บทนำ 1-2
จวนตระกูลลู่
ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ อากาศค่อนข้างแจ่มใสเป็นอย่างมาก ต้นไม้ใหญ่เริ่มมีใบไม้สีเขียวขจีแตกยอดอ่อนหลายใบ มองดูแล้วให้ความรู้สึกที่สดชื่นมีชีวิตชีวาไม่น้อย ผู้คนต่างเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่เบาสบายมากขึ้น หลังจากที่ต้องทนเหน็บหนาวกับสภาพอากาศที่เย็นยะเยือกมาร่วมหลายเดือน
"อาซี คุณหนูตื่นหรือยัง ข้าซื้อขนมดอกท้อจากร้านหลินเยี่ยนโหลวมาให้คุณหนูด้วย"
"ยังเลยพี่อาหลิง วันนี้คุณหนูบ่นว่าปวดหัว อยากจะนอนพักนานหน่อย ท่านก็ฝากขนมนี่เอาไว้กับข้าเถิด รอคุณหนูตื่นเมื่อใด ข้าจะเอาไปให้คุณหนูเอง"
"เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าแล้ว"
"รบกวนอะไรกันเล่า"
อาซีท้วงอย่างไม่เห็นเป็นจริงเป็นจัง อาหลิงยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อส่งห่อขนมให้อาซีแล้วก็ไปจัดการงานของตนเองต่อ
พวกนางสองคนคือสาวใช้คนสนิทของคุณหนูจินซิน ซึ่งติดตามมาจากบ้านเดิม
สายลมโบกโบยพัดพริ้วเข้ามาในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงมีอาการกระสับกระส่าย นางรู้สึกเย็นวาบไปทั้งใบหน้าจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา คล้ายว่าทุกสิ่งรอบกายหยุดนิ่ง สายลมเมื่อครู่ก็หยุดพัดไหวไปชั่วขณะ จินซินกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะดีดกายลุกขึ้นมาจากเตียงนอน
นี่มันเรื่องอันใดกัน ก่อนหน้านี้นางปลิดชีพตนไปแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงมานอนอยู่บนเตียงในจวนตระกูลลู่ได้อีกเล่า
หรือว่านี่จะเป็นชีวิตหลังความตาย!
เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงยิ้มเย้ยหยันตนเองเพราะชาติที่แล้วนางทำบาปมามากมายอย่างนั้นหรือ หลังจากตายแล้วจึงถูกกักขังวิญญาณเอาไว้ในจวนตระกูลลู่จนไม่ได้ไปผุดไปเกิดสินะ
จะต้องเป็นเช่นนี้แน่ๆ
"คุณหนูท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ หิวหรือไม่ เมื่อครู่อาหลิงเพิ่งจะนำขนมดอกท้อจากร้านขนมหลินเยี่ยนโหลวมาให้ ท่านจะรับเลยหรือไม่เจ้าคะ"
ร้านขนมหลินเยี่ยนโหลว!
จินซินหันขวับมาทันที เจอกับอาซีสาวใช้น้อยของตน นางจำได้ว่าก่อนหน้านี้อาซีถูกนางสั่งโบยจนตายไปแล้วเพราะขัดคำสั่งของนาง ส่วนอาหลิงก็ถูกนางจับแขวนคอตายเพราะไม่เชื่อฟัง แล้วเหตุใดยามนี้สาวใช้ทั้งสองของนางจึงยังมีชีวิตอยู่อีกเล่า?
หญิงสาวรู้สึกสับสนมึนงงจนลืมตอบคำถามของอาซีไปชั่วขณะ อยู่ๆ นางก็รู้สึกเวียนหัวจนต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง นางหลับตาลงภาพทุกอย่างก็ประเดประดังเข้ามาราวกับสายน้ำหลาก
เป็นเรื่องชั่วช้าทั้งหมดที่นางเคยทำเอาไว้
"คุณหนู"
เสียงของอาซีทำให้จินซินพลันได้สติ นางลืมตาขึ้นมาแล้วหันมาจ้องมองอาซี ทำเอาอาซีขนลุกวาบ ทุกครั้งที่คุณหนูของนางจ้องมองบ่าวไพร่เช่นนี้ ล้วนไม่ใช่เรื่องดีทำให้อาซีตัวสั่นน้อยๆ รีบก้มหน้าลงทันที
"บ่าวไม่รู้ความ มารบกวนเวลานอนของคุณหนู ช่างสมควรตายยิ่งนัก ขอคุณหนูโปรดลงโทษ!"
"อาซี"
"จะ.. เจ้าคะ"
"ปีนี้คือรัชศกที่เท่าใด"
อาซีชะงักไปเล็กน้อย นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดอยู่ๆ คุณหนูจึงถามนางเช่นนี้
"เอ่อ รัชศกหงเยี่ยนปีที่สองเจ้าค่ะ"
รัชศกหงเยีี่ยนปีที่สองอย่างนั้นหรือ?
เท่ากับว่าในยามนี้นางมีอายุเพียงสิบสี่ปี และเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในจวนตระกูลลู่ ตระกูลจินและตระกูลลู่เป็นสหายสนิทกัน หลังจากที่บิดานางตายจากไปพวกเขาก็รับนางมาอยู่ที่จวนตระกูลลู่ตามที่ได้สัญญากับบิดานางเอาไว้ ตระกูลลู่ดูแลเลี้ยงดูนางประดุจบุตรสาวคนหนึ่ง โหวฮูหยินก็ดีกับนางมาก สองสามีภรรยาบอกกับนางว่า รอนางผ่านพิธีปักปิ่นเมื่อใด จะให้นางแต่งงานกับลู่จื่อเซวีียน ซื่อจื่อจวนโหว บุตรชายเพียงคนเดียวของพวกเขา
ทว่าทุกอย่างกลับผิดพลาดไปเสียหมด นางไม่ได้แต่งงานกับลู่จื่อเซวียน และยังทำให้ตระกูลลู่พินาสย่อยยับทั้งตระกูล
ทุกคนตายเพื่อปกป้องช่วยเหลือนาง แล้วนางเล่าเคยทำสิ่งใดเพื่อใครบ้าง
ไม่มีเลย นางเห็นแก่ตัวจนสลักเข้าไปถึงในกระดูก!
จินซินรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดอยู่ในลำคอจนนางเอ่ยวาจาใดออกมาไม่ได้ มีเพียงน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย ทำเอาอาซีที่ได้เห็นมือไม้ลนลานทำสิ่งใดไม่ถูก
"คุณหนู เหตุใดจึงร้องไห้เช่นนี้เล่าเจ้าคะ คุณหนู!"
จินซินไม่ตอบ นางลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น สวรรค์! นี่นางย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในร่างของตนเองตอนที่มีอายุเพียงสิบสี่ปี ยามนี้นางยังไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายอะไรที่ทำให้คนรอบข้างต้องตายโดยไร้ที่ฝัง นางยังไม่ได้พบเจอกับฉินหงเย่คนชั่วช้าที่หลอกใช้นาง และยังไม่ได้แต่งเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมคนโปรดของฉินหงเยี่ยน
นางทั้งดีใจและเสียใจมันเป็นความรู้สึกที่ตีกันในหัวจนนางสับสนไปหมด อาซีเดินเข้ามาหาเจ้านายอย่างกล้าๆ กลัวๆ เลยถูกจินซินคว้าตัวไปกอดเอาไว้ อาซีตกใจมาก แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยเห็นคุณหนูของตนเองเป็นเช่นนี้มาก่อน
"คุณหนู!"
"ข้าขอโทษ ข้าขอโทษพวกเจ้า ฮือ"
นางพูดคำว่าขอโทษซ้ำไปซ้ำมาอยู่เช่นนั้นจนอาซีอดที่จะร้องไห้ตามไม่ได้ ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจินซินจะสงบใจลงได้
เมื่อได้สติกลับมาแล้ว จินซินก็จัดการล้างหน้าล้างตาจนสะอาด อาซีนำขนมดอกท้อมาให้แต่นางกลับกินไปเพียงไม่กี่ชิ้น ก่อนจะบอกให้อาซีเอาไปแบ่งให้อาหลิงกิน อาซีถึงกับงงเป็นตาแตกที่อยู่ๆ เจ้านายของตนก็ใจดีขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเช่นนี้
"คุณหนู ให้บ่าวอยู่เป็นเพื่อนดีไหมเจ้าคะ"
"ไม่ต้องหรอก ข้าอยู่คนเดียวได้ ข้าไม่เป็นอะไร"
“เจ้าค่ะ หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวได้เลยนะเจ้าคะ บ่าวยืนเฝ้าหน้าประตูไม่ไปไหน”
“อืม”
กล่าวจบอาซีก็เดินออกไป เมื่อจินซินได้ใช้เวลาอยู่เพียงลำพังก็คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในหัวก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ ดวงตาของหญิงสาวพลันเปล่งประกายแน่วแน่ขึ้นมา
ในเมื่อนางได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ต่อไปนี้นางจะขีดเขียนโชคชะตาของตนเองใหม่ พาตนเองเดินบนเส้นทางที่ถูกที่ควร ไม่ทำเรื่องชั่วช้า ไม่ทำร้ายใครอีก และนางจะตอบแทนบุญคุณของคนตระกูลลู่อย่างดีที่สุด
