ตอนที่5
ซุนเถาซบใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาลงบนอกกว้างแล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น
“องค์ชาย หม่อมฉันเองที่ผิด ไปขอร้องให้พี่สาวช่วยส่งเสริมความรักที่หม่อมฉันมีต่อพระองค์เพคะ พี่สาวก็เลยโกรธ”
น้ำเสียงสะอื้นในอ้อมกอดของเขานั้นช่างน่าเวทนานัก เดิมทีนางก็เป็นเพียงหญิงสาวไร้เดียงสาและใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่ด้านนอกทว่าเมื่อนางเข้าวังมากับเขา นางก็อ่อนแอลงและร่ำให้ด้วยความเสียใจนับครั้งไม่ถ้วน
หัวใจของเขาก็พลันเจ็บปวดเมื่อไม่อาจปกป้องนางให้ดีอย่าทีเขาเคยสัญญากับนางไว้
“ซีหยางเจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ข้าจะให้เสด็จแม่ยอมให้เจ้าเป็นชายารองของข้าให้จนได้”
น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาดังขึ้นพร้อมกับสายตาที่อบอุ่นนั่นทอดลงมามองสตรีที่ซบอยู่บนอกของเขาอย่างใส่ใจ แล้วก้าวผ่านเสิ่นชิงเหยาไปอย่างนิ่ง ๆ ไม่ได้สนใจหันมามองนางอีก
เสิ่นชิงเหยามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาสั่นไหวเล็กน้อย ในใจยังคงรู้สึกปวดร้าวยิ่งนักทว่าไม่แล้วชาตินี้นางไม่อยากเป็นซีหยางอีกแล้ว ใครอยากเป็นก็ให้เขาเป็นไป
….
ตำหนักฮองเฮา
ภายในตำหนักที่ถูกประดับประดาอย่างหรูหรา เสิ่นชิงเหยาก้าวเข้าไปในตำหนักด้วยท่าทางสงบนิ่งใบหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ใด
นางก้าวตรงไปคุกเข่าแล้วถวายพระพรอย่างนอบน้อมเบื้องหน้าฮองเฮาที่นั่งอยู่กลางห้องโถงอย่างสง่างาม
ฮองเฮาที่นั่งรออยู่นั้นเมื่อเห็นเสิ่นชิงเหยาก็พลันเผยรอยยิ้มออกมาอย่างแจ่มใส มือที่ถือถ้วยชาอยู่นั้นก็พลันวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู
“มาแล้วหรือ ไปนั่งก่อนเถิด”
“เพคะ”
เสิ่นชิงเหยาตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วลุกขึ้นไปนั่งยังตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ เมื่อนางนั่งลงแล้วเหล่านางกำนัลก็พลันเดินเรียงแถวกันเข้ามาในมือของแต่ละคนประคองถ้วยยาบำรุงก้าวเข้ามาวางลงบนโต๊ะเบื้องหน้านางอย่างระมัดระวัง
เสิ่นชิงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะกลิ่นนั้นแรงเกินจะต้านไหวทว่าฮองเฮากลับยิ้มแย้มแล้วเอ่ยขึ้น
“ข้าให้คนไปต้มยาบำรุงพวกนี้มาให้เจ้า รีบกินตอนร้อน ๆ สิ”
เสิ่นชิงเหยาชะงักเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหวในใจรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย แต่เมื่อคิดว่านางเองก็ดื่มยาห้ามครรภ์ไปแล้วของพวกนี้คงไร้ประโยชน์
“เพคะ”
นางเอ่ยตอบรับอย่างนอบน้อมแล้วรีบยกขึ้นดื่มด้วยสองมือที่สั่นเล็กน้อย
ในขณะนั้นร่างสูงโปร่งในชุดดำยาวของหลี่เจิ้งเหยียนก็พลันก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและเบื้องหลังของเขาก็ยังมีร่างบอบบางของซุนเถาที่ตามติดอยู่อย่างใกล้ชิด
“เสด็จแม่”
ฮองเฮาที่กำลังยิ้มแย้มอยู่นั้นเมื่อหันไปเห็นสตรีร่างบอบบางที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหลังองค์ชายใหญ่บุตรชายของเขาสีหน้าของฮองเฮาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นไม่สบอารมณ์ทันที
“เจ้ามีอะไร”
น้ำเสียงของฮองเฮานั้นเย็นชาเพราะพระนางรู้อยู่แล้วว่าบุตรชายของเขาเข้ามาเพราะเรื่องใด ตั้งแต่ที่เขากลับมาจากขายแดนก็พาสตรีผู้นี้เข้ามาขอร้องให้พระนางยอมรับและแต่งตั้งเป็นชายารองของเขา
หลี่เจิ้งเหยียนเงยหน้าขึ้น สายตาคมนั้นหันมองเสิ่นชิงเหยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาดื่มยาบำรุงอยู่นั้นครู่หนึ่งแล้วจึงหันกลับมาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เสด็จแม่ข้าอยากจะรับซีหยางมาเป็นชายารองในเดือนหน้านี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของเขาทำให้ฮองเฮาโกรธจนใบหน้าแดงระเรื่อ พระนางหันสายตาไปยังเสิ่นชิงเหยาที่กำลังนั่งดื่มยาบำรุงอยู่ทำให้เสิ่นชิงเหยาที่ถูกสายตาของทั้งสองกดดันจนต้องวางถ้วยยาลงบนโต๊ะแล้วก้าวออกมาคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮองเฮาพร้อมเอ่ยขึ้น
“เสด็จแม่ หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะ”
เสิ่นชิงเหยาหยุดเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาแน่วแน่แล้วเอ่ยขึ้นต่อ
“ในเมื่อแม่นางซีหยางเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์ชายเอาไว้ องค์ชายก็ควรตอบแทนนางด้วยการให้สถานะนางเพคะ เดือนหน้าก็ถือว่ากำลังดีเพคะ”
คำพูดของเสิ่นชิงเหยานั้นต่างทำให้ทุกคนชะงัก ปกติแล้วเสิ่นชิงเหยานั้นไม่ยินยอมให้สตรีที่ช่วยชีวิตองค์ชายผู้นี้แต่งเข้าตำหนักถึงขั้นไปคุกเข่าขอร้องอยู่หน้าตำหนักฮองเฮาหลังแต่งงานอยู่สามวันสามคืน
และหึงหวงองค์ชายถึงขั้นชอบกลั้นแกล้งและบีบคั้นแม่นางซีหยางผู้นี้เสมอทว่าเหตุใดวันนี้ถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าเสิ่นชิงเหยาไม่ได้อาละวาดฮองเฮาก็พลันเผยรอยยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น
“อืมดี เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ให้เจ้าจัดการเถิด”
“เพคะ”
เสิ่นชิงเหยาตอบรับด้วยท่าทางสงบนิ่ง
หลี่เจิ้งเหยียนเองก็แทบไม่อยากเชื่อ นางที่ร้ายกาจอยู่เสมอเหตุใดวันนี้ถึงได้เปลี่ยนไป ดวงตาคมหันไปจ้องใบหน้างดงามนั้นนิ่ง ๆ ทว่าเมื่อเห็นว่านางดูเย็นชาและห่างเหินในใจเขากลับไม่ได้รู้สึกยินดี
ทง่ากลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทว่าเขายังไม่ทันได้เอ่ยคำใดเสียงของฮองเฮาก็ดังขึ้น
“พวกเจ้าออกไปก่อน… อาเหยียนส่วนเจ้าอยู่พูดคุยกับข้าก่อน”
“เพคะ”
เสิ่นชิงเหยาและซุนเถาตอบรับพร้อมเพรียงก่อนจะย่อกายทำความเคารพแล้วถอยหลังก้าวออกไปทันที
ฮองเฮาทอดสายตามองตามแผ่นหลังบอบบางของเสิ่นชิงเหยาแล้วพลันถอนหายใจอย่างจนใจเมื่อบุตรชายของเขานั้นดื้อด้านอยากจะให้สตรีไม่มีหัวนอนปลายเท้าขึ้นมาเป็นชายารอง
ส่วนเสิ่นชิงเหยาสตรีที่พระนางเลือกมาเองกับมือกลับเห็นดีเห็นงามไปด้วย นางเอกก็ไม่มีอะไรจะพูดได้แต่รับด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
….
เสิ่นชิงเหยาก้าวออกมาด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ไม่ได้สนใจ ซุนเถาที่ก้าวเดินอยู่ด้านหลังของนางแม้แต่น้อย
ซุนเถาที่กำลังลังเล ดวงตาคู่สวยของนางยกขึ้นมองแผ่นหลังของผู้มีพระคุณของตนทว่าในยามนี้นางก็คือศัตรูความรักเช่นกัน มือเรียวของนางกำหยกพกไว้แน่นก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เสิ่นชิงเหยา”
น้ำเสียงนั้นทำให้เสิ่นชิงเหยาหยุดฝีเท้าลงทว่านางไม่ได้หันกลับไปมองซุนเถาเลย นางเพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเท่านั้น
ซุนเถารวบรวมความกล้าแล้วเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านางด้วยเนื้อตัวสั่นเล็กน้อย ในวันนี้นางคือซีหยางและนางก็อยากเป็นซีหยางตลอดไป ไม่อยากกลับไปเป็นซุนเถาอีก
ดวงตาของซุนเถาแดงระเรื่อ หยดน้ำตาร่วงหล่นราวไข่มุกนางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
“ข้ากับองค์ชาย เรารักกันจริง ๆ เขาบอกรักข้า ข้าคือคนที่เขารัก ท่านเข้าใจหรือไม่”
เสิ่นชิงเหยายืนนิ่งในใจจุกไปหมด หากเป็นชาติที่แล้วนั้นนางไม่มีทางเชื่อเพราะคนที่หลี่เจิ้งเหยียนรักคือซีหยาง ซีหยางที่ช่วยเขาในวันที่บาดเจ็บสาหัส ซีหยางที่คอยอยู่กับเขาตลอดสามเดือน ซีหยางที่เป็นนางต่างหาก
ทว่าชาติที่แล้วพิสูจน์แล้วว่า ไม่ว่านางจะพยายามเท่าใด ซีหยางผู้นั้นก็ยังคงเป็นซุนเถา เพียงเพราะนางเป็นคนแรกที่เขาลืมตาขึ้นแล้วมองเห็นใบหน้าของนาง
มือเรียวเล็กของนางกำแน่นภายใต้แขนเสื้อ นางพยายามข่มความเจ็บปวดใจแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ไม่ต้องห่วง องค์ชายรักเจ้า และเจ้าก็คือซีหยาง”
กล่าวจบ นางก็ก้าวตรงไปทันทีโดยไม่ได้สนใจซุนเถาอีก สำหรับนางใครจะเป็นซีหยางก็ไม่มีผลอะไรอีกแล้ว
….
