพ่อ เพื่อรักษาวงศ์ตระกูลของเรา ท่านยอมเสียสละเถิดนะเจ้าคะ”
คำพูดเหล่านั้นช่างไพเราะและกรีดลึกลงไปถึงกระดูก แต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกมาเหยียบย่ำจนแหลกเหลว ไม่ใช่มารยาของสองแม่ลูกคู่นั้น ทว่าเป็นแผ่นหลังของฟางเจิ้งอี้... บิดาบังเกิดเกล้าที่ยืนหันหลังให้นางท่ามกลางแสงเทียนสลัวในห้องบรรพชน ชายผู้เป็นเสาหลักของจวน เสนาบดีผู้ทรงธรรม ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองบุตรสาวที่กำลังถูกมัดมือมัดเท้าและถูกผ้าอุดปาก เขาเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชาจนน่าขนลุก
“นำตัวนางออกไปให้พ้นจวน ประกาศออกไปว่าคุณหนูใหญ่ละอายต่อความผิดที่ลักลอบยักยอกทรัพย์สินตระกูล จึงผูกคอตายหนีความผิดไปแล้ว... ส่วนเรื่องศพ ปล่อยให้ฮูหยินจัดการ”
พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ทอดทิ้งนาง แต่พวกเขา ขายนาง
ฟางหรูเยว่แค่นยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตนเองในอดีต รอยยิ้มนั้นแห้งแล้งและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้ว นางเคยคิดว่าความกตัญญูและการยอมถอยจะทำให้บิดาเห็นใจ นางเคยคิดว่าการรักษากิริยามารยาทตามแบบฉบับคุณหนูในห้องหอจะทำให้นางปลอดภัย ทว่าสุดท้ายแล้ว ในสายตาของบิดา นางก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกโยนทิ้งเพื่อตัดตอนคดีทุจริต และในสายตาของแม่เลี้ยง นางคือสินค้าชิ้นงามที่สามารถทำกำไรเข้ากระเป๋าได้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ชื่อของฟางหรูเยว่จะถูกลบหายไปจากโลกนี้
หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เสื้อผ้าแพรพรรณเนื้อดีที่เคยสวมใส่ถูกเปลี่ยนเป็นชุดผ้าป่านหยาบกระด้างที่ทั้งขาดวิ่นและเปื้อนคราบโคลน ใบหน้าที่เคยงดงามหมดจดถูกทาบทับด้วยเขม่าขี้เถ้าเพื่ออำพรางสายตาผู้คน นางกวาดตามองไปรอบด้าน แสงสลัวจากคบเพลิงด้านนอกสาดส่องเข้ามาให้เห็นสภาพของนรกบนดิน ที่นี่คือ ตลาดมืดชายแดน แหล่งรวมเดนมนุษย์ที่รับซื้อขายทุกอย่างตั้งแต่ของเถื่อน สัตว์ร้าย ไปจนถึงมนุษย์ที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม
เสียงโซ่ตรวนกระทบกันดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้คุมกรง ร่างของทาสหญิงหลายคนที่อยู่ร่วมกรงเดียวกับนางต่างพากันถอยกรูไปขดตัวรวมกันอยู่ที่มุมมืดด้วยความหวาดกลัว ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกที่รอความตาย แต่ฟางหรูเยว่ไม่ขยับ นางเพียงนั่งหลังตรงพิงซี่กรงเหล็ก นัยน์ตาดอกท้อที่เคยอ่อนหวานบัดนี้ดำมืดและเยือกเย็นราวกับบ่อน้ำไร้ก้น
ความโศกเศร้าและความแค้นได้หลอมรวมกันจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ฟางหรูเยว่คนเดิมที่อ่อนแอและเฝ้ารอความเมตตาจากครอบครัวได้ตายไปแล้วตั้งแต่ถูกลากตัวออกจากประตูหลังของจวนตระกูลฟาง ตอนนี้เหลือเพียงวิญญาณอาฆาตที่พร้อมจะปีนป่ายขึ้นจากขุมนรกเพื่อกลับไปลากทุกคนที่ทรยศนางให้ลงมาชดใช้กรรม
"ลุกขึ้น! พวกสินค้าชั้นต่ำ ถึงเวลาขึ้นเวทีแล้ว!"
ชายร่างฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมเกรียมใช้กระบองไม้เคาะซี่กรงเหล็กเสียงดังสนั่น ก่อนจะไขกุญแจและกระชากแขนทาสหญิงทีละคนออกไปด้านนอก เมื่อถึงคราวของฟางหรูเยว่ ชายผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับสายตาของนาง มันไม่ใช่สายตาของสตรีที่กำลังหวาดกลัวหรือสิ้นหวัง แต่เป็นสายตาของนางพญาหมาป่าที่กำลังรอคอยจังหวะขย้ำคอเหยื่อ ทว่าความโลภก็บดบังความรู้สึกหวาดหวั่นนั้นไปจนหมดสิ้น มันกระชากโซ่ตรวนที่ล่ามข้อมือนางอย่างแรงจนหญิงสาวถลาไปข้างหน้า
