ตอนที่8งานเลี้ยง
ตอนที่ 8งานเลี้ยง
จวนตระกูลกู้
ต้นวสันต์มาเยือน เมฆบางลอยเหนือยอดไม้ในจวนตระกูลกู้ กลิ่นดอกเหมยและดอกท้อผลิบานอบอวลไปทั่วสวน ส่วนในศาลาริมสระถูกประดับด้วยผ้าแพรสีอ่อน โต๊ะเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เครื่องลายครามชั้นดีวางเรียงงามตา ทุกสิ่งดูรื่นรมย์ดุจงานชมบุปผาธรรมดา
ทว่าใต้ความงามนั้น คือเจตนาที่มิได้เอ่ยออกมาตรง ๆ
ฮูหยินกู้นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักใต้ศาลา สีหน้าเรียบนิ่ง เปี่ยมด้วยอำนาจของสตรีผู้ดูแลจวนแม่ทัพมานาน นางสวมอาภรณ์สีครามเข้ม ปักลายเมฆเงินละเอียด ดูสง่าแต่ไม่โอ้อวด
วันนี้คือ งานชมบุปผา แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่า เป็นงานคัดเลือกสะใภ้ให้บุตรชาย ผู้ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ
คุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ ทยอยมาถึงจวนด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์สดใสและงดงาม เสียงสนทนาดังแผ่วในสวนที่ถูกจัดเตรียมไว้
“องค์หญิงเก้าเสด็จ!”
เสียงขันทีดังขึ้นทำให้ เสียงสนทนาที่ดังแผ่วนั้นเงียบลงในทันที สายตาของทุกคนหันไปทางเข้าจวนด้วยความพร้อมเพรียง
องค์หญิงเก้าในอาภรณ์สีฟ้างามสง่าก้าวเข้ามาด้วยใบหน้างามสง่า เคียงข้างนางนั้นมี สตรีผู้หนึ่งในอาภรณ์สีชมพูอ่อนก้าวเคียงข้างด้วยท่าทางสง่างาม
ฮูหยินกู้รีบลุกขึ้นก่อนจะก้าวออกมายังลานพอดีกับองค์หญิงเก้าที่เก้าเข้ามาหยุดอยู่พอดี ฮูหยินกู้ย่อกายลงพร้อมกับประสานมืออย่างนอบน้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“หม่อมฉันคารวะองค์หญิง”
องค์หญิงเก้ารีบก้าวเข้าไปพยุงฮูหยินกู้แล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ท่านน้าไม่ต้องมากพิธี”
ฮูหยินกู้ยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะหันไปมองสตรีที่ยืนอยู่เคียงข้างหลานสาวผู้สูงศักดิ์ของตน
องค์หญิงเก้าที่เห็นสายตาของผู้เป็นน้านางจึงหันไปหา เว่ยฮวาเหยาที่ยืนอยู่พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“เว่ยฮวาเหยาเจ้าค่ะ เป็นเพื่อนเรียนของข้า ได้ยินว่าวันนี้ท่านน้าจัดงานเลี้ยงชมบุปผาเลยอยากพานางมาแนะนำให้ญาติผู้พี่รู้จัก”
องค์หญิงเก้าหยุดก่อนจะหันซ้ายขวาเพื่อทอดพระเนตรมองหา กู้เฉิงเยี่ยน ญาติผู้พี่ของตน ครั้นเมื่อไม่เห็นวี่แววนางจึงเอ่ยขึ้นถามอย่างสนใจ
“แล้วตอนนี้ ญาติผู้พี่เขาอยู่ที่ใดเจ้าคะ”
ฮูหยินกู้ยิ้มบางก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ข้าให้คนไปตามเขาแล้วอีกสักพักคงมา ไป เราไปชมบุปผากันสักหน่อยดีหรือไม่เพคะ”
องค์หญิงยิ้มแย้มก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสดใส
“เจ้าค่ะ ท่านน้า”
สิ้นคำ ฮูหยินกู้ก็ก้าวเคียงข้าง องค์หญิงเก้าหลานสาวผู้สูงศักดิ์ โดยมี เว่ยฮวาเหยาและแม่บ้านเจียงเดินตามอยู่ด้านหลัง
สายลมเย็นผัดแผ่วผ่านสวนดอกเหมยที่กำลังผลิบาน กลีบสีขาวปนสีชมพูปลิวร่วงเบา ๆ ราวหิมะที่โปรยปรายลงจากฟ้า กลิ่นหอมจาง ๆลอยอ้อยอิ่งไปทั่วบริเวณ
ในเวลาเดียวกันนั้น ซูเหมยหลันในอาภรณ์สีเขียวอ่อนก็ย่างก้าวเข้ามยังสวนจากอีกทางหนึ่ง ชายอาภรณ์พลิ้วไหวไปตามสายลม ด้านหลังมีมู่อันสาวใช้คนสนิทก้มหน้าเดินติดตามอย่างสงบ
ดวงตาคู่สวยของนางทอดมองไปทั่วสวนดอกเหมยที่กำลังบานสะพรั่ง ความทรงจำตลอดเก้าปีที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ช่างดีจริง ๆ นางตั้งใจว่าจะใช้โอกาสในวันนี้ขอฮูหยินกู้ให้นางได้กลับบ้านเกิดไปใช้ชีวิตของตนเอง
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันครบรอบวันเสียชีวิตของแม่ทัพกู้จวิ้น หลังจากนางไหว้ท่านลุงเสร็จก็จะออกเดินทางทันที นางเองก็รู้ดีว่าฮูหยินกู้นั้นจัดงานเลี้ยงวันนี้เพื่อหาสตรีที่คู่ควรให้กู้เฉิงเยี่ยน หากนางเป็นฝ่ายขอออกไปเองอย่างน้อยก็จะไม่ทำให้ฮูหยินกู้เกลียดนางไปมากกว่านี้
“เหมยหลัน”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้น
ซูเหมยหลันหันไปตามเสียงนั้น กู้เฉิงเยี่ยนในอาภรณ์สีกรมเข้ม ใบหน้าคมนั้นยังคงเย็นชาดังเดิมเขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านาง สายตาคมทอดลงมองนางอย่างเย็นชา
ซูเหมยหลันย่อกายลงอย่างนอบน้อมก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ท่านแม่ทัพ”
กู้เฉิงเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเหตุใดนางถึงเรียกเขาว่าแม่ทัพ เพราะมีเพียงเวลานางโกรธเขาเท่านั้นถึงจะใช้คำพูดเย็นชาเช่นนี้ เขาไม่เข้าใจว่านางเป็นอะไรกันแน่น แต่ก็ช่างเถอะนางก็ชอบเรียกร้องความสนใจของเขาเช่นนี้อยู่เรื่อย
“อาการหนาวเช่นนี้เหตุใดไม่ใส่เสื้อคลุม”
น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น ดวงตาทอดมองไปยังสาวใช้ของนางอย่างคาดโทษ
มู่อันรีบย่อกายก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อยด้วยความหวาดหวั่น
“บ่าวจะรีบนำมาให้เจ้าค่ะ”
เอ่ยจบนางก็หันไปสบตากับคุณหนูของนาง ซูเหมยหลันไม่อยากให้มู่อันลำบากใจจึงได้พยักหน้าให้เบา ๆ มู่อันหมุนกายก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
