ตอนที่1เริ่มใหม่
ตอนที่ 1 ขอเริ่มชีวิตใหม่
กลางป่าในชายแดนของเมืองต้าหลี่แสงแดดยามเย็นส่องผ่านยอดไม้ลงมา เสียงฝีเท้าทหารของฝ่ายตรงข้ามดังก้อง อยู่ด้านหลัง ซูเหมยหลันที่กำลังวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง ดวงตาที่เบลอไปด้วยหยาดน้ำตามองตรงไปยังทางด้านหน้า สองเท้าเร่งความเร็วอย่างสุดแรง อาภรณ์เรียบง่ายที่นางสวมอยู่นั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยด้วยคราบเลือด
มันไม่ใช่เลือดของนางแต่เป็นเลือดของสาวใช้มู่อันกับแม่นมหยาง ทั้งสองเพื่อช่วยนางจึงยอมสละชีวิตของตน
ซูเหมยหลันยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า ในใจเจ็บจนไม่อาจห้ามน้ำตาได้ เพราะความดื้อรั้นของนางที่จะแต่งกับคนที่ไม่รักนาง จึงนำพาให้นางสูญเสียทุกอย่างในวันนี้
มือเรียวลูบลงบนหน้าท้องอย่างแผ่วเบา ตอนนี้เหลือเพียงนางและลูกในท้อง
เป็นเพราะความคิดโง่ ๆ ของตัวเองที่ทำให้คิดว่าต้องมาบอกข่าวดีเรื่องนางตั้งครรภ์ให้เขารู้ เขาอาจเอาใจใส่นางบ้างและใจอ่อนกับนางบ้าง แต่พอมาถึงค่ายทหารของเขา กลับพบว่าเขากำลังอยู่กับสตรีผู้หนึ่ง แววตาเขาในยามนั้นกลับอ่อนโยนกว่าในยามที่มองมายังนาง ที่แท้เขานั้นมีคนที่รักอยู่แล้ว เขาจึงไม่รักนางเลย
เพียงเสี้ยวนาทีลมก็พัดโหมแรงซูเหมยหลันหยุดชะงักฝีเท้าทันที่เมื่อถึงหน้าผา ดินด้านหน้าปลายเท้านางสไลด์ลงไปอย่างรวดเร็วเพราะแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของนาง
ซูเหมยหลันหอบหายใจเหนื่อย หยาดน้ำตายังคงไหลริน เหงื่อบนใบหน้าปนกับหยาดน้ำตา
“เร็วเข้า! นางอยู่ข้างหน้า!”
เสียงของชายฉกรรจ์ดังใกล้เข้ามา ทำให้ซูเหมยหลันสะดุ้งหันกลับมามองด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นพวกเขาวิ่งเข้ามาในมือกำดาบแน่น คมดาบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นวาวแวบ แสยะยิ้มอย่างน่าขยะแขยง
ในสมองนางเต็มไปด้วยความคิดมากมาย ความสิ้นหวัง ความโกรธ ความเหนื่อยล้า ความว่างเปล่า และความหวาดกลัว เท้าของนางก้าวถอยหลังไปอย่างไม่ลังเล
ร่างบางล่วงลงจากหน้าผา หยาดน้ำตาไหลรินอย่างสิ้นหวังก่อนร่างบางนั้นจะกระแทกกับพื้นแข็งอย่างแรง นางรู้สึกเหมือนร่างกำลังแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บจนไม่อาจขยับได้ มือเรียวนั้นพยายามยกขึ้นแตะหน้าท้องอย่างอาลัย เลือดอุ่น ๆ ไหลอาบออกมา กลิ่นคาวเลือดคะคลุ้งแต่ในหูนางยังคงได้ยินเสียงเย็นชาของกู้เฉิงเยี่ยนอยู่ช้ำ ๆ
“สิ่งที่เจ้าต้องการข้าให้ได้ แต่จะไม่มีวันรักสตรีไร้ยางอายเช่นเจ้า!”
ลมหายใจสุดท้ายของนางหมดลงพร้อมกับภาพใบหน้าที่เย็นชาของกู้เฉิงเยี่ยน
หากย้อนกลับไปได้นางจะไม่ขอแต่งงานกับเขาอีก
…..
เสียงลมพัดบานหน้าต่างทำให้ซูเหมยหลันสะดุ้งตื่นขึ้น ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดใส นี่ข้าตายแล้วหรือ ลูก! มือเล็กยกขึ้นเพื่อลูบไปที่หน้าท้องของตนเพื่อดูว่าลูกของนางยังอยู่หรือไม่ แต่กลับพบแขนแกร่งที่ร้อนระอุวางพาดอยู่
เสียงลมหายใจของบุรุษก็ดังขึ้นข้างหู กลิ่นอายของบุรุษอบอวลอยู่ข้างนาง ซูเหมยหลันหันไปมองพบว่าเป็น กู้เฉิงเยี่ยนที่กำลังนอนเคียงข้างนาง
แม้ความร้อนจากกายเขาจะแผ่ไปทั่วกายนางแต่ในใจนางกลับเย็นเฉียบ
นางได้ย้อนกลับมาในวันที่วางยากู้เฉิงเยี่ยนเพื่อให้เขายอมแต่งงานกับนาง
หลังจากที่บิดาและมารดานางจากไป แม่ทัพกู้จวิ้นก็รับนางมาอยู่ด้วย เพราะนางเป็นบุตรสาวของน้องสาวบุตรธรรมของเขา เขาถือว่านางนั้นก็เป็นหลานสาวแท้ ๆ จึงรับมาเลี้ยงดูดุจคุณหนูในจวน
นางเข้ามาอยู่ตอนอายุสิบขวบมักถูกรังแก ครั้งหนึ่งกู้เฉิงเยี่ยนเข้ามาปกป้องนางอย่างวีรบุรุษ ตั้งแต่นั้นมานางก็จดจำเขาเอาไว้ในใจ คอยหาทางเข้าใกล้เขาอยู่เรื่อย ๆ หวังจะแสดงให้เขาเห็นถึงความรักของนาง แม้เขาจะแสดงเพียงท่าทีเย็นชา แต่นางก็ไม่ย่อท้อ นางเชื่อว่าสักวันเขาจะเห็นเองว่านางรักเขาเพียงใด
ฮูหยินกู้แม้ไม่ชอบนางแต่ก็ไม่ได้เกลียด แต่พอนางแต่งเป็นภรรยาเอกของกู้เฉิงเยี่ยน ฮูหยินกู้กลับเริ่มเย็นชากับนางและกลั่นแกล้งนางบ่อย ๆ
ทั้งให้นางไปทำอาหารมาให้ พอไม่ถูกใจก็ลงโทษให้คุกเข่าอยู่ท่ามกลางสายลมหนาวเย็น มีงานที่ใดฮูหยินกู้ก็ไม่พานางไป พูดจาเหน็บแนมนางอยู่เรื่อย ๆ แม้แต่บ่าวรับใช้ก็กล้านินทานางลับหลังและต่อหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
ไม่อีกแล้ว นางไม่อยากทนทุกข์เช่นนั้นอีก นางจะไม่แต่งกับเขาอีก
ซูเหมยหลันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาร้อนผาว ฝืนขยับร่างกายที่ปวดร้าวนั้นเพื่อลุกขึ้น ทว่ามือใหญ่นั้นกลับรัดแน่นตามสัญชาตญาณ
“เหมยหลัน… ”
เสียงนั้นทำให้นางสะดุ้งด้วยความหวาดหวั่นนางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพบว่าเขายังคงหลับสนิทอยู่ นางถอนหายใจแผ่วอย่างโล่งอก ก่อนจะขยับกายออกจากอ้อมกอดของเขา แล้วลุกขึ้นจากเตียง กวาดสายตาหาอาภรณ์ของตนอย่างรวดเร็ว
ซูเหมยหลันรีบสวมอาภรณ์ของตนเองแบบลวก ๆ มือเล็กที่สั่นระริกผูกเชือกผิด ๆ ถูก ๆ แต่นางไม่ได้สนใจ ตอนนี้มีในสมองของนางมีเพียงความคิดอย่างเดียว คือต้องออกจากที่นี่ไม่ให้บุรุษที่นอนอยู่บนเตียงเห็น
ซูเหมยหลันฝืนทนลากร่างปวดร้าวตรงไปยังประตู มือเรียวยกขึ้นหมายจะเปิดแต่ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
ไม่ได้หากนางออกทางประตูอาจมีคนเห็นหรือไม่ตอนนี้ องครักษ์ประจำกายของเขาอาจกลับมาแล้ว ดวงตางามที่ยังเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาครุ่นคิดครู่หนึ่ง
สายลมพัดเข้ามาต้องร่างบางอาภรณ์นางปลิวไหวเบา ๆ พลันสายตาก็หันไปตามสายลมนั้นทันที
ไม่นานนัก ร่างบางของซูเหมยหลันก็ก้าวออกมาจากห้องนั้นด้วยความระมัดระวัง
“คุณหนู…”
เสียงเรียกของแม่นมหยางดังแผ่ว ทำให้ซูเหมยหลันชะงักฝีเท้าลงทันที ในเงามืดนั้นแม่นมหยางที่ติดตามเลี้ยงดูนางมาตั้งแต่เด็กและ มู่อันสาวใช้ที่เติบโตมากับนาง ทั้งสองก็ก้าวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูท่านออกมาทำไมเจ้าคะ อีกไม่กี่ชั่วยามก็ฟ้าสางแล้ว”
เสียงแม่นมหยางถามขึ้นด้วยความงุนงง นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูของตนถึงได้ออกมาในยามนี้ เพราะเพื่อคืนนี้ทั้งสามนั้นวางแผนอย่างยากลำบาก และก็ใกล้จะสำเร็จแล้ว ความใฝ่ฝันของคุณหนูที่ชื่นชอบกู้เฉิงเยี่ยน อีกแค่ไม่กี่ชั่วยามนางจะได้สมปรารถนาแล้ว
มู่อันสาวใช้รีบก้าวเข้ามาประคองคุณหนูของตนอย่างใส่ใจ แม้จะมืดสลัวแต่นางกลับสังเกตเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปของคุณหนูตนเองอย่างชัดเจน ในยามนี้คุณหนูของตนกลับไม่สดใสเหมือนก่อนเข้าหากู้เฉิงเยี่ยน แต่กลับดูเศร้าหมองและลำบากใจ
“แม่นมหยางข้าไม่อยากแต่งกับเขาแล้ว”
เมื่อได้ยินคำตอบของคุณหนูตนเองแม่นมหยางกลับชะงักเล็กน้อย แววตาฉายชัดถึงความแปลกใจ จึงเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
“แต่ท่าน… ”
นางเพียงมองดูก็รู้ว่า คุณหนูของตนเองนั้นสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว หากนางไม่แต่งกับเขา เมื่อเรื่องนี้ถูกแพ่งพร่ายออกไปก็ต้องทำให้นางสูญเสียชื่อเสียงไม่อาจแต่งงานได้อีก
ซูเหมยหลันมองท่าทางลังเลของแม่นมหยาง นางก็เข้าใจทันที แม่นมหยางนั้นเลี้ยงนางมาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกของนางก็ราวแม่คนหนึ่ง ไม่อยากให้นางต้องเสื่อมเสียเกียรติ
มือเรียวยื่นไปจับมือของแม่นมหยางไว้แน่น ดวงตานางฉายแววแน่วแน่ ริมฝีปากบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แม่นม หลันเอ๋อร์ผิดไปแล้ว ข้าดื้อรั้นเกินไป ครั้งนี้ข้าคิดดีแล้ว ท่านลุงมีบุญคุณกับข้า ต่อไปข้าจะไม่อาจเอื้อมเป็นภรรยาของพี่ชายอีก เอาไว้หลังวันครบรอบการจากไปของท่านลุง ข้าจะขอกลับบ้านเกิด เรากลับจวนตระกูลซูกัน ข้าโตแล้วจะค่อย ๆ หาเลี้ยงท่านเองดีหรือไม่”
แม่นมหยางเผยรอยยิ้มตื้นตันออกมา มือเหยี่ยวย่นบีบมือเรียวเล็กอย่างเอ็นดูพร้อมพยักหน้ารับด้วยน้ำตาคลอ ในที่สุดคุณหนูของนางก็โตเสียที
“ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นเรากลับห้องกันเถิดเดี๋ยวจะมีคนมาเห็นเข้า”
ซูเหมยหลันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะหมุนกายแล้วก้าวเดินไปตามทางที่ส่องสว่างด้วยโคมไฟ
…
