บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 หวนคืน 1

บทที่ 1 หวนคืน 1

ปลายฤดูใบไม้ร่วง รัชศกหย่งผิงปีที่สิบสอง ฟ้ายังไม่สว่างดี หมอกสีขาวลอยต่ำเหนือกำแพงเมืองหลินโจว น้ำค้างเกาะปลายหญ้าในสวนจวนสกุลไป๋ ลมยามเหม่าแทรกผ่านช่องหน้าต่าง ส่งกลิ่นถ่านสนกับกลิ่นยาต้มอ่อน ๆ เข้ามาในเรือนชิงอวี้

เสียงร้องของทารกดังอยู่หลังม่าน

เจิ้งซีเยวี่ยลืมตาขึ้นพร้อมลมหายใจเฮือกใหญ่ ร่างทั้งร่างกระตุกประหนึ่งเพิ่งถูกฉุดขึ้นจากก้นสระ มือสองข้างคว้าผ้าห่มแน่น น้ำเย็นซึ่งควรอุดเต็มปากและจมูกกลับไม่มี เหลือเพียงรสขมติดปลายลิ้นกับความเจ็บตึงตรงท้องน้อย

นางหอบหายใจ มองคานไม้เหนือเตียงอย่างเลื่อนลอย

คานนั้นทาด้วยน้ำมันสีเข้ม มีลายเมฆมงคลแกะอยู่ตรงมุม ผ้าม่านเตียงสีชาดยังใหม่ ไม่มีรอยซีดจากควันตะเกียง ตุ้มหยกซึ่งแขวนอยู่ข้างเสาแกว่งเบา ๆ ตามลม เสียงกระทบกันใสกังวาน

นี่ไม่ใช่ศาลาริมน้ำ

และไม่ใช่ปรโลก

“อุแว้”

เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้ง ครานี้ใกล้จนกลางอกของซีเยวี่ยสั่นสะท้าน นางพยายามลุก ทว่าทันทีที่ขยับ ความปวดหน่วงก็แล่นจากเอวลงไปถึงหว่างขา ร่างกายอ่อนแรงจนข้อศอกทรุดกลับลงบนฟูก

ม่านเตียงถูกเปิดออกในทันใด

“ฮูหยินน้อย!”

ใบหน้าของชิงหลัวปรากฏตรงหน้า สาวใช้ยังดูอ่อนเยาว์ แก้มไม่ตอบ ดวงตาไม่มีรอยบวมจากการร้องไห้หลายเดือนดังภาพสุดท้ายในความทรงจำ นางสวมเสื้อนอกสีเขียวอ่อนซึ่งซีเยวี่ยจำได้ว่าเป็นชุดที่ตัดให้ก่อนคลอด

ชิงหลัวรีบประคองนายหญิง พลางหันไปเรียกคน “ฮูหยินน้อยฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอเหยา!”

คำว่า หมอเหยา ทำให้ปลายนิ้วของซีเยวี่ยเย็นเฉียบ

เงาร่างบนศาลาริมน้ำผุดขึ้นในหัว มือข้างหนึ่งแตะต้นแขน เสียงอ่อนโยนเตือนให้ระวัง ก่อนปล่อยให้นางร่วงลงไป

นางจำใบหน้าไม่ได้

จำได้เพียงเสียง

ทว่าเวลานี้ความทรงจำนั้นยังคลุมเครือราวเงาจันทร์ใต้ผิวน้ำ ยิ่งพยายามคว้า ภาพยิ่งแตกกระจาย ซีเยวี่ยจึงหันมองรอบห้องแทน เตาอุ่นตั้งอยู่ตรงมุม ผ้าอ้อมผืนเล็กพาดบนราวไม้ โคมกระดาษข้างเตียงเขียนอักษรคำว่า มงคล ด้วยหมึกแดง

บนโต๊ะเตี้ยมีปฏิทินวางเปิดอยู่

วันที่สิบเก้า เดือนเก้า รัชศกหย่งผิงปีที่สิบสอง

ซีเยวี่ยจ้องตัวเลขจนดวงตาเจ็บ วันที่นี้นางจำได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ไม่มีวันลืม อาหวานถือกำเนิดเมื่อวันที่สิบหกเดือนเก้า นางเสียเลือดมากและหมดสติไปเกือบสองวัน ครั้นฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่ถามหาลูก หากแต่ถามชิงหลัวว่าไป๋เหิงจื้อกลับจวนหรือยัง

วันที่สิบเก้าเดือนเก้า...

สามวันหลังคลอด

“ชิงหลัว” นางเรียก เสียงสั่นจนแทบไม่เป็นคำ “ปีนี้ปีใด”

สาวใช้ชะงัก “รัชศกหย่งผิงปีที่สิบสองเจ้าค่ะ”

“ข้าแต่งเข้าจวนไป๋มานานเท่าใดแล้ว”

ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าชิงหลัว นางยกมือแตะหน้าผากนายหญิง “หนึ่งปีสองเดือนเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยจำไม่ได้หรือ ท่านปวดศีรษะตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ”

หนึ่งปีสองเดือน

ซีเยวี่ยหลุบตาลงมองมือของตน นิ้วทั้งสิบขาวซีด เล็บสั้นและสะอาด ไม่มีรอยช้ำจากการดิ้นรนในน้ำ ไม่มีบาดแผลจากเศษถ้วยยา นางยกมือแตะลำคอ ผิวตรงนั้นอุ่น เลือดกำลังเต้นอยู่ใต้ปลายนิ้ว

นางยังมีชีวิต

ไม่สิ นางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ความคิดนั้นควรทำให้นางยินดี ทว่าความหวาดกลัวกลับพุ่งขึ้นมาจากท้องจนร่างสั่น หากทั้งหมดเป็นเพียงฝันก่อนตายเล่า หากนางยื่นมือไปหาเด็กแล้วทุกสิ่งแตกสลาย หากพอลืมตาอีกครั้งยังคงอยู่ใต้สายน้ำเย็นเยียบเล่า

เสียงร้องของทารกดังขึ้นราวตอบคำถาม

ซีเยวี่ยหันขวับ “ลูกข้าอยู่ที่ใด”

“คุณหนูน้อยอยู่ห้องด้านในเจ้าค่ะ แม่นมกำลังปลอบ นางร้องมาตั้งแต่ก่อนยามเหม่า คงหิวแล้ว” ชิงหลัวตอบ แล้วสีหน้าพลันลำบากใจ “เมื่อคืนฮูหยินน้อยสั่งว่าไม่ให้พาเข้ามาใกล้ เพราะเสียงร้องรบกวนการพักผ่อน บ่าวจึง”

“อุ้มนางมา”

ชิงหลัวนิ่งงัน

“เจ้าไม่ได้ยินหรือ ข้าบอกให้อุ้มลูกมาให้ข้า”

“แต่หมอเหยากำชับว่าร่างกายท่านยังอ่อนแรง และฮูหยินน้อยเองก็...”

คำพูดขาดหายกลางประโยค ชิงหลัวไม่กล้าเอ่ยว่านายหญิงเคยผลักเปลเด็กออกจากห้องตั้งแต่คืนแรก เพราะหงุดหงิดที่คุณชายใหญ่ไม่กลับมาค้างในเรือน

ซีเยวี่ยเห็นความลังเลนั้นชัดเจน นางจำได้ทุกอย่าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel