ตอนที่1
ตอนที่ 1 เกิดใหม่
“เหอหว่านซินเจ้าแย่งสิ่งที่ควรจะเป็นของชิงอวี่ไป ยังฆ่านางกับลูกในท้องของนางอีก! สตรีอำมหิตเช่นเจ้าจงตายไปซะ!!”
น้ำเสียงแข็งกร้าวของไป๋หรูเฉิงดังขึ้นพร้อมกับดาบยาวที่แทงทะลุอกของเหอหว่านซินอย่างแรง ดวงตาเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น
เหอหว่านซินชะงัก เสียงเนื้อที่ถูกฉีกด้วยคมดาบดังแผ่วในหูของนาง
เจ็บ! เจ็บจนหายใจไม่ออก รสคาวเลือดแล่นขึ้นคออย่างไม่อาจห้ามก่อนจะกระอักเลือดออกมาหลายคำ ร่างบางทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ปรากฏหยดน้ำตาหนึ่งที่หางตา ไม่ใช่ความเสียใจ แต่เป็นความสมเพชตัวเอง
ดวงตาคู่งามค่อย ๆ เลือนราง ความมืดกลืนกินทุกสิ่ง ริมฝีปากบางยกขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้ม หากเป็นการเย้ยหยันต่อดวงชะตาอาภัพของตนเอง
นางคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของเสนาบดีเหอ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่กลับถูกพี่ชายแท้ ๆ วางยาปลุกกำหนัดแล้วพาไปขึ้นเตียงกับไป๋หรูเฉิง
เพียงเพื่อจะแย่งมู่ชิงอวี่จากไป๋หรูเฉิง กลับทำลายชีวิตของนางที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ
หลังจากนางตายวิญญาณยังคงล่องลอยอยู่ในจวนตระกูลไป๋ ทว่าความจริงที่ปรากฏคือ มู่ชิงอวี่เพียงอยากแสร้งตายเพื่อจะได้บีบคั้นความรักของนางกับไป๋หรูเฉิงโดยใส่ร้ายข้า
ยาแกล้งตายที่นางปรุงขึ้นมานั้น ช่างมีสรรพคุณดีเหลือเกินทำให้ไป๋หรูเฉิงเชื่อว่านางตายจริง ๆ เขาจึงโกรธแค้นข้าขนาดนั้น ไม่แม้แต่จะสืบเรื่องราวอะไรเลย เพียงคำพูดเดียวของมู่ชิงอวี่ เขาก็เชื่อสนิท
เหอหว่านซินยิ้มเยาะในดวงชะตาตัวเอง พวกเจ้ารักกันปานนี้เหตุใดต้องใช้ข้าเป็นหมากของพวกเจ้าด้วย
วิญญาณของนางล่องลอยออกไปยังตระกูลเหอ เห็นพี่ชายของนางที่บัดนี้กลายเป็นคนพิการนอนติดเตียงอยู่ ใบหน้าซีดเซียวคงเป็นผลจากยาของสตรีที่เขารักสุดดวงใจ
ท่านพ่อจากไปไม่นาน ท่านย่าก็จากไปด้วยอาการตรอมใจ ในจวนตระกูลเหอที่เคยคึกคักบัดนี้กลับวังเวงยิ่งนัก
เหอหว่านซินมองเหอเยี่ยนเฟิง แล้วยิ้มออกมา ท่านสมควรแล้ว
……
ในงานเลี้ยงที่คึกครืนของจวนตระกูลเหอ
“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ”
เสียงใส ๆ ของอิงรั่วดังขึ้นข้างหูนาง
เหอหว่านซินสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาค่อย ๆ ปรับภาพเบื้องหน้าให้ชัดเจน งานเลี้ยงต้อนรับของพี่ชายหรือ? ภาพทุกอย่างไหลย้อนจนนางปวดศีรษะจนต้องยกมือเรียวขึ้นกุมขมับแน่น คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย
“คุณหนู ไปเจ้าค่ะบ่าวจะพาไปพักที่เรือนนะเจ้าคะ”
เหอหว่านซินเงยหน้ามองบ่าวข้างกาย แววตานางเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความทรงจำมากมายที่ถาโถมเข้ามาในสมอง แต่นางก็ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของบ่าวที่ทรยศหักหลังนาง
ในชาติก่อนก็เป็นวันนี้ นางถูกสาวใช้ผู้นี้หักหลัง สาวใช้อิงรั่วร่วมมือกับพี่ชายแท้ ๆ ของนาง วางยาปลุกกำหนัดให้นางแล้วพานางไปยังเรือนรับรอง เพื่อให้ไป๋หรูเฉิงพรากความบริสุทธิ์ของนางไป
หลังจากนั้น ก็บังคับให้ไป๋หรูเฉิงแต่งงานกับนาง เพียงเพราะพี่ชายของนางแอบรักมู่ชิงอวี่ แต่มู่ชิงอวี่และไป๋หรูเฉิงทั้งสองมีใจให้กัน
พี่ชายแท้ ๆ ของนาง เพื่อแยกทั้งสองถึงกับยอมทำลายชื่อเสียงของน้องสาวแท้ ๆ
นางค่อย ๆ ก้าวเดินไปสายตาก็พลันมองไปยังรอบ ๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“อิงรั่ว นี่ปีอะไร”
“ปีระกาที่ห้าเจ้าค่ะ”
อิงรั่วตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนสองมือเล็กนั้นจะกระชับร่างกายของคุณหนูของตนให้แน่นขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงของคุณหนูของตน
เหอหว่านซินพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ดูเหมือนว่าขณะนี้นางได้ดื่มยาปลุกกำหนัดที่พี่ชายแสนดีของนางเตรียมไว้ให้เป็นของขวัญเสียแล้ว
ในชาติที่แล้วในวันที่ก่อนจะแต่งออกไป เหอหว่านซินที่โง่เขลาผู้นั้นคิดว่าจะมาลาพี่ชายที่แสนดีของนาง ทว่ากลับได้ยินเขาพูดกับอิงรั่วอย่างภาคภูมิใจ
เหอหว่านซินจึงได้รู้ว่าทุกอย่างคือฝีมือของพี่ชายนางโดยมีสาวใช้อิงรั่วคอยช่วยเขาและหักหลังนาง
น้ำตาอุ่น ๆ หยดหนึ่งไหลลงอย่างไม่อาจห้าม ในใจพลันคิดนี้สวรรค์ท่านเห็นข้าเจ็บปวดในชาติที่แล้วไม่มากพอหรือใยต้องให้ข้ากลับมาใช้ชีวิตที่แสนจะเจ็บปวดนี้อีกคราเล่า
ดวงตาที่ร้อนผ่าวนั้นเมื่อหยดน้ำตาร่วงลงราวเหมือนกับได้ชะล้างจิตใจ
นางค่อย ๆ ได้สติขึ้นมา ไม่! ไม่! ในเมื่อย้อนกลับมาแล้วข้าจะไม่ยอมให้เส้นทางชีวิตของข้าต้องช้ำรอยเดิมชีวิตที่น่าสมเพชเช่นนั้นข้าไม่อยากได้อีกแล้ว ชีวิตนี้ของข้าจะยืนด้วยตนเองไม่เป็นเครื่องมือของใครอีกแล้ว
อิงรั่วก้าวพาร่างบางของเหอหว่านซินก้าวเข้ามาในเรือนรับรองของจวน นางหยุดยืนอยู่หน้าประตูเพียงครู่สายตาสอดส่องซ้ายขวาก่อนจะพาร่างของคุณหนูของตนเองก้าวเข้าไปในห้องแล้วค่อย ๆ ประคองนางไปยังเตียง
เหอหว่านซินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“อิงรั่วนี้ไม่ใช่ห้องของข้า”
“คุณหนูท่านเมามากแล้ว คุณชายจึงให้บ่าวพาท่านมาพักที่เรือนรับรองชั่วคราวเจ้าค่ะ”
เหอหว่านซินพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงอีกครา
“ข้าคอแห้งมากเจ้าช่วยรินชาให้ข้าที”
อิงรั่วที่เพิ่งช่วยประคองร่างของคุณหนูของตนนั่งลงบนเตียงนุ่มนางหันไปมองยังโต๊ะชาข้างเตียงก่อนจะพยักหน้าน้อย ๆ แล้วก้าวตรงไปยังโต๊ะชา
….
