บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ไม่ชอบหน้า

เมื่อใคร่ครวญทุกอย่างครบถ้วนแล้ว จินซินก็คิดแล้วว่านับแต่นี้นางจะปรับปรุงตัวใหม่ แม้ว่ามันจะยากไปสักนิดที่จะทำให้ทุกคนยอมรับในตัวนาง แต่นางก็จะทำอย่างสุดความสามารถ

เรื่องราวที่ผ่านมานางไม่โทษใครทั้งสิ้น หากจะโทษก็ต้องโทษตัวเอง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเพราะนางทำตัวเองทั้งสิ้นจะโทษผู้ใดได้

หญิงสาวถอนหายใจออกมาแล้วเรียกให้อาซีและอาหลิงมาช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ สาวใช้สองนางรีบเดินเข้ามาด้วยท่าทีหวาดหวั่น ก่อนจะปรนนิบัติเจ้านายอย่างนอบน้อม พวกนางรู้ดีกว่าใครว่าหากทำพลาดแม้เพียงนิดเดียว จะต้องถูกคุณหนูตบตีอย่างแน่นอน

จินซินมีหรือจะมองไม่ออกว่าอาซีและอาหลิงหวาดกลัวนางมากเพียงใด จะไม่ให้กลัวได้อย่างไรเล่า ชาติก่อนนางใจคออำมหิตยิ่งนัก

มารดาของนางตายจากไปตั้งแต่วัยเยาว์ ตระกูลจินเป็นตระกูลคหบดีใหญ่บิดาก็เลี้ยงดูนางมาอย่างตามใจตั้งแต่เด็ก สิ่งใดที่คุณหนูในเมืองหลวงได้นางล้วนมีทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้มันจึงทำให้นางจิตใจบิดเบี้ยว ชอบเอาชนะ คิดว่าตนเองสูงส่งเหนือผู้ใด จะกดข่มเหงใครเช่นไรก็ได้ นิสัยเสียเช่นนี้ติดตัวนางจนแก้ไม่หาย ผู้ใดเตือนนางก็ไม่ฟัง บ่าวไพร่ทำให้ไม่พอใจนางก็โบยตีจนตาย

จินซินลอบไว้อาลัยให้แก่ตนเอง นิสัยเสียเช่นนี้ไม่แปลกที่บ่าวไพร่่จะหวาดกลัวนาง

"อาซี อาหลิง ต่อไปพวกเจ้าไม่ต้องกลัวข้าถึงเพียงนี้ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายพวกเจ้าอีกแล้ว"

อาซีและอาหลิงหันขวับไปสบตากันทันที ราวกับจะสนทนากันผ่านสีหน้าว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายของพวกนางกันแน่ หรือว่านอนกลางวันนานเกินไปจนสติสะตังไม่ปกติไปเสียแล้ว

จินซินรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร่ำไห้ไม่ออกขึ้นมา

"ทำไม ข้าอยากเป็นเจ้านายที่ใจดีบ้างไม่ได้หรือ"

"หามิได้เจ้าค่ะ อย่างไรคุณหนูของบ่าวก็ดีที่สุด"

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ”

อาซีและอาหลิงเอ่ยยกยอเจ้านายตนเองอย่างออกนอกหน้า จินซินยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือของตนไปลูบศีรษะของสาวใช้ทั้งสอง

"พวกเจ้าสองคนรับใช้ข้ามานาน ทนรองรับอารมณ์ข้ามาก็มากเช่นกัน นับแต่นี้ไปข้าจะทำดีกับพวกเจ้าให้มาก เวลานี้ข้าคิดตกแล้ว ว่าข้าทำตัวไม่ดีมาโดยตลอด เมื่อไม่มีท่านพ่อท่านแม่แล้ว ข้ามาอาศัยอยู่บ้านคนอื่นก็ไม่ควรสร้างปัญหาให้พวกเขาต้องหนักใจ"

อาซีและอาหลิงเมื่อได้ฟังเช่นนั้นดวงตาก็เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา บ่าวทั้งสองตื้นตันใจก้มหน้าเช็ดน้ำตาเงียบๆ จินซินยิ้มด้วยความเอ็นดูสาวใช้คนสนิท ชาติแล้วนางมัวแต่ทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง เมื่อได้มาย้อนมองดูก็พบว่าแท้จริงแล้ว ความสุขมันก็อยู่รอบตัวนางนี่เอง

"รีบแต่งตัวให้ข้าเถอะ อีกเดี๋ยวจะไปไม่ทันมื้อเย็น"

“เจ้าค่ะ"

"ว่าแต่อาซานเล่าเขาไปไหน"

"พี่อาซานกลับไปที่จวนตระกูลจินเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้คุณหนูสั่งให้เขาไปจัดการเรื่องร้านค้าที่นั่น คุณหนูจำไม่ได้แล้วหรือเจ้าคะ"

อาหลิงเอ่ยตอบ จินซินเมื่อฟังจบก็ร้องอ้อในใจ หลายวันก่อนนางให้หยางซานไปจัดการเรื่องร้านค้าที่บ้านเดิมนี่นา เขาไปหลายวันแล้วคาดว่าอีกไม่นานคงจะกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว

เมื่อคิดถึงหยางซาน ความเศร้าก็ปรากฎขึ้นในใจของจินซินไม่หยุด เขาตายแทนนาง ก่อนตายยังสารภาพรักกับนาง นางไม่เคยรู้เลยว่าหยางซานมีใจให้นางมาโดยตลอด

หยางซานอายุสิบแปดปีเขาเป็นบ่าวที่ท่านพ่อของนางเมตตาเก็บมาเลี้ยงดูตั้งแต่เขาอายุได้เพียงหกขวบ บิดารักเอ็นดูเด็กชายผู้นี้ไม่น้อย ชายหนุ่มเติบโตมาพร้อมกับนาง และยังตามใจนางทุกอย่างทั้งดูแลนางอย่างดี ยอมให้นางทุบตีโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ ต่อให้ที่ผ่านมานางจะทำเรื่องเลวร้ายมากเพียงใดมีเพียงเขาเท่านั้นที่ไม่เคยเกลียดชังนาง แต่นางกลับมองเขาเป็นเพียงบ่าว จะทำเช่นไรกับเขาก็ได้

นางช่างเกินจะเยียวยาแล้วจริงๆ

จินซินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากแต่งตัวเสร็จได้ไม่นาน ก็มีคนจากเรือนใหญ่มาแจ้งว่า ท่านลุงท่านป้าเรียกนางให้ไปกินมื้อเย็นด้วยกันที่เรือนใหญ่ จินซินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบเดินออกจากเรือนของตนทันที

ระหว่างทางที่เดินไปยังเรือนใหญ่ มีบ่าวไพร่หลายคนเดินผ่านทางมา เมื่อพวกเขาเห็นนางก็จะรีบหยุดเดินและทำความเคารพ เมื่อนางหันไปมอง พวกเขาก็จะก้มหน้ารีบหลบสายตากันเป็นพัลวัน จินซินถึงกับพูดไม่ออก ชาติที่แล้วนางรังแกบ่าวพวกนี้อย่างใจร้าย ใครทำสิ่งใดไม่ถูกใจนางก็ตีก็ด่า อีกทั้งยังวางอำนาจบาตรใหญ่และบอกว่าอีกไม่นานนางก็คือฮูหยินคนใหม่ของจวนโหว หากมีบ่าวไพร่คนใดกล้าไม่เคารพนางจะต้องตายสถานเดียว

นิสัยแบบนี้ช่างบัดซบจริงๆ!

จินซินส่ายหน้าไปมาเบาๆ อย่างละอายแก่ใจ นางรีบสาวเท้าเดินไปตามทางจนกระทั่งมาถึงเรือนใหญ่ เมื่อเดินเข้ามาด้านในเรือนก็พบกับลู่โหวและโหวฮูหยินกำลังนั่งรออยู่ และยังมีลู่จื่อเซวียนที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่ด้วย เมื่อเขาเห็นว่านางมาถึงแล้ว ก็ปรายตามองนางอย่างไม่สบอารมณ์แวบหนึ่ง

จินซินเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะทิ้งกายนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่ม นางรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ชอบนาง ที่เขาไม่ชอบไม่ใช่เพราะว่าถูกจับหมั้นหมายกับนางปากเปล่า แต่เพราะนางทำตนเองทั้งนั้น นางทำให้เขารังเกียจจนไม่อยากจะแต่งงานด้วย

แต่แม้จะเกลียดนางมากเพียงใด ในชาติที่แล้วเขาก็ยังเลือกที่จะช่วยนาง

"ขออภัยที่ข้ามาสายเจ้าค่ะ"

โหวฮูหยินชะงักอึ้งไปชั่วขณะที่ได้ยินจินซินเอ่ยเช่นนี้ แต่ไหนแต่ไรเด็กคนนี้มาสายไม่พอยังชักสีหน้าไม่หยุด ถึงขนาดเขวี้ยงชามข้าวใส่บ่าวไพร่นางก็ทำมาแล้ว แต่วันนี้กลับขยับปากขออภัย หรือว่าวันนี้จะเกิดฝนตกหนัก

ถึงแม้จะสงสัยเพียงใดแต่โหวฮูหยินก็ยังยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

"ไม่เป็นไรหรอก รีบมานั่งกินข้าวเถอะ วันนี้ป้าสั่งให้คนในห้องครัวทำของโปรดของเจ้าไว้หลายอย่างเชียวนะ ได้ยินสาวใช้ของเจ้าบอกว่าเจ้าบ่นปวดหัว มิสู้เจ้าลองดื่มน้ำแกงสักถ้วย สมองจะได้ปลอดโปร่ง"

โหวฮูหยินบอกนางอย่างรักใคร่ จินซินแม้จะยิ้มแย้มทว่าในใจรู้สึกขมฝาดอยู่บ้าง ท่านป้าดีกับนางถึงเพียงนี้ แต่ชาติก่อนนางกลับทำตัวย่ำแย่ใส่ท่านป้าอย่างไม่น่าให้อภัย กว่าจะรู้ว่าตนเองทำผิด ท่านป้าผู้นี้ก็ตายจากนางไปเสียแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อหกเดือนก่อน ท่านพ่อของนางป่วยหนักสุขภาพไม่ดีสุดท้ายก็สิ้นใจ ทำให้นางไร้ที่พึ่ง ก่อนตายท่านพ่อได้บอกนางว่าตระกูลลู่จะมารับนางไปอยู่ด้วย ให้นางทำตัวให้ดี และเตรียมตัวแต่งงานกับลู่จื่อเซวียน ยามนั้นนางยินยอมพยักหน้ารับเพราะชอบลู่จื่อเซวียนอยู่แล้ว

หลังจากที่ท่านพ่อตายไป ท่านลุงลู่โหวก็มารับนางเข้าตระกูลลู่ อีกทั้งยังรับปากว่าจะดูแลนางอย่างดีและยังกำชับให้ลู่จื่อเซวียนทำดีกับนางให้มาก แต่พอนางได้เข้ามาอยู่ในจวนตระกูลลู่แล้วนางกลับทำตัวเอาแต่ใจตัวเองกำเริบเสิบสาน ไม่รู้มารยาท ไม่เคารพผู้อาวุโสในตระกูลลู่

เมื่อหวนคิดถึงอดีตนางก็อยากจะด่าทอตนเองยิ่งนัก

ยามนั้นในจวนตระกูลลู่จัดงานเลี้ยงวันเกิดท่านลุงโหว และมีสตรีผู้หนึ่งแสดงออกว่าชอบพอในตัวลู่จื่อเซวียน เมื่อนางทราบเรื่องเข้า จึงตามไปตบตีด่าทอสตรีนางนั้นอย่างไม่พอใจ อีกทั้งยังต่อว่าโหวฮูหยินอย่างไม่ไว้หน้า

"ท่านป้าคิดจะหาเมียน้อยให้บุตรชายหรือเจ้าคะ ท่านป้านี่ช่างดีนัก ปากว่าตาขยิบ ภายนอกแสร้งทำเป็นรักใคร่เอ็นดูข้าเหมือนบุตรในอุทร แท้จริงกลับเสแสร้งแกล้งทำ"

"ซินเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงเอ่ยวาจาย่ำแย่กับป้าเช่นนี้เล่า!"

"หรือไม่จริงเล่า ข้าพูดผิดหรือ ท่านป้า ข้าว่าท่านเลิกกินเจสวดมนต์เถอะ อย่าเสแสร้งอีกเลย ข้าขอเตือนเอาไว้ ข้าจะไม่ยอมให้พี่ลู่รับสตรีคนใดเข้าจวนอีกเด็ดขาด หากเตือนไม่ฟังข้าจะฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด!

จินซินที่หวนคิดถึงอดีตถึงกับกลืนน้ำแกงลงคอไม่ลง นางนี่ช่างทำตัวไร้เหตุผลสิ้นดี ท่านลุงท่านป้าดีกับนางปานนั้นนางก็ยังไม่รู้จักสำนึก

ท่าทีแปลกประหลาดของนางทำให้ลู่จื่อเซวียนย่นหว่างคิ้วด้วยความสงสัย

สตรีบัดซบนี่ วันนี้จะมาไม้ไหนอีกเล่า วันก่อนนางเพิ่งจะตบตีบ่าวไพร่ในจวนเขาจนปางตาย จากนั้นก็ด่าทอสตรีทุกคนที่เข้ามาพูดคุยกับเขาอยู่แท้ๆ แต่วันนี้กลับทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อยจนน่าแปลกใจ

นางกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่นะ

จินซินรับรู้ได้ถึงสายตาคมปลาบของลู่จื่อเซวียน นางจึงหันมาสบตากับเขาก่อนจะยิ้มแห้งๆ ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยิ้มตอบนางเลยแม้แต่น้อย จินซินเองก็ไม่ขุ่นเคือง นางรีบยกถ้วยน้ำแกงขึ้นดื่มจนหมดถ้วยแก้อาการประหม่า และไม่หันไปมองเขาอีก

หลังจากกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็เดินกลับเรือนพักของตนเมื่อนางจากไปแล้ว ลู่จื่อเซวียนจึงหันมาเอ่ยกับบิดามารดาของตนทันที

"ท่านพ่อท่านแม่ขอรับ ข้าว่าวันนี้จินซินดูแปลกไป มิใช่ว่ากำลังคิดอะไรร้ายๆ อยู่หรอกกระมัง"

ลู่โหวเมื่อได้ฟังที่บุตรชายกล่าวก็ถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก บุตรชายไม่ชอบสตรีที่เขาหามาให้ เขาเองก็จนใจยิ่งนัก แต่เพราะไม่อาจผิดคำสัญญาที่ให้เอาไว้กับสหายรักได้ เขาจึงต้องยินยอมให้บุตรชายแต่งกับจินซิน อีกไม่กี่เดือนนางก็จะเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว หลังผ่านพ้นพิธีปักปิ่นเมื่อใด เขาก็จะจัดพิธีแต่งงานให้เด็กสองคนนี้ทันที

"เจ้าก็อย่าได้จับผิดนางนักเลย นางถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจแต่เด็ก รอนางโตอีกสักหน่อยย่อมเข้าใจโลกมากขึ้น"

โหวฮูหยินออกหน้าแทนจินซิน ทำให้ลู่จื่อเซวียนยิ่งไม่ชอบในตัวนางเข้าไปใหญ่ นางมีดีอะไรกัน ท่านพ่อท่านแม่ของเขาจึงเอ็นดูนางมากถึงเพียงนี้ เขาอับจนหนทางจะต่อว่าแล้ว

แต่ช่างเถอะ อย่างไรเสียยังมีเวลาอีกตั้งนานกว่าจะแต่งงานกัน เขาจะต้องหาทางทำให้การแต่งงานครั้งนี้กลายเป็นโมฆะให้จงได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel