บทที่ 3
เยี่ยนฟางกลับมาถึงเรือนของเยี่ยนซินนางก็เทผงสมุนไพรที่ทำให้คันไปทั่วทั้งตัวของเยี่ยนซิน นางถอดเสื้อผ้าเยี่ยนซินออกเพื่อให้ผงสมุนไพรโดนผิวโดยตรง คนหลับเวลาคันก็ต้องเกาตัวเองอยู่ดี พอรู้ตัวว่าเกาจนได้เลือดนางก็อยากจะรอฟังเสียงร้องของเยี่ยนซินเสียแล้ว เยี่ยนฟางเทยาไปก็แสยะยิ้มอย่างน่ากลัวไปด้วย อยากออกเรือนก็ลองใช้หน้าตาที่มีแต่แผลเป็นออกไปด้วย นางอยากจะรู้ว่าตระกูลกู้ยังจะกล้าแต่งเข้าเรือนหรือไม่
เมื่อเรียบร้อยก็กลับไปที่เรือนของโม่โฉว นางไม่ใช่วิธีเดียวกันกับเยี่ยนซิน นางเพียงจะมาขอแบ่งทรัพย์สินที่โม่โฉวสะสมไว้ก็เท่านั้น จะไปทั้งทีก็ต้องแบ่งไปให้สมกับที่คนพวกนี้ริบเงินเดือนร่างเก่าเสียหน่อย
ในคลังสมบัติของโม่โฉวทรัพย์สินที่ได้มาจากการรับสินบนลับหลังเยี่ยนหวงนั้นมีมากมายเหลือเกิน นางอาศัยลมข้างหมอนคอยเบาหูให้เยี่ยนหวงช่วยผลักดันคนเข้ารับตำแหน่งส่วนสินบนที่นางรับมาก็เก็บไว้ในคลังของนางแทน เยี่ยนฟางยังใจดีไม่กวาดไปเสียทั้งหมด ตั๋วเงินนับหมื่นตำลึง ทองคำอีกหลายหีบ นางไม่พลาดอยู่แล้ว หากโม่โฉวรู้ว่าทองกับตั๋วเงินหายไปจะโวยวายให้ใครฟังได้แค่คิดก็อยากจะหัวเราะเสียแล้ว
นางกลับเรือนไปนอนพักด้วยความสุขใจ เรื่องเลวร้ายจะเกิดก็หลังจากนี้ต่างหาก ในเมื่อเยี่ยนฟางคนเดิมนางก็อยู่อย่างสงบแต่เป็นนางสองคนแม่ลูกเองที่อยากจะแย่งชิงวาสนาของคนอื่นจนทำให้เยี่ยนฟางตายลงจากยาที่พวกนางวาง จิตใจที่อ่อนแอ ร่างกายที่บอบบางเยี่ยนฟางคนเดอมจึงชิงตายไปเสียก่อนเป็นนางที่เข้ามาแทนพอดีที่โดนย่ำยี หากเป็นเยี่ยนฟางคนเดิมคงได้ผูกคอตายหนีความอับอายแน่
เช้าวันรุ่งขึ้นรถม้าสามคันที่ท่านเจ้าเมืองมีเมตตาจัดหามาให้ก็ยกของขึ้นจนแล้วเสร็จพร้อมออกเดินทาง เยี่ยนฟางหันไปมองจวนเจ้าเมืองครั้งสุดท้าย อาจจะเป็นเพราะมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ทำให้นึกถึงมารดาเจ้าของร่างที่งดงาม อ่อนหวาน แต่แล้วยังไง ความงามที่มีก็ไม่อาจดึงใจสามีให้รักตนเพียงคนเดียวได้
นางถอนหายใจแล้วขึ้นรถม้าไป เยี่ยนฟางได้หน้าตาที่งดงามมาจากมารดาถึงแปดส่วนอีกสองส่วนเป็นของบิดาไร้ค่าที่มอบให้นาง นางจึงเป็นสาวงามที่ชวนให้คนได้พบล้วนลุ่มหลง กู้หลิวหยางก็เช่นกัน แต่บุรุษคนใดจะยอมรับสตรีที่แปดเปื้อนได้ลง ต่อให้รักมั่นปานใด แต่ในยุคนี้ก็ถือเรื่องนี้เป็นใหญ่ นางไม่โดนจับถ่วงน้ำก็ถือเป็นบุญแล้ว
ยิ่งคิดยิ่งแค้นเทพชะตาส่งนางมาก็พบเหตุการณ์เช่นนี้ สู้ให้นางไปชดใช้กรรมแล้วไปเกิดใหม่เสียยังจะดีกว่า หลังจากที่เยี่ยนฟางออกจากจวนไปไม่นาน เสียงกรีดร้องของเรือนเยี่ยนซินก็ดังไปทั่วจวน บ่าวไพร่ล้วนวิ่งกันให้วุ่น โม่โฉวที่ตกใจเสียงร้องของบุตรสาวก็รีบไปที่เรือนของเยี่ยนซิน
ภาพที่นางเห็นทำให้โม่โฉวลมแทบจับ เนื้อตัวของเยี่ยนซินไม่มีส่วนไหนที่เหลือดีเลย นางเกาจนเลือดออกทุกจุดดูน่าหวาดกลัว ใบหน้ามีแต่รอยเล็บ เพราะความรักสวยรักงามทำให้นางไว้เล็บยาว หมอที่มารักษาล้วนแต่ส่ายหน้า บาดแผลทั้งหมดคงทิ้งรอยแผลเป็นให้นางเจ็บปวดใจเสียแล้ว
หมอสามคนที่ถูกเชิญมาล้วนแล้วแต่ให้คำยืนยันเช่นเดียวกันว่า นางแพ้สมุนไพรที่ผสมในน้ำแช่ตัว เยี่ยนฟางได้เทยาของนางลงไปในสมุนไพรแช่ตัวของเยี่ยนฟางด้วยแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้แยกแยะก็คงแยกไม่ออกมาคือสมุนไพรตัวใด เยี่ยนซินเพิ่งได้สมุนไพรแช่ตัวมาจากมารดาของนางเรื่องนี้จะโทษมารดาก็คงพูดไม่ได้เต็มปาก
ท่านหมอจึงแจ้งเพียงว่าผิวของนางบอบบางเกินไปจึงแพ้ได้ง่ายกว่าคนอื่น หากเยี่ยนฟางมาได้ยินคงหัวเราะจนฟันร่วง นางก็อยากจะให้โม่โฉวได้ลองใช้สมุนไพรแช่ตัวเช่นกัน
เยี่ยนฟางเดินทางไปเมืองหานโจว ห่างจากเมืองหานตงสามร้อยลี้ ขบวนของนางถือว่าเดินทางไม่ช้าหรือเร็วเกินไปสิบวันก็มาถึงเรือนของท่านแม่นาง จางลี่จิ่นมีเรือนในสินเดิมสามที่ด้วยกัน แต่เยี่ยนฟางเลือกที่หานโจวเพราะทิวทัศน์ที่งดงามตามคำบอกเล่าของแม่นมจาง
แล้วก็ไม่ได้ทำให้นางผิดหวังบ้านนอกตัวเมืองที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย รายล้อมไปด้วยขุนเขาและสายน้ำ ตามที่นางเคยเห็นในภาพวาดที่งานประมูลในภพของนาง เท่านี้เพียงพอแล้วสำหรับนาง รายได้ที่ต้องหาค่อยคิดที่หลังว่าจะทำเช่นไร ตอนนี้ขอดื่มด่ำธรรมชาติก่อน
