ชันสูตรรัก พลิกคดีเลือด

119.0K · จบแล้ว
panomgorn
30
บท
180
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

นางคือ 'ซูเจิน' อู่จั้ว (นักชันสูตรศพ) ยอดอัจฉริยะ ผู้มีเบื้องหลังเป็นสายลับเดนตายที่ถูกชุบเลี้ยงขึ้นมาจากขุมนรกใต้ดิน หน้าที่ของนางมีเพียงหนึ่งเดียว... คือการแฝงตัวเข้าไปในจวนอ๋องเพื่อสร้างหลักฐาน และลอบปลิดชีพเป้าหมายให้จงได้ เขาคือ 'หยางอวี้เฉิน' ชินอ๋องผู้เกรียงไกร เจ้าของฉายา 'พยัคฆ์ทลายเมฆา' ที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของการถูกใส่ร้ายในคดีฆาตกรรมศพไร้หัวและวิชามนตร์ดำ เขารู้ดีว่าสตรีหน้าหยกที่ก้าวเข้ามาในจวนคือเครื่องมือสังหารที่ถูกส่งมา ทว่าแทนที่จะบั่นคอนางทิ้ง เขากลับเลือกที่จะเก็บนางไว้ข้างกาย เพื่อรอดูว่ามีดในมือนางจะคมพอที่จะปลิดชีพเขาได้หรือไม่!

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณนิยายรักแม่ทัพท่านอ๋องแก้แค้นกลอุบายในวังนิยายย้อนยุคผู้ชายอบอุ่นราชวงศ์/ชนชั้นเจ้า

บทนำ เบี้ยตายบนกระดาน

ในเงามืดมิดใต้พิภพที่แสงตะวันไม่อาจสาดส่อง กลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่ฝังลึกอยู่ในทุกอณูของกำแพงหินศิลา ที่แห่งนี้คือ ‘หอคอยเงา’ ขุมนรกใต้ดิน สถานที่ที่หล่อหลอมเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า ให้กลายเป็นอาวุธสังหารที่ไร้จิตใจ

ท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหว ร่างอรชรในชุดสีดำสนิทคุกเข่าอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ แผ่นหลังบอบบางของนางเหยียดตรง เส้นผมสีหมึกถูกรวบตึงซ่อนรูปหน้าเรียวเล็กที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ดวงตาหงส์ที่ควรจะงดงามเปล่งประกายตามวัยดรุณี กลับเรียบนิ่งและมืดมิดดุจก้นบึ้งของบ่อน้ำลึก

"ซูเจิน..."

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเมตตาจอมปลอม ดังมาจากบุรุษวัยกลางคนในชุดขุนนางชั้นสูงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ผู้กุมอำนาจในที่แห่งนี้ ทอดสายตามองดูผลงานชิ้นเอกที่เขาใช้เวลาปลุกปั้นมานานนับสิบปี

"สิบปีแล้วสินะ ที่ข้าเก็บเจ้ามาจากกองซากศพข้างถนน ให้อาหาร ให้ที่พัก และให้วิชาความรู้แก่เจ้า..." เขาพูดพลางลูบเคราของตนเบาๆ

"เจ้าเรียนรู้วิชาแพทย์เพื่อรักษาคน และเรียนรู้วิชาพิษเพื่อปลิดชีพคน... บัดนี้ ดาบแห่งความยุติธรรมที่ข้าลับมากับมือ ถึงเวลาต้องถูกชักออกจากฝักแล้ว"

"ชีวิตของหม่อมฉันเป็นของใต้เท้าเพคะ"ซูเจินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล

รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปากของจิ้งจอกเฒ่า เขาก้าวเข้าไปใกล้ โยนป้ายหยกสีดำที่มีคำว่า 'อู่จั้ว' (ผู้ชันสูตรศพ) ลงตรงหน้านาง

"เมืองหลวงต้าฉู่กำลังจะเกิดพายุเลือด มีข่าวลือหนาหูว่า 'ชินอ๋อง หยางอวี้เฉิน' กำลังซ่องสุมกำลังพลและใช้วิชามนตร์ดำในการลอบสังหารขุนนางเพื่อก่อกบฏ... หน้าที่ของเจ้า คือแฝงตัวเข้าไปในจวนชินอ๋อง ในฐานะหมอหญิงประจำจวน

ขุนนางเฒ่าย่อตัวลงกระซิบข้างหูนาง น้ำเสียงเมตตาแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมโหด

"จงใช้สติปัญญาและวิชาแพทย์ของเจ้า ซื้อความไว้วางใจจากมัน ค้นหาจุดอ่อนของพยัคฆ์ร้ายผู้นั้น... และเมื่อโอกาสมาถึง จงส่งมันลงนรกไปเสีย อย่าให้เหลือร่องรอยเด็ดขาด"

ซูเจินก้มหน้ารับคำสั่ง นางรู้ดีว่าชินอ๋องหยางอวี้เฉินคืออนุชาของอดีตฮ่องเต้ เป็นบุรุษที่กุมอำนาจทางทหารและถูกขนานนามว่า 'พยัคฆ์ทลายเมฆา' ผู้มีนิสัยโหดเหี้ยม เย็นชา และหวาดระแวงเป็นที่หนึ่ง การส่งนางให้ไปลอบสังหารบุรุษผู้นี้... ไม่ต่างอันใดกับการส่งเนื้อเข้าปากเสือ

หากภารกิจสำเร็จ นางอาจถูกฆ่าปิดปากเพื่อตัดตอน หากภารกิจล้มเหลว นางก็ต้องตายด้วยเงื้อมมือของชินอ๋อง

นางคือ 'เบี้ยตาย' ที่ถูกวางลงบนกระดานหมากรุกที่เดิมพันด้วยอำนาจและราชบัลลังก์ ทว่าสำหรับสตรีที่ไม่มีแม้แต่อดีตให้จดจำ การมีชีวิตอยู่เพื่อทำตามคำสั่งเจ้านาย ก็คือเหตุผลเดียวที่ทำให้นางยังคงหายใจ

"หม่อมฉันรับบัญชา... จะนำหัวของชินอ๋องกลับมาให้ใต้เท้าให้จงได้เพคะ"

ซูเจินเก็บป้ายหยกอู่จั้วขึ้นมาซุกไว้ในสาบเสื้อ ลุกขึ้นยืนและหมุนตัวเดินจากไปในความมืดมิด ทิ้งขุมนรกที่เติบโตมาไว้เบื้องหลัง เพื่อมุ่งหน้าสู่อีกขุมนรกหนึ่งที่กำลังรอคอยนางอยู่

...

ในเวลาเดียวกัน ณ จวนชินอ๋องที่ตั้งตระหง่านอย่างโอ่อ่าทว่าเงียบเหงา

หยางอวี้เฉินยืนเอามือไพล่หลังอยู่ริมระเบียงจวน ทอดสายตามองดูพายุฝนที่กำลังตั้งเค้าทะมึนอยู่เหนือเมืองหลวง นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาลึกล้ำและเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง สิบปีแล้วที่เขาต้องแบกรับข้อครหา ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางดงดาบและรอยยิ้มอาบยาพิษของพวกขุนนางกังฉินที่จ้องจะเหยียบย่ำเขาลงจมดิน

"ฝ่าบาท..."

องครักษ์เงาก้าวเข้ามาคุกเข่าเบื้องหลัง

"ราชสำนักส่งตัว หมอมาประจำที่จวนแต่หมอผู้นั้น กลับเป็นสตรี"

"สตรีงั้นหรือ?"

หยางอวี้เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาของพญาราชสีห์ทอประกายอันตราย

ชายหนุ่มหมุนตัวกลับเข้าสู่ความมืดภายในเรือน...

ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า การโคจรมาพบกันระหว่าง 'สายลับหญิงผู้ไร้หัวใจ' และ 'ชินอ๋อง' ในครั้งนี้ จะไม่ใช่การลอบสังหารที่ราบรื่นดังที่ผู้บงการคาดหวัง