บท
ตั้งค่า

ตอนที่4 เราลองคบกันดูดีหรือไม่

ฝ่ามือที่เตรียมจะฟาดเขาค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อเขาจับมันเอาไว้ ก่อนจะกระชากร่างของนางมากระแทกอกดังปึก! กลิ่นกายหอมกรุ่นลอยมาปะทะจมูกเขาในทันที เขาจับนางให้นั่งบนตักของเขา ชาย สองแขนกอดรัดร่างของนางเอาไว้

“ทำร้ายเชื้อพระวงศ์มีโทษสถานใดเจ้ารู้หรือไม่?”

“ไม่อยากรู้เพคะ” นางไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะใจของนางเดือดยิ่งกว่าน้ำร้อนต้ม เขากล้าฉีกสัญญาที่นางเขียนขึ้นมา เขาเป็นบุรุษประเภทไหนกันลงนามด้วยการประทับตรา และเป็นถึงท่านอ๋องควรรักษาคำพูด นางไม่น่าเชื่อใจเขาเลย

“เราลองคบกันดูไหม?”

“ไม่เพคะ”

“ข้าให้เจ้าตอบใหม่”

“ไม่...อื้อออ” เขาบดจูบลงมาทันทีอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดดูดดึงลิ้นเล็กของนางอย่างหลงใหล ผ่านไปสักพักเขาก็ถอนจูบออกมาแล้วมองใบหน้าแดงก่ำของนางอย่างเอ็นดู

ริมฝีปากของนางบวมเจ่อจากแรงดูดดึงของเขา ยิ่งมองเขาก็ยิ่งมีอารมณ์ นางจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เขาไม่ใส่ใจเลยสักนิดกลับมองว่ามันช่างน่าเอ็นดู

“คบกับข้า”

“ไม่…อื้อออ” นางอยากจะบ้าตายเขามันคนฉวยโอกาสเห็นแก่ตัวที่สุดรังแกคนไม่มีทางสู้ ร่างของอันฉีอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของเขา น้ำตาของนางไหลออกมาเพราะความอัดอั้นตันใจและน้อยใจที่เขาทำกับนางเช่นนี้ เขายกมือมาเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยน

“คบกับข้า”

“เป็นคำสั่งของท่านอ๋องหม่อมฉันจะขัดสิ่งใดได้” นางเอ่ยเสียงคัดจมูกเพราะร้องไห้

“ไม่ใช่คำสั่งแต่ว่าข้าขอร้องเจ้าได้หรือไม่?” อันฉีมองเขานิ่งอย่างครุ่นคิด ถึงจะปฏิเสธเขาก็คงจะไม่ยอมอยู่ดีขนาดสัญญายังฉีกได้ แล้วนางจะทำอย่างไรดีนะชีวิตของนางที่สงบสุขจะต้องวุ่นวายมากแน่ หรือว่านี่คือเหตุผลที่แท้จริงที่นางทะลุมิติมาที่นี่ เฮ้อ! แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

“หม่อมฉันเป็นคนเอาแต่ใจและร้ายกาจมากพระองค์จะรับได้หรือเพคะ หม่อมฉันไม่เหมือนสตรีทั่วไปและไม่อยากอยู่ใต้อาณัติของใคร เพราะฉะนั้นหม่อมฉันให้โอกาสพระองค์ได้คิดอีกครั้ง หากว่าพระองค์ยังดึงดันที่จะคบหากับหม่อมฉัน พระองค์ก็ต้องรับนิสัยของหม่อมฉันให้ได้”

“หม่อมฉันมีนิสัยที่ไม่เหมือนใคร หากสิ่งไหนที่เป็นของของฉันย่อมเป็นของหม่อมฉันแต่เพียงผู้เดียวและไม่สามารถแบ่งปันกับใครได้ นั่นหมายถึงหากมีหม่อมฉันพระองค์จะไม่สามารถมีสตรีอื่น”

“หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์สัญญา เพราะกระดาษที่ท่านใช้ตราประทับท่านก็ฉีกมาแล้ว หม่อมฉันเพียงบอกให้พระองค์รับรู้เอาไว้ เพราะวันใดที่พระองค์มีสตรีอื่นหม่อมฉันจะจากไปทันที”

“ข้าจะไม่มีใครแน่นอน”

“ถ้าเช่นนั้นก็ค่อย ๆ คบกันไป ห้ามทำอะไรรุ่มร่ามกับมองฉันต่อหน้าผู้อื่น ถึงเราจะมีอะไรกันแล้วก็ตาม หม่อมฉันไม่อยากเปิดเผยเร็วจนเกินไป”

“ได้ แต่ว่าลับหลังคนอื่นข้าก็ทำได้ใช่หรือไม่?”

“ไม่ได้ อื้อออ ท่านอ๋อง” นี่เขาจะเอาแต่ใจเกินไปแล้ว คิดว่าว่านางจะยอมแพ้หรือ นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่ถูกที่ยอมให้รังแกแต่เพียงฝ่ายเดียว จูบมาจูบกับไม่โกงอยู่แล้ว เมื่อจู่ ๆ นางก็จูบตอบเขาขึ้นมา เขาจึงรีบกอดกระชับร่างของนางให้แน่นขึ้น ก่อนไฟนักจะลุกโชนเขารีบผละออกมา

“ข้าต้องหยุดก่อนที่เจ้าจะมาตำหนิข้าว่าเอาเปรียบและรังแกเจ้า แต่ว่าเมื่อกี้เจ้าเป็นคนตอบโต้ข้าเองนะ”

“ไม่ตอบโต้แล้วจะปล่อยให้รังแกหรือเพคะ หม่อมฉันไม่ยอมให้ถูกรังแกฝ่ายเดียวอยู่แล้ว” เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกริ่มขึ้นมา

“งั้นข้ายอมพลีร่างให้เจ้ารังแกข้าฝ่ายเดียวก็ได้ มาเลยข้ายอมและพร้อมมาก”

เพียะ! โอ๊ย! “ท่านอ๋องกลับไปเถอะเพคะ หม่อมฉันจะไปทำงานแล้ว กฎข้อที่หนึ่งต้องเชื่อฟัง”นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาจึงพยักหน้ารับก่อนจะจับนางลุกออกจากตัก แล้วลุกขึ้นมาจากเก้าอี้อย่างอ้อยอิ่ง

“รีบไปเลยเพคะ”

“ได้ ๆ ข้าไปก็ได้”

เมื่อเขาเปิดประตูก็เห็นสององครักษ์หวังซูและหวังเหล่ย ยืนรออยู่หน้าประตูเพื่อกันไม่ให้คนเข้ามา ฟู่อันฉีมองตามร่างสูงโปร่งที่เดินจากไปอย่างครุ่นคิด ชีวิตสงบสุขของนางจบลงแล้วสินะ เขาคือเจ้ากรรมนายเวรของนางใช่หรือไม่

เมื่อกลับถึงจวนเขาก็ตรงไปทำลายกระดาษที่นางเขียนทันที เพราะเขาโกหกนางว่าฉีกทิ้งไปแล้ว ในช่วงเวลานั้นจู่ ๆ เขาเกิดหวงแหนนางขึ้นมา จึงรีบคิดแผนการเฉพาะหน้าโดยการขอคบนางและอ้างว่าฉีกสัญญาทิ้งไปแล้ว มาตอนนี้เขาจึงต้องรีบทำลายมันทิ้ง

“ท่านอ๋องชอบคุณหนูฟู่หรือพ่ะย่ะค่ะ” หวังซูถามขึ้น

“ข้าไม่แน่ใจ” เขามองแผ่นกระดาษที่ถูกไฟเผาทีละนิดอย่างพอใจ

“นางบอกว่ายังไม่พร้อมจะเปิดเผยให้ค่อย ๆคบกันไปก่อน เรื่องนี้พวกเจ้าห้ามพูดไปเด็ดขาด หากเรื่องหลุดออกไปนางต้องโกรธข้าแน่”

หวังซูหันไปมองหวังเหล่ยผู้เป็นพี่ชายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ท่านอ๋องมีแต่ออกคำสั่งให้ผู้อื่นทำตาม มายามนี้เพียงแค่สตรีผู้หนึ่งท่านอ๋องก็ยอมเชื่อฟังอย่างง่ายดาย เขาไม่สบายหรือไม่ดูเหมือนไม่ใช่เขาเลย หรือว่าท่านอ๋องจะถูกนางทำเสน่ห์เข้าให้แล้ว

“ท่านอ๋องคงไม่ถูกนางทำเสน่ห์ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“นางคงทำเสน่ห์ใส่ข้าจริง ๆ ดูสิเพียงข้าจากนางมาไม่นานข้าก็คิดถึงนางขึ้นมาอีกแล้ว”

“แย่แล้วท่านอ๋อง!!” หวังซูและหวังเหล่ยร้องออกมาด้วยความตกใจ ต้องรีบพาท่านอ๋องไปหาหมอคุณไสยให้ช่วยถอนเสน่ห์ ขืนชักช้าจะถอนมนต์เสน่ห์ลำบาก

“ท่านอ๋องข้าจะไปติดต่ออาจารย์ด้านไสยศาสตร์ให้มาตรวจดูดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“อืมตรวจดูก็ดีเหมือนกัน ข้าดูไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย เหตุใดข้าถึงเอาแต่คิดถึงแต่นางกันนะ”

“กระหม่อมจะรีบไปรีบมาพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อเจ้าอาวาสวัดดังมาถึง เขาก็ตรวจดูหมิงอ๋อลงอย่างตั้งใจ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“ท่านอ๋องเคยคบหากับสตรีมาก่อนหรือไม่?”

“ข้าเคยคบหากับคุณหนูใหญ่เสิ่นในช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นก็ไปร่วมรบอยู่ถึงห้าปี พอกลับมานางก็หมั้นกับรัชทายาทไปแล้ว หลายวันก่อนข้าเผลอมีความสัมพันธ์กับสตรีผู้หนึ่ง นางไม่ต้องการให้ข้ารับผิดชอบนางแต่อย่างใด นางเพียงขอให้ข้าและนางต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งเกี่ยวต่อกัน แต่กลับเป็นข้าที่ลืมนางไม่ลงเอาแต่คิดถึงนาง ท่านเจ้าอาวาสนางทำเสน่ห์ใส่ข้าใช่หรือไม่?”

เจ้าอาวาสได้ฟังก็ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น “นางไม่ได้ทำเสน่ห์ใส่ท่านอ๋อง แต่ว่าท่านอ๋องตกหลุมเสน่ห์ของนาง”

“ข้าตกหลุมเสน่ห์ของนาง? หมายถึงข้าชอบนาง?”

“อามิตตาพุทธ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel