ตอนที่7
เสิ่นชิงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ดวงตาคู่สวยทอดมองผ่านผ้าหลุมหน้าสีแดงเห็นฝีเท้าหนักแน่นนั้นก้าวมาหยุดยืนนิ่งเบื้องหน้านาง
“เสิ่นชิงเหยา”
น้ำเสียงของเขาแม้จะดูเย็นชาและห่างเหินทว่านางกลับจำได้ในทันที มือเรียวเล็กของนางสั่นไหวเล็กน้อยอย่างตื่นเต้นทว่าคำพูดต่อมาของเขาทำให้นางชะงักงันไปในทันที
“ข้ามีคนที่รักอยู่แล้ว การแต่งงานของเราเป็นเพียงความจำใจเท่านั้นหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ”
คำพูดของเขาราวคมมีดกรีดลงกลางใจนาง ดวงตาคู่สวยนั้นร้อนผ่าวอย่างไม่อาจห้าม มือเรียวเล็กที่สั่นเล็กน้อยดึงผ้าคลุมหน้าสีแดงออกจากศีรษะของตนเองช้า ๆ
ภาพเบื้องหน้ายิ่งทำให้นางขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงง หลี่เจิ้งเหยียนยืนเคียงคู่กับซุนเถา มือใหญ่ของเขากุมมือของซุนเถาไว้แน่น ใบหน้าคมคายนั้นแม้จะอยู่ในชุดมงคลสีแดงทว่าสีหน้าของเขากลับดูไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย
“คุณหนูเสิ่นหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ ในหัวใจข้านั้นมีเพียงนาง”
น้ำเสียงหนักแน่นของเขาดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าเย็นชาเมื่อมองมายังเสิ่นชิงเหยาทว่าในยามที่หันกลับไปยังซุนเถาสีหน้าเย็นชาของเขาก็พลันอ่อนโยนลงในทันที
เสิ่นชิงเหยาชะงัก ในหัวใจเจ็บปวดเกินจะรับไหวทว่าในขณะนั้นดวงตาของนางก็พลันหันไปสะดุดกับหยกพกที่คุ้นเคย เป็นหยกที่อาเจิ้งชายตาบอดมองให้นางทว่าในยามนี้กลับไปห้อยอยู่บนเอวของซุนเถา
ในสมองของเสิ่นชิงเหยาก็พลันคิดได้ที่แท้นางทำมันหล่นไว้ตอนที่กำลังหนีการจับกุมของพี่ชาย แม้เขาจะไม่รักนางทว่าสิ่งนี้เป็นของนางผู้ใดก็ไม่สามารถเอาไปได้
ซุนเถาเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองของเสิ่นชิงเหยาและดวงตาของนางก็จ้องหยกข้างเอวของนางตลอดในหัวใจพลันรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาทันที
ซุนเถาขยับไปอยู่ด้านหลังหลี่เจิ้งเหยียนด้วยท่าทางหวาดกลัว ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเจนทว่านางกลับก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบซ่อนแววตานั้น
ในหัวใจของซุนเถาในยามนี้เต้นรัว นางพยายามข่มความหวาดหวั่นทั้งหมด มือเรียวเล็กของนางกำหยกพกนั้นไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะมีผู้ใดมาแย่งเอาไป
“ซีหยางไม่ต้องกลัว…”
น้ำเสียงอ่อนโยนของหลี่เจิ้งเหยียนดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ที่กุมมือเรียวเล็กของนางไว้แน่นทว่าคำเรียกของเขานั้นราวกับมีดกรีดลงกลางหัวใจของเสิ่นชิงเหยา
ใบหน้างดงามของเสิ่นชิงเหยาพลันแข็งค้างทันที ในวินาทีนั้นนางก็พลันเข้าใจว่าที่จริงแล้วคนเขารักก็คือนางที่ยังคงเป็นซีหยาง และสตรีผู้นี้กลับมาสวมรอยแทนนาง
คิ้วงามขมวดแน่นดวงตาเต็มไปด้วยไฟโทสะและความโกรธเคือง
ร่างบอบบางในชุดแต่งงานสีแดงลุกขึ้นพรวดแล้วก้าวฉับ ๆ ไปหาร่างบอบบางของซุนเถาที่ยืนอยู่ด้านหลังของหลี่เจิ้งเหยียนทันทีพร้อมกับฝ่ามือเรียวเล็กของนางยกขึ้นฟาดลงบนใบหน้าของซุนเถาที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
เพียะ!
ร่างบอบบางของซุนเถาเซถลาไปเพราะแรงตบแล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างน่างสงสาร ใบหน้างดงามนั้นก้มลงร้องให้สะอึกสะอื้น
“เจ้าบังอาจ! ข้าต่างหากที่ช่วยเขา!”
กล่าวจบ เสิ่นชิงเหยาก็พลันก้าวตรงไปหมายจะดึงเอาหยกของนางคืนทว่าร่างบอบบางนั้นกลับถูกมือใหญ่ของเขาผลักจนร่างบอบบางในชุดแต่งงานเซถลาล้มลงไปกระแทกกับเสาโต๊ะจนนางพลันรู้สึกปวดร้าวที่ไหล่
ร่างสูงโปร่งของหลี่เจิ้งเหยียนหมุนกายอย่างรวดเร็วก่อนจะชักกระบี่ที่วางอยู่มุมห้องหอ แล้วตวัดลงจ่อลงที่คอระหงของเสิ่นชิงเหยา ปลายคมเย็นเยียบนั้นกดลงยังผิวเนื้อจนเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
“หากเจ้ากล้าแตะนางแม้แต่ปลายเล็บ ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย!”
น้ำเสียงของเขาต่ำจนเย็นเยียบหนาวเหน็บไปทั้งหัวใจของคนฟัง
เสิ่นชิงเหยาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขานิ่ง ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ในใจเจ็บปวดจนพูดอะไรไม่ออก บุรุษที่เคยบอกว่าจะปกป้องนางในยามนี้เขาถึงกับจะฆ่านางเพียงเพื่อสตรีร้ายกาจผู้นั้น
“อาเจิ้ง… ”
น้ำเสียงอ่อนหวานของซุนเถาดังขึ้นพร้อมกับร่างบอบบางของนางที่วิ่งเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางลนลานก่อนจะสะอึกสะอื้นแล้วจับมือของเขาแน่
“ข้าไม่เป็นไร ท่านอย่าตำหนิพี่สาวเลยเจ้าค่ะ เป็นข้าที่ยืนไม่มั่นคงเองอย่าโทษพี่สาวเลยเจ้าค่ะ…”
น้ำเสียงของนางสั่นเล็กน้อยอย่างน่าสงสาร
หลี่เจิ้งเหยียนหันกลับมามองใบหน้าอ่อนโยนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจแล้วโยนดาบในมือทิ้งไปข้าง ๆ เสิ่นชิงเหยาอย่างแรงก่อนจะหันกลับมาสบตากับซุนเถาอย่างลึกซึ้งและใส่ใจ
“ซีหยาง เราไปกันเถิด”
ซุนเถาพยักหน้ารับแล้วทั้งสองร่างก็หมุนกายกำลังจะก้าวออกไปทว่าความไม่ยินยอมในใจของเสิ่นชิงเหยานางละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีแล้วรีบคลานเข้าไปหาร่างสูงโปร่งในชุดแต่งงานสีแดงก่อนจะเกาะชายอาภรณ์ของเขาไว้แน่น
ในใจก็นางคิดเพียงสิ่งเดียวว่าจะต้องบอกเขา ขอเพียงเขายอมอยู่กับนางเรื่องทั้งหมดนางจะค่อย ๆ อธิบายให้เขาฟังเอง
“อาเจิ้ง คืนนี้เป็นคืนแต่งงานของเรา ท่านต้องอยู่ที่นี่กับข้าท่านจะไปกับนางไม่ได้นะ”
