ตอนที่ 20 แค่แวะมาเดินเล่นน่ะ
ท่านอ๋องจ่ายเงินให้เถ้าแก่ ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ พอที่เขาจะไม่ต้องขายไปอีกเจ็ดวัน
“ไม่ต้องทอน ไปกันเถอะข้ารู้สึกหิวแล้ว จะพาเจ้าไปกินข้าว”
“กินข้าวหรือ”
“ขอบคุณขอรับคุณชาย ขอบคุณขอรับ พาฮูหยินของท่านกลับดี ๆ นะขอรับ ขอให้มีลูกหลานเต็มบ้าน”
“นี่ท่าน! ข้าไม่…”
"รีบไปกันเถอะ ข้าหิวแล้ว ไป่หลาง"
ไป่หลางได้แต่พยักหน้า และโยนถุงเงินเล็กไปเพิ่มให้เถ้าแก่ ตามคำสั่งของท่านอ๋อง เพราะพูดจาถูกใจ เมื่อเขาพาฝานปิงเยว่ เดินไปที่หอหรูหว่านที่พึ่งเดินออกมา ท่ามกลางความตกใจและแปลกใจของปิงเยว่ แต่ตอนนี้นางเองก็เริ่มรู้สึกหิว จนไม่อยากปฏิเสธอาหารมื้อหรูเช่นนี้ไปได้
“ที่นี่…”
“เดินขึ้นไปเถอะ ข้างล่างคนเยอะ ข้าไม่ค่อยชอบ”
“เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ได้เพคะ”
“ข้าพึ่งกลับออกจากวังหลวงมา ก็เลยแวะมาเดินเล่นน่ะ”
“เดินเล่นงั้นหรือเพคะ"
“กินก่อนเถอะ เจ้าเดินมาครึ่งค่อนวันแล้ว ไม่หิวบ้างหรือ”
“ท่านอ๋องทราบได้อย่างไรเพคะว่า หม่อมฉันเดินมานานแล้ว”
ผู้ถูกถามแทบจะหาคำตอบไม่ถูก แม้แต่ไป่หลิงก็รีบมองไปทางอื่น เขาจะบอกได้อย่างไรกันว่า ท่านอ๋องแอบเดินตามนางมา ตั้งแต่นางลงจากรถม้า วันนี้เขาไม่ได้เข้าวังด้วยซ้ำไป แค่ออกจากจวนมาก่อนเพื่อมาดักรอนางที่หอหรูหว่านนี่ต่างหาก
“เอ่อ… ข้าก็เดาเอา มิใช่ว่าเจ้าออกจากจวนมาตั้งแต่เช้าแล้วหรือ”
“เพคะ”
“อาหารมาแล้ว รีบกินก่อนเถอะ เย็นแล้วจะไม่อร่อย”
นางมองเขาและนึกสงสัยเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นของอร่อยที่เริ่มทยอยมาวางที่โต๊ะ ก็หลงลืมทุกอย่างทันที สีหน้าของนางเริ่มดีขึ้นเมื่อเห็นจานอาหาร เขาคิดถูกแล้วที่พานางมาที่นี่
‘ยิ้มออกมาแบบนี้ค่อยน่ามองหน่อย ดีกว่าทำสีหน้าบึ้งตึงให้ข้าอย่างวันก่อนตั้งเยอะ’
“กินสิ นี่ขาหมูที่เจ้าชอบ”
“ขอบพระทัยเพคะ”
“นี่ฝานปิงเยว่ เหตุใดเจ้าเอาแต่ใช้คำเหล่านั้นกับข้า มิใช่ว่าข้าเคยบอกไปแล้วมิใช่หรือว่า…”
“พระองค์ลองเสวยดูสิเพคะ อร่อยมากเลย”
“เอ่อ…ท่านอ๋อง”
“ไม่เป็นไร เจ้ากินต่อเถอะ”
ไป่หลิงเอ่ยห้ามขึ้นมา ทำให้ปิงเยว่หันมามองด้วยความสงสัย แต่ท่านอ๋องกลับหันไปห้ามไป่หลิงแทน เมื่อเห็นว่าปิงเยว่คีบอาหารจากตะเกียบของนาง ใส่ไปในชามของท่านอ๋อง ซึ่งปกติแล้วเป็นที่ทราบกันดีว่า ท่านอ๋องไม่รับอาหาร จากผู้ที่มิได้ใช้ตะเกียบกลางคีบมาให้เขา แต่ว่าในวันนี้ พระองค์กลับคีบกินอย่างไม่นึกรังเกียจ ทำให้ทั้งเจินลี่และไป่หลิง ถึงกับตกใจไม่น้อย
“อืม อร่อยมากจริง ๆ ด้วย เจ้าก็กินเยอะ ๆ สิ”
“เพคะ”
เขาลืมไปเลยว่าจะตำหนินาง ที่ใช้คำพูดห่างเหินกับเขา นับตั้งแต่คุยเรื่องของอวี้ชิงเซียน ปิงเยว่ก็เริ่มเว้นระยะห่างกับเขาอย่างชัดเจน
“อิ่มแล้วหรือ”
“เพคะ หม่อมฉันกินไม่ไหวแล้ว เช่นนั้นหม่อมฉันคงต้องขอตัวก่อน มียาบางอย่างที่ยังซื้อไม่ครบ”
“ไม่ต้องรีบ ไป่หลิงเจ้าจัดการด้วย"
“พ่ะย่ะค่ะ”
ท่านอ๋องลุกขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าปิงเยว่กำลังจะเดินออกจากร้านไป นางนึกแปลกใจไม่น้อยที่เขาทำเช่นนี้
“ท่านอ๋องจะเสด็จไปที่ใดหรือเพคะ”
"ข้าก็จะไปที่ร้านยากับเจ้าอย่างไรเล่า ไปสิ ได้เวลาเดินย่อยอาหารพอดี”
“ว่าอย่างไรนะเพคะ”
“มิใช่ว่าเจ้าบอกว่า จะต้องไปซื้อยาเพิ่มมิใช่หรือ เช่นนั้นก็ไปสิ ข้าจะได้ไปกับเจ้าด้วย”
ท่านอ๋องมิได้คิดสิ่งใด เขาเพียงแค่อยากจะไปกับนางเท่านั้น แต่ในใจของปิงเยว่กลับมิได้คิดเช่นนั้น สีหน้าที่ดูมีความสุขเมื่อครู่ เริ่มมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจอีกครั้ง
“นี่เจ้าเป็นอะไรไปงั้นหรือ”
“เปล่าเพคะ หากพระองค์ไม่ไว้วางใจ เช่นนั้นก็เชิญเสด็จมาเถิดเพคะ จะได้ทราบว่าหม่อมฉันตั้งใจจะซื้อสมุนไพรไปช่วยอวี้ชิงเซียนจริง ๆ"