บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 คืนแรกข้างเปลลูกน้อย 2

บทที่ 4 คืนแรกข้างเปลลูกน้อย 2

ระหว่างนั้น เสี่ยวเถายังคุกเข่าอยู่ข้างประตู ใบหน้าซีดเผือด น้ำตาไหลเงียบ ๆ ซีเยวี่ยปรายตามอง แต่ยังไม่เรียกให้ลุก

เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังจากระเบียง เหยาซูเหลียนมาถึงก่อน นางสวมเสื้อคลุมทับอาภรณ์นอน ผมเกลาลวก ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

“คุณหนูน้อยเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“ตัวเย็น ร้องไม่มีแรง แต่เวลานี้อุ่นขึ้นแล้ว” ซีเยวี่ยตอบ

หมอเหยาล้างมือในอ่างน้ำอุ่น ก่อนตรวจหน้าผาก ลำคอ และชีพจรเล็ก ๆ ของเด็ก นางฟังอาการจากแม่นมอย่างละเอียด แล้วกล่าวว่า “คงถูกลมเย็นและมีลมในท้อง ยังไม่เห็นอาการร้ายแรง ให้ห้องอุ่นพอดี อย่าปิดแน่นจนอบเกินไป คืนนี้คอยดูว่ามีไข้หรืออาเจียนหรือไม่”

คำวินิจฉัยฟังไม่ต่างจากสิ่งที่แม่นมคาด ซีเยวี่ยพยักหน้า แต่ยังถาม “ต้องใช้ยาหรือไม่”

“เด็กเพิ่งเกิด ไม่ควรใช้ยาหนัก บ่าวจะเตรียมน้ำต้มอ่อน ๆ ให้แตะริมฝีปากเพียงเล็กน้อย หากยังร้องมากค่อย”

“รอหมอเฉินมาก่อน”

เหยาซูเหลียนเงยหน้าขึ้น “ฮูหยินน้อยตามหมอเฉินด้วยหรือเจ้าคะ”

“ลูกยังเล็ก ข้าอยากฟังความเห็นสองคน”

“ย่อมได้เจ้าค่ะ” หมอเหยาตอบโดยไม่แสดงความขุ่นเคือง นางหันมองเตาและหน้าต่าง ก่อนสั่งสาวใช้เปลี่ยนตำแหน่งเปล “ฮูหยินน้อยเองก็ตัวเย็น มือสั่นมาก ควรดื่มน้ำขิงอุ่นสักถ้วย”

ซีเยวี่ยไม่ปฏิเสธ แต่กำชับให้ชิงหลัวเป็นผู้ต้มเอง

ครึ่งชั่วยามต่อมา หมอเฉินมาถึง เขาเป็นชายวัยห้าสิบกว่า หนวดเคราเปียกน้ำค้าง หลังตรวจอาหวานแล้วให้คำตอบใกล้เคียงกัน ทั้งยังชมว่าการแนบเด็กไว้กับอกและทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นถูกต้อง

“คืนนี้เฝ้าดูให้ดี หากหน้าผากร้อนจัด ริมฝีปากเขียว หรือไม่กินนม ให้ส่งคนตามข้าทันที” เขากล่าว “เวลานี้ไม่ต้องใช้ยา เพียงอย่าให้ถูกลมอีก”

ซีเยวี่ยจึงวางใจลงได้ส่วนหนึ่ง นางให้คนส่งหมอเฉินกลับ แล้วหันไปบอกหมอเหยาให้พักผ่อน เหยาซูเหลียนมองเด็กในอ้อมแขนของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฮูหยินน้อยดูแลคุณหนูได้ดีเกินกว่าที่บ่าวคาดเสียอีก”

“ข้าก็เพิ่งรู้ว่าตนทำได้”

“คนเป็นมารดาย่อมมีสัญชาตญาณเจ้าค่ะ” หมอเหยาหยุดเล็กน้อย “เพียงแต่ท่านอย่าฝืนจนล้มป่วย หากเกิดสิ่งใดกับฮูหยินน้อย คุณหนูจะยิ่งขาดคนดูแล”

ถ้อยคำคล้ายห่วงใย แต่คำว่า หากเกิดสิ่งใด ทำให้ซีเยวี่ยนึกถึงสายน้ำมืดอีกครั้ง นางเพียงพยักหน้า ไม่รับยาใดจากอีกฝ่าย

หลังหมอเหยากลับ ห้องจึงสงบลง อาหวานหลับได้ไม่นานก็ถ่ายเปื้อนผ้าห่อ ซีเยวี่ยไม่เคยเปลี่ยนผ้าอ้อมมาก่อน นางยืนดูชิงหลัวทำหนึ่งครั้ง แล้วขอลองด้วยตนเอง

ก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนผ้าอ้อม นางเรียกเสี่ยวเถาเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าอีกครั้ง สาวใช้ตัวเล็กสั่นจนไหล่กระเพื่อม คิดว่าตนคงถูกโบยแล้วขายออกจากจวนเป็นแน่

“คืนนี้เป็นเวรของผู้ใดบ้าง” ซีเยวี่ยถาม

“บ่าวเฝ้าเตาถ่าน แม่นมเฉียนเฝ้าคุณหนู ส่วนพี่อวี้เอ๋อร์ไปเอาน้ำร้อนเจ้าค่ะ”

“ผู้ใดสั่งให้เจ้าเปิดหน้าต่าง”

“ไม่มีผู้ใดสั่งเจ้าค่ะ บ่าวเห็นคุณหนูหน้าแดง เกรงว่าห้องจะร้อนเกินไปจึงเปิดเอง บ่าวไม่คิดว่าลมจะพัดเข้ามาแรงเช่นนี้”

แม่นมเฉียนรีบคุกเข่าตาม “เป็นความผิดบ่าวที่หลับไปชั่วครู่ หากบ่าวตื่นอยู่ย่อมเห็นหน้าต่างเจ้าค่ะ”

ซีเยวี่ยมองคนทั้งสอง นางยังโกรธจนปลายนิ้วเย็น ทว่าเมื่อนึกถึงชาติเดิมก็จำได้ว่าเคยเกิดเหตุคล้ายกัน อาหวานร้องตลอดคืนเพราะห้องอบอ้าว นางกลับสั่งโบยสาวใช้โดยไม่ถามสาเหตุ สุดท้ายไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องหน้าต่างอีก เด็กจึงป่วยหนักกว่าเดิม

“เสี่ยวเถาเปิดหน้าต่างโดยไม่ถาม ลงโทษหักเงินครึ่งเดือน” นางกล่าว “แม่นมเฉียนละเลยเวรยาม หักเงินหนึ่งเดือน ตั้งแต่คืนนี้จัดเวรครั้งละหนึ่งชั่วยาม ผู้รับเวรต้องลงชื่อกับชิงหลัวก่อนเปลี่ยนคน หากเห็นว่าห้องร้อนหรือเย็น ให้แตะมือเท้าคุณหนูแล้วเรียกแม่นม ห้ามตัดสินจากสีหน้าเพียงอย่างเดียว”

คนทั้งสองเงยหน้าขึ้นอย่างไม่เชื่อหู โทษนั้นยังนับว่าเบาเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกือบเกิดขึ้น

“ขอบพระคุณฮูหยินน้อยที่เมตตา”

“ข้าไม่ได้ละเว้นเพราะเมตตา” ซีเยวี่ยเอ่ย “ข้าต้องการให้พวกเจ้าจำว่าผิดตรงไหน หากเกิดซ้ำอีกจะไม่จบเพียงหักเงิน”

เสี่ยวเถากับแม่นมเฉียนโขกศีรษะรับคำ ครั้นถอยออกไป ชิงหลัวจึงนำกระดาษมาจดรายชื่อเวรตามคำสั่ง แบ่งหน้าที่เติมถ่าน ต้มน้ำ ตรวจหน้าต่าง และเฝ้าลมหายใจเด็กให้ชัดเจน

ซีเยวี่ยมองกระดาษแผ่นนั้นแล้วรู้สึกขมในอก การดูแลชีวิตเล็ก ๆ ต้องอาศัยเรื่องธรรมดามากมาย แต่ชาติเดิมนางไม่เคยรู้แม้แต่ว่าผู้ใดเฝ้าเตาถ่านให้ลูก

“ฮูหยินน้อยพักเถิดเจ้าค่ะ บ่าวทำได้”

“ครั้งนี้เจ้าทำ ครั้งหน้าให้ข้าทำ”

ชิงหลัวยิ้มทั้งที่ดวงตายังแดง “เจ้าค่ะ”

ครั้นจัดการเรียบร้อย อาหวานกลับไม่ยอมนอนในเปล วางลงเมื่อใดก็เบะปากร้อง ซีเยวี่ยจึงต้องอุ้มไว้แนบอก เดินไปมาระหว่างเตียงกับหน้าต่าง เสียงลมหายใจของเด็กค่อย ๆ สม่ำเสมอตามจังหวะหัวใจมารดา

ยามผ่านไปช้า ๆ ตะเกียงเติมน้ำมันสองครั้ง ถ่านในเตาลดลงแล้วถูกเติมใหม่ อาหวานตื่นกินนม เปลี่ยนผ้า แล้วหลับอยู่ในอ้อมแขนเดิม ซีเยวี่ยอ่อนล้าจนเปลือกตาหนัก แต่ทุกครั้งที่ชิงหลัวขอรับช่วง นางจะยอมเพียงครู่เดียว ก่อนเอื้อมมือมารับลูกกลับ

“ฮูหยินน้อยยังกลัวอยู่หรือเจ้าคะ” ชิงหลัวถามเบา ๆ

ซีเยวี่ยมองใบหน้าหลับสนิทของอาหวาน “ข้ากลัวว่าหากปล่อยมือ นางจะหายไป”

“คุณหนูอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ”

“ข้ารู้”

ทว่าคนซึ่งเคยตายมาแล้วรู้ดีว่า คำว่า อยู่ตรงนี้ อาจกลายเป็น สายเกินไป ได้ในชั่วข้ามคืน

ก่อนฟ้าสาง อาหวานจึงหลับลึกอยู่บนอกมารดา ซีเยวี่ยพิงหัวเตียง หลับไปทั้งที่แขนยังประคองร่างเล็ก ชิงหลัวนำผ้าห่มมาคลุมให้คนทั้งคู่ แล้วนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง

แสงแรกของวันลอดผ่านม่านหน้าต่าง เสียงฝีเท้าบุรุษหยุดอยู่หน้าประตูเรือนชิงอวี้

ชิงหลัวเงยหน้าขึ้น

หลังม่านไม้ไผ่ ไป๋เหิงจื้อยืนมองภรรยากับบุตรสาวโดยไม่ส่งเสียง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel