บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 คืนแรกข้างเปลลูกน้อย 1

บทที่ 4 คืนแรกข้างเปลลูกน้อย 1

กลางดึกวันที่ยี่สิบสามเดือนเก้า ลมเหนือพัดแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เมืองหลินโจวซึ่งเพิ่งพ้นฝนกลับเย็นเยียบ ประตูหน้าต่างตามเรือนต่าง ๆ ปิดสนิท โคมใต้ชายคาจวนสกุลไป๋ถูกดับไปทีละดวง กระทั่งเหลือเพียงแสงสลัวตรงเรือนชิงอวี้

ซีเยวี่ยสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องของอาหวาน

เสียงนั้นไม่เหมือนทุกครั้ง เด็กน้อยร้องเป็นช่วงสั้น ๆ แล้วเงียบไป ลมหายใจครางอยู่ในลำคอราวกับไม่มีแรง ซีเยวี่ยผลักผ้าห่มออก เอื้อมมือไปแตะร่างในเปลทันที

ปลายนิ้วของอาหวานเย็นเฉียบ

“ชิงหลัว!”

สาวใช้ซึ่งนอนเฝ้าอยู่หลังฉากกั้นรีบลุกจนชนเก้าอี้ล้ม “ฮูหยินน้อย มีสิ่งใดเจ้าคะ”

“จุดตะเกียง เรียกแม่นมเข้ามา”

ซีเยวี่ยพยายามอุ้มลูกขึ้น แต่เพราะลุกเร็วเกินไป สายตาพลันมืดวูบ ร่างเอนพิงเสาเตียง ชิงหลัวรีบเข้าประคอง มืออีกข้างยกตะเกียงมาส่อง

อาหวานห่อตัวอยู่ในผ้าหนา ทว่าใบหน้าซีดกว่าปกติ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ซีเยวี่ยแตะหน้าผาก ไม่ร้อน หากเย็นจนหัวใจมารดาหล่นวูบ

แม่นมหลิวกับแม่นมเฉียนวิ่งเข้ามาในเวลาไม่นาน คนหนึ่งรับเด็กไปตรวจผ้าห่อ อีกคนก้มมองเตาถ่าน

“ถ่านดับไปตั้งแต่เมื่อใด” แม่นมหลิวถาม

สาวใช้เฝ้าห้องนามเสี่ยวเถาคุกเข่าลง “ก่อนยามจื่อยังติดอยู่เจ้าค่ะ บ่าวเห็นห้องอุ่นมากจึงแง้มหน้าต่างไว้เล็กน้อย ไม่คิดว่าลมจะเปลี่ยนทิศ”

ซีเยวี่ยหันไปมอง ช่องหน้าต่างด้านใต้เปิดกว้างกว่าฝ่ามือ ม่านบางถูกลมพัดปลิว ลมเย็นไหลตรงมายังข้างเปลพอดี

“ปิดหน้าต่าง จุดเตาใหม่ แต่อย่ายกมาใกล้เด็กเกินไป” นางสั่ง พลางรับอาหวานกลับมา “เตรียมน้ำอุ่นกับผ้าสะอาด แล้วส่งคนไปตามหมอ”

เสี่ยวเถารีบโขกศีรษะ “บ่าวผิดไปแล้ว ฮูหยินน้อยโปรดเมตตา”

“เวลานี้ช่วยเด็กก่อน เรื่องความผิดค่อยว่ากัน”

คำสั่งดังขึ้นต่อเนื่องแต่ไม่สับสน ชิงหลัวรีบแบ่งคนไปทำหน้าที่ แม่นมหลิวใช้ผ้าอุ่นห่อเท้าทารก แล้วบอกให้ซีเยวี่ยกอดลูกแนบอกเพื่อให้ความอบอุ่นค่อย ๆ ซึมกลับมา

ซีเยวี่ยคลายอาภรณ์ด้านหน้า วางอาหวานชิดผิวแล้วใช้เสื้อคลุมทั้งตัวเด็กกับตนเอง ความเย็นจากร่างเล็กทำให้นางสั่น แต่แขนทั้งสองกลับกอดมั่นคงขึ้น

“อาหวาน แม่อยู่นี่”

ทารกครางเบา ๆ ศีรษะซบอยู่เหนือหัวใจมารดา ซีเยวี่ยลูบหลังเล็กเป็นวงช้า ๆ ตามที่แม่นมสอน นางไม่กล้าถามว่าเด็กจะเป็นอะไรหรือไม่ เพราะกลัวคำตอบ แต่ทุกครั้งที่อาหวานเงียบเกินไป นางจะก้มฟังลมหายใจจนแน่ใจว่ายังมีอยู่

ไม่นานเตาถ่านถูกจุดขึ้นใหม่ กลิ่นควันจาง ๆ ลอยในห้อง ชิงหลัวปิดช่องลมและแขวนม่านหนากว่าเดิม แม่นมเฉียนนำถุงน้ำอุ่นห่อผ้ามาวางใกล้ปลายเท้า โดยไม่ให้สัมผัสผิวเด็กตรง ๆ

“หมอเหยาอยู่เรือนตะวันตก บ่าวส่งคนไปแล้วเจ้าค่ะ” ชิงหลัวรายงาน

ซีเยวี่ยชะงัก “ส่งคนไปตามหมอประจำจวนด้วย”

“หมอเฉินกลับบ้านไปตั้งแต่หัวค่ำ เกรงว่าจะใช้เวลาครึ่งชั่วยาม”

“เช่นนั้นให้คนขี่ม้าไป”

ชิงหลัวรับคำ แม่นมทั้งสองมองหน้ากัน ไม่มีผู้ใดถามว่าเหตุใดจึงต้องตามหมอสองคน ในจวนนี้หมอเหยาเป็นผู้ดูแลฮูหยินน้อยกับคุณหนูมาตลอด การเรียกหมอเฉินกลางดึกย่อมฟังคล้ายไม่ไว้วางใจ

ซีเยวี่ยไม่สนใจสายตาเหล่านั้น

ชาติก่อนนางมอบทั้งชีวิตไว้ในมือคนเพียงคนเดียว ครานี้เรื่องของลูก นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดตัดสินลำพัง

อาหวานเริ่มขยับตัว ความเย็นตรงปลายนิ้วลดลงเล็กน้อย แต่กลับร้องขึ้นอีกครั้ง ท้องน้อยแข็งและเท้าถีบอยู่ใต้ผ้า แม่นมหลิวคลำดูแล้วกล่าวว่า “คุณหนูน้อยอาจมีลมในท้องด้วยเจ้าค่ะ เมื่อหัวค่ำกินนมเร็วมาก บ่าวอุ้มเรอแล้วแต่ไม่ออก”

“ต้องทำอย่างไร”

แม่นมแสดงวิธีอุ้มพาดบ่า ใช้ฝ่ามือลูบขึ้นจากกลางหลัง ซีเยวี่ยทำตามอย่างระวัง ตอนแรกมือของนางแข็งเกินไป แม่นมจึงช่วยจัดท่าให้ใหม่

“รองคอไว้เช่นนี้เจ้าค่ะ แล้วลูบ ไม่ต้องตบแรง”

ซีเยวี่ยพยักหน้า นางอุ้มลูกเดินช้า ๆ อยู่ข้างเตียง แม้ทุกก้าวทำให้บาดแผลปวดหน่วง นางก็ไม่ยอมส่งให้ผู้อื่น ผ่านไปครู่หนึ่ง อาหวานเรอออกมาเสียงเล็ก ก่อนร้องไห้ดังเต็มแรง

เสียงร้องครั้งนี้กลับทำให้คนทั้งห้องถอนหายใจอย่างโล่งอก

อย่างน้อยเด็กยังมีแรง

“คงหิวแล้วเจ้าค่ะ” ชิงหลัวกล่าว

ซีเยวี่ยนั่งลงบนเตียง ให้นมลูกทั้งที่ร่างยังสั่นจากความตกใจ อาหวานดูดได้เพียงครู่ก็หยุด ใบหน้าบิดเบี้ยว แล้วร้องใหม่ นางลองเปลี่ยนข้าง เปลี่ยนท่า และให้แม่นมช่วย กระทั่งเด็กกินนมได้ต่อเนื่อง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel