มอบลูกให้เขา ส่วนเรารอเอาหนังสือหย่า
รอยยิ้มเหยียดจากฮูหยินถูกส่งไปด้วยความสะใจ เด็กสาวผู้ต่ำต้อยผู้นี้แท้แล้วคือ อวี้หลานเอ๋อร์ บุตรสาวของอนุที่ไม่ได้รับการยินยอมจากตระกูล
แต่ไหนแต่ไรมาตระกูลอวี้ขึ้นชื่อเรื่องรักเดียวใจเดียวมาตลอด แต่จู่ๆ สามีของนางที่กลับจากราชการเพิ่งห่างบ้านไปเพียงครึ่งปีกลับมีอนุภรรยาแถมยังหอบท้องโตมาถึงตระกูลอวี้ แน่นอนว่าทั้งหญิงแพศยาและทารกในท้องไม่ได้รับการยอมรับให้เชิดหน้าชูตาในฐานะภรรยาแม้เพียงอนุ แต่ถูกเลี้ยงดูอาศัยในฐานะสาวใช้ทั้งแม่ทั้งลูก แต่นึกไม่ถึงเลยว่าหญิงไร้ยางอายผู้นั้นช่างใจเสาะนัก! ในวันที่เด็กน่าเกลียดนี่ลืมตาดูโลก นางก็จากไปอย่างสงบ
คิดว่าตายไปแล้วนางจะเอ็นดูทารกคนนั้นหรือ
ไม่มีทาง...ตอนนี้ลูกของผู้หญิงแพศยานั่นก็ยังคงเป็นสาวใช้ ไม่มีคนภายนอกรู้ด้วยซ้ำว่าท่านเสนาบดีมีบุตรสาวสองคน!
อวี้เหยินจ่งหันไปมองด้วยความตกใจแต่ก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ เขาทราบดีว่าตนเองแหกกฎตระกูลด้วยความเผลอไผลเพียงชั่ววูบ ขณะนั้นเขายังคงฐานะเป็นขุนนางต่ำต้อย ได้ออกตรวจราชการที่เมืองหยวนโหย่วและได้พบรักกับมารดาของหลานเอ๋อร์เข้า ตอนนั้นเขายังคิดน้อย...ไม่คิดเลยว่าถัดมามันจะกลายเป็นปมที่ถูกคนในตระกูลตราหน้ามาจนถึงทุกวันนี้
เขาเองไม่อยากยอมรับลูกคนนี้เช่นกัน!
“ออกไปก่อน”
เสียงเข้มๆ ว่า พยักพเยิดไปทางประตู
“ท่านพ่อ แต่นางแกล้งข้า”
“แค่นี้ปัญหายังไม่พออีกหรืออย่างไร! อย่าทำให้ข้าปวดหัวนักเลย!” ตวาดออกมาเสียงดังจนคนฟังสะดุ้ง น้ำตาเม็ดกลมเริ่มไหลเผาะตามโครงหน้ารูปไข่
ทว่าก่อนที่อวี้หลานเอ๋อร์จะได้พ้นจากสายตา นัยน์ตาฮูหยินกลับประกายวิบวับ
“เดี๋ยว” นางสั่งเพียงแค่นั้นก็ทำให้ฝีเท้าเล็กหยุดชะงัก “ท่านพี่ ในเมื่อหลานเอ๋อร์ก็เป็นบุตรของท่าน เหตุใดจึงไม่พิจารณานางดูเล่า” ส่งนางไปทนทุกข์ทรมานแทนซานเอ๋อร์ลูกรักของนางอย่างไร!
“เรื่องนั้น...”
“ฮูหยินหมายถึงอันใด โปรดชี้แนะหลานเอ๋อร์ผู้โง่เขลาด้วยเถิด”
นางหลุบตาลงต่ำแสร้งทำใคร่รู้จริงๆ คิดว่านางไม่รู้เรื่องที่ท่านอ๋องผู้นั้นคิดจะทำกับภรรยาหรือไร! คิดจะให้นางเป็นตัวแทนอวี้ฉิงซานสิไม่ว่า
“มีพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ ให้บุตรของข้าแต่งเข้าจวนอ๋อง”
บุตรของข้า...คำนี้ช่างเสียดแทงหัวใจยิ่งนัก นางรู้ดีว่าเขาหมายถึง พี่ใหญ่ ของนางเพียงผู้เดียว
“พี่ใหญ่มิเต็มใจใช่หรือไม่เจ้าคะ”
หันไปถามทั้งที่นางทราบคำตอบดี แต่ถามให้มั่นใจก็จะเป็นหลักฐานสำคัญมิใช่หรือว่านางไม่ได้คิดแย่งเกี้ยวของพี่สาว ต่อไปนางจะได้มิได้นำเรื่องนี้มาเป็นปัญหา หากวันหนึ่งอวี้ฉิงซานเกิดมิได้วิวาห์ขึ้นมา จะโทษนางไม่ได้เชียว!
“ข้าจะเต็มใจได้อย่างไร ในเมื่อ...”
“แล้วเจ้าเล่า อยากเป็นลูกกตัญญูต่อบิดาของเจ้าหรือไม่”
ฮูหยินเลิกคิ้วถาม มือแตะไปที่แขนอวี้ฉิงซานเบาๆ เป็นการเตือนว่าไม่ควรจะพูดอะไรออกไปมาก และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจในท่าทางนั้นเช่นเดียวกัน
“เรื่องนี้ข้าไม่มีสิทธิตัดสินใจได้ด้วยตนเอง”
นางปรายตามองไปยังผู้เป็นบิดาพลางเม้มปากแน่น ไหนเลยจะได้เห็นแววตาเป็นห่วงจากบุรุษผู้นี้
“หากยังมิได้ออกเรือนต้องเชื่อฟังบิดา เมื่อออกเรือนแล้วต้องเชื่อฟังสามี และเมื่อสามีสิ้นต้องเชื่อฟังลูก”
เฮอะ! นางหวังว่าจะได้รับความรักจากเขาบ้าง นางเฝ้ารอจนเลิกล้มความคิดนี่ไปเสียนานแล้ว ไหนเลยจะสู้ออกไปหาอิสระที่โลกกว้าง หาความสุขให้ตนเองดีกว่า!
“ท่านพ่อ...”
“หรือท่านอยากให้สกุลของเราต้องเดือดร้อน”
เสนาบดีปรายตามองอย่างกระอักกระอ่วน ในที่สุดก็ตัดสินใจเปล่งวาจา
“ถัดจากนี้อีกสามวัน เจ้าเตรียมตัวให้ดีเถิด...”
---------------------------------------------------------
“คุณหนู! ทั้งๆ ที่ได้ยินเต็มสองหู เหตุใดถึงได้รับปากไปเล่าเจ้าคะ”
ต่วนชิง เขย่าแขนอีกฝ่ายไปมาพลางถามด้วยสีหน้าร้อนรน ทั้งๆ ที่นางรู้อยู่เต็มอกว่าท่านอ๋องผู้นั้นเอ่ยออกมาเองกับปากว่าต้องการแค่ทายาท และที่เลวร้ายไปมากกว่านั้นคือร่วมหอครั้งเดียวก็เพียงพอ!
นั่นมิได้ต่างอะไรจากถูกส่งเข้าตำหนักเย็นเลยนะ!
“คุณหนู ท่านฟังคำข้าอยู่หรือไม่” เสียงเล็กๆ เอ่ยอีกครั้งอย่างกระวนกระวาย
อวี้หลานเอ๋อร์เพียงแต่ก้มลงหยิบจานขนาดเล็กจากตู้ไม้เตี้ยๆ พลางยิ้มสดใส ขนมดอกกุ้ยฮวาที่ลักลอบแอบไว้ยังส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายดีเชียว เหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เป็นเพราะอวี้ฉิงซานเคยบอกไว้ว่าขนมแสนอร่อยนี้มีนางผู้เป็นบุตรีของเสนาบดีที่ได้รับการยอมรับเท่านั้นที่สามารถทานได้
เหตุผลที่ไร้การตรึกตรองนั้นช่างไร้สาระยิ่ง เมื่อไม่อยากมีปัญหาก็ทำมันเสียเช่นนี้แหละ นางเองก็ชอบเหมือนกันนี่นา...แถมทั้งหมดนี่ก็เป็นนางที่ล้วนลงมือทำด้วยตนเอง จะไม่ลิ้มรสชาติเสียหน่อยนางก็โง่งมเหลือเกิน
“ก็เพราะข้าอยากออกไปจากที่นี่แล้วอย่างไรเล่า”
“ท่านอยากออกจากที่นี่ เพื่อไปถูกกักขังในจวนอ๋องหรือเจ้าคะ” ต่วนชิงยังส่ายหน้าไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาครอบครัวนี้ไม่เคยเหลียวแลอวี้หลานเอ๋อร์ในฐานะคุณหนูผู้สูงศักดิ์ด้วยซ้ำ แต่ทำไมนางถึงยอมรับความลำบากแทนคนในตระกูลนี้ด้วยเล่า!
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าฟังข้า...”
นางลอบถอนหายใจ ท่าทาง ‘คนสนิท’ ผู้นี้จะเป็นห่วงนางเกินหน้าเกินตาไปเสียแล้ว หลานเอ๋อร์ผู้นี้น่ะหรือจะออกจากกรงเงินไปหากรงทอง แบบนั้นคงขาดใจตายแย่
“ว่าที่สามีของข้าต้องการแค่ทายาทเท่านั้น นั่นหมายถึงหากข้ามอบทารกให้เขาไปสักคนแล้วค่อยให้เขาเขียนหนังสือหย่าให้ข้าสักฉบับ มันก็เป็นโอกาสของข้าที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขภายนอกมิใช่หรือ”
