ตอนที่3
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์จนเรียบร้อยแล้ว ร่างบอบบางในชุดหรูหราก็ก้าวตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วนั่งลงอย่างสงบนิ่ง
“เจียงรั่ว เจ้าไปนำพู่กันกับกระดาษมา”
น้ำเสียงของเสิ่นชิงเหยาดังขึ้นสั่งอย่างราบเรียบ เจียงหลีก็ตอบรับทันทีแล้วหมุนกายก้าวไปเตรียมให้อย่างรวดเร็ว
เมื่อกระดาษและพู่กันอยู่ตรงหน้า เสิ่นชิงเหยาก็หยิบมาเขียนตำรับยาห้ามครรภ์ นางเติบโตมาในจวนแม่ทัพตั้งแต่เด็ก บิดานางเป็นแม่ทัพใหญ่ มารดานางเป็นหมอรักษาในค่ายทหาร
นางจึงเคยอ่านตำราแพทย์มาบ้าง มือเรียวยาวเขียนอย่างรวดเร็วแล้วหันไปยื่นให้เจียงหลีสาวใช้ประจำกายพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เจียงหลี เจ้านำเทียบยานี้ไปหาหมอหลวงกู้เยว่อิง ให้นางจัดยามาให้ข้า”
เจียงหลีรับมาแล้วใบหน้างุนงงเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย
“คุณหนูยาอะไรหรือเจ้าคะ”
เสิ่นชิงเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ยาแก้ปวดท้อง”
เจียงหลีเพียงพยักหน้ารับและไม่ได้เอ่ยคำใดอีก นางหมุนกายก้าวออกไปในทันที
เสิ่นชิงเหยามองตามแผ่นหลังบอบบางของสาวใช้คนสนิทด้วยแววตาว่างเปล่า กู้เยว่อิงเป็นเพื่อนเรียนของนางมาตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ เมื่ออ่านเทียบยาแล้วก็จะเข้าใจนางเองทุกอย่าง ในชาตินี้ระหว่างนางกับเขาแค่รอเวลาต่างคนต่างไปเท่านั้น
เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดทรมานที่นางได้รับในชาติที่แล้ว น้ำตาก็พลันไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้าม
…..
เจียงหลีก้าวเดินอย่างเร่งรีบไปยังสำนักหมอหลวงทว่าในนาทีนั้นกลับชนเข้ากับนางกำนัลน้อยผู้หนึ่งที่เดินสวนทางมาเข้า กระดาษที่นางถือมาถูกน้ำแกงในมือของนางกำนัลน้อยหกใส่จนข้อความเลือนลางไปเสียแล้ว
เจียงหลีเบิกตากว้างด้วยความตกใจและลนลาน นางรีบหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาทันทีแล้วพยายามซับน้ำแกงบนกระดาษอย่างร้อนใจ
“นี่เจ้ามาขวางทางข้าทำไม ดูสิน้ำแกงบำรุงของแม่นางซีหยางหกหมดแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันล้ำค่ามากเท่าไร!”
คำพูดของนางกำนัลผู้นั้นพลันทำให้เจียงหลีรู้สึกโกรธเคืองขึ้นมา เพราะนางกำนัลผู้นี้เองที่เดินไม่ระวังมาชนนางเข้า นางกำลังจะเอ่ยปากทว่าทันใดนั้นร่างสูงโปร่งของหลี่เจิ้งเหยียนก็พลันปรากฎกายพร้อมน้ำเสียงเย็นเยียบ
“มีอะไร”
เจียงหลีและนางกำนัลน้อยนั้นคุกเข่าลงทันที ทั้งสองก้มหน้าลงด้วยความสั่นเทาแล้วเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“นางมาชนหม่อมฉันก่อนเพคะ ถ้วยน้ำแกงบำรุงร่างกายของแม่นางซีหยางก็ตกแตกแล้วเพคะ”
“น้ำแกงนั่นก็หกใส่เทียบยาของพระชายาจนเสียหายไปแล้วเพคะ”
หลี่เจิ้งเหยียนยืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เจ้าไปปรุงน้ำแกงมาใหม่”
“เพคะ”
นางกำนัลน้อยตอบแล้วรีบลุกขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
หลี่เจิ้งเหยียนหันไปทางเจียงหลีแล้วเอ่ยขึ้น
“เอาเทียบยามาให้ข้าดู”
เจียงหลีพยักหน้ารับแล้วส่งให้อย่างนอบน้อม หลี่เจิ้งเหยียนรับมาแล้วเอ่ยขึ้นอีกครา
“พระชายาเป็นอะไร”
“ปวดท้องเพคะ”
หลี่เจิ้งเหยียนพยักหน้ารับแล้วหันไปสั่งองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ใบเทียบยานี้เสียหายแล้ว เจ้านำทางเจียงหลีไปหาหมอหลวงจางแล้วให้เขาเขียนใบใหม่ขึ้นมา”
“พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์กล่าวพร้อมกับรับเทียบยานั้นก่อนจะก้าวนำทางเจียงหลีไปอย่างนอบน้อม
เจียงหลีก้าวตามองครักษ์ในชุดสีดำสนิทไปยังสำนักหมอหลวงและบังเอิญพบกับหมอจางเข้าพอดี
องครักษ์ในชุดสีดำสนิทจึงก้าวเข้าไปหาพร้อมกับนางกำนัลเจียงหลีทั้งสองหยุดแล้วทำความเคารพหมอหลวงจางผู้เป็นหัวหน้าหมอหลวงก่อนจะยื่นใบสั่งยาที่เปียกเล็กน้อยให้หมอหลวงจาง
หมอหลวงจางรับใบสั่งยามา คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“พระชายาปวดท้องหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ”
นางกำนัลเจียงหลีตอบรับทันที
หมอหลวงจางพยักหน้าเล็กน้อย แม้ตัวอักษรจะเลือนรางไปบ้างทว่าก็อยู่ในสูตรของยาปวดประจำเดือนทว่ายาในบางตัวนั้นกลับเป็นยาร้อนเกินไปอ่านเผิน ๆ คงคิดว่าเป็นยาห้ามครรภ์
ซึ่งด้วยตำแหน่งพระชายานี้ไม่อาจจ่ายให้ได้เป็นอันขาด หมอหลวงจางถอนหายใจเล็กน้อยแล้วจึงปรับเปลี่ยนยาบางตัวให้อ่อนลงและเพิ่มยาบำรุงบางตัวเข้าไปอย่างรู้ความ ก่อนจะยื่นคืนให้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“นำใบสั่งยาใหม่นี้ไปห้องปรุงยาเถิด”
“เจ้าค่ะ”
นางกำนัลเจียงหลีรับมาด้วยรอยยิ้มที่โล่งใจแล้วหมุนกายตรงไปยังห้องปรุงยาทันที
….
