บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 13 คงจะเกินทนแล้วสินะ

นางรีบเดินออกจากห้องเสวยในทันที ท่านอ๋องไม่แม้แต่จะเอ่ยทักท้วง และปล่อยให้นางเดินออกไป ปิงเยว่รู้สึกโกรธมาก จึงเดินกลับไปที่เรือนของนางทันที

“ไป่หลิง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“ตามข้าไปที่ห้องหนังสือ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ห้องอักษร

เมื่อท่านอ๋องกลับมาถึงจวน ก็วางดาบคู่กายไว้ที่ชั้นอย่างระมัดระวัง เขาเดินมานั่งที่โต๊ะ เพราะคิดว่าไป่หลิงมีเรื่องจะรายงาน

“ว่ามาเถอะ”

“ทูลท่านอ๋อง หลายเดือนมานี้เห็นว่า คุณหนูอวี้มิได้จัดการดูแลจวนอย่างที่พระองค์ตั้งใจ ไม่เพียงแค่นั้นนางยังละเลยการดูแลจวนหลังสวน ซึ่งเป็นที่อยู่ของคุณหนูฝาน ทั้ง เอ่อ…”

“ว่ามาสิ”

“ทั้งเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม แม้แต่อาหารและถ่านไฟ ก็จัดส่งไปน้อยกว่าทุกที่พ่ะย่ะค่ะ”

“หึ! ไม่แปลกเลยที่นางจะลุกขึ้นมาอาละวาดเช่นนั้น คงจะเกินทนแล้วสินะ”

“แต่ว่าเดิมที คุณหนูฝานผู้นี้หาใช่สตรีที่จะลุกขึ้นมาพูดจาต่อปากต่อคำกับผู้อื่นได้เช่นนี้ อีกทั้งก่อนหน้านี้ แม้แต่แมลงสักตัวนางยังไม่กล้าตบตี แต่ว่าสิ่งที่นางทำวันนี้…”

“หึ! เป่าหลิง… เจ้าเคยเห็นสุนัขจนตรอกหรือไม่ เวลาที่มันไร้หนทางสู้ ทางเดียวที่จะรอดได้ก็คือ… หันหน้ากลับมาสู้สุดชีวิตอย่างไรเล่า”

“จะเป็นไปได้หรือพ่ะย่ะค่ะ หรือว่านี่เป็น หนึ่งทดสอบที่พระองค์อยากทดสอบนาง”

“ข้าน่ะหรือ… เปล่าเลย ไม่คิดว่าฝานปิงเยว่ที่นิ่งดุจน้ำแข็งไม่ต่างกับชื่อ จะลุกขึ้นมาสู้คนอย่างที่เห็นวันนี้ เมื่อก่อนแม้แต่คุยกับข้าเพียงสองประโยค นางก็แทบจะยืนไม่ไหว เอาแต่ก้มหน้ายืนห่อไหล่ ไร้ปากเสียง ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ราวกับกิ่งหลิวรอวันผลัดใบ”

ทุกคนต่างก็ทราบดีว่า ฝานปิงเยว่ไม่มีความรู้วิชาแพทย์ เหมือนกับผู้เป็นบิดา แม้นว่าจะอ่านเขียนร่ำเรียนมามาก แต่กลับไม่เคยรักษาคน นางมาอยู่ในจวนอ๋องเกือบสามปี แต่กลับไร้วี่แววที่จะพัฒนาตนเอง จนกระทั่งวันนี้ ที่เขาได้มาเห็นกับตา

“วันนี้นางบอกกับข้าว่า พิษไอเย็นในร่างกายของชิงเซียน สามารถรักษาได้ง่าย ๆ เจ้าว่านางจะโอ้อวดเกินจริง และหลงกับบทบาทใหม่ที่เขียนให้ตัวเองหรือไม่"

“เรื่องนี้กระหม่อมไม่กล้าคาดเดาพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ว่าท่าทางของคุณหนูฝานในวันนี้ที่เห็น ช่างแตกต่างจากสามปีที่ผ่านมาจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นข้าคงจะต้องจับตาดูนางอย่างใกล้ชิดเสียแล้ว ข้าจะดูสิว่า ภายในสามวันนี้ นางจะสามารถช่วยอวี้ชิงเซียน รักษาโรคพิษไอเย็นในร่างกายที่รับแทนข้าในตอนนั้นได้หรือไม่ ข้าสั่งให้ย้ายที่อยู่ของนางมาที่เรือนตะวันออกแล้ว ที่เหลือก็ฝากเจ้าจัดการต่อด้วย อ้อจริงสิ คงต้องเรียกซูหมัวมัวมาช่วยดูแลจวนแล้ว เพราะข้าไล่ผู้ดูแลจวนคนเก่าออกไป"

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ”

เป่าหลิงเดินออกไปจากห้องอักษร เพื่อทำตามรับสั่งแล้ว สายพระเนตรของตงอ๋อง ทอดผ่านสระบัวที่นิ่งในยามค่ำคืน ไปยังเรือนหลังเล็กที่ยังมีแสงไฟดุจหิ่งห้อยยามค่ำคืนอยู่ไกล ๆ คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้าย ที่เขาจะเห็นไฟนั่นติดอยู่

“ฝานปิงเยว่…. หากเจ้ารักษาไอเย็นในตัวของอวี้ชิงเซียนได้ ก็นับว่าข้าได้ตอบแทนพระคุณของสหายรักอย่าง “อวี้เหริน” ได้แล้ว”

ก่อนหน้านี้เขาไม่เลยเชื่อเลยว่า ปิงเยว่จะสามารถรักษาใครได้ แต่ท่าทีที่เปลี่ยนไป ราวกับคนละคนของนางในวันนี้ แม้นจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ระหว่างที่เขาไม่อยู่จวน แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้ก็ทำให้เขารู้สึกยินดีมากกว่าการที่เห็นนาง ซึ่งเอาแต่เดินก้มหน้า ไม่กล้าสบตาผู้คน ทำตัวเหมือนคนขี้ขลาดหวาดกลัว จนน่ารำคาญแกสายตาเขาไปวัน ๆ เช่นเดิม

“ในที่สุดลูกกวางน้อยก็เริ่มเติบโตแล้วสินะ ท่านหมอฝาน… ข้าสาบานกับท่านก่อนตายแล้วว่า จะดูแลนางให้ดีที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้ ข้าจะไม่มีทางลืมเป็นอันขาด”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel