ตอนที่2 บุรุษเนื้อหอม
หมิงอ๋องนั่งอ่านข้อความที่นางเขียนพร้อมกับนั่งฟังหวังเหล่ยรายงานเรื่องราวของนางไปด้วย คุณหนูฟู่อันฉีเพิ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นไปเพียงหนึ่งปี ซึ่งก็หมายความว่านางมีอายุเพียง 16 ปี พอเขาฟังมาถึงตรงนี้ก็หวนให้นึกถึงรูปร่างของนางขึ้นมาทันที รูปร่างของนางงดงามอย่างไร้ที่ติ จนเขาต้องฝากรอยเอาไว้มากมาย
นางเข้ามาดูแลกิจการของครอบครัวแทนมารดาของนางที่จากไป เพราะฟู่อันเฉิงแต่งงานกับบุตรสาวพ่อค้าตระกูลเจานามว่า เจาจินเยว่ นางมีสินเดิมมากมายที่ได้ยกให้เป็นมรดกของบุตรสาว ยามนั้นฟู่อันฉีในวัยเพียง12ขวบ ก็ลุกขึ้นมาดูแลกิจการได้อย่างน่าทึ่ง
ทำให้ฟู่อันเฉิงผู้เป็นบิดาภูมิใจเป็นอย่างมาก จากที่รักและตามใจนางอยู่แล้ว เขาได้มอบตำแหน่งนายหญิงให้กับนางทันที ไม่ว่าจะเรื่องดูแลจวนหรือกิจการร้านค้า เขาไว้ใจให้นางดูแลทั้งหมดทั้งหมด
ฟู่อันเฉิงเป็นเสนาบดีฝ่ายยุติธรรม มีความซื่อตรงสุจริตในหน้าที่การงาน จึงเป็นที่ไว้ใจของฮ่องเต้เฉินเฟยเทียนเป็นอย่างมาก ผู้คนจึงนับหน้าถือตาและให้ความเกรงใจเขาอยู่ไม่น้อย
“ท่านอ๋องจะทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ ยังจะให้ไปจับคุณหนูรองเสิ่นมาแก้แค้นอยู่อีกหรือไม่?”
“ไม่ต้องแล้ว” เขาเอ่ยตอบพร้อมหยิบกระดาษที่นางเขียนลงไปเก็บในลิ้นชัก จู่ ๆ ความรู้สึกโกรธแค้นมากมายก็หายไป เขานั่งนึกทบทวนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อคุณหนูใหญ่ เขาคบหากับนางเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ จากนั้นเขาก็ร่วมออกรบกับแม่ทัพจ้าวซีฮั่นอยู่ถึงห้าปี และเขาเพิ่งได้กลับมาเพียงไม่กี่วันนี้นี่เอง
เขาไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางนั้นเรียกว่าความรักหรือไม่ ที่แน่ ๆ ที่เขาโกรธแค้นมากเป็นเพราะเขารู้สึกเสียหน้า ที่นางเปลี่ยนจากเขาไปหมั้นกับองค์รัชทายาทก็เท่านั้นเอง อำนาจเป็นสิ่งที่หอมหวานมีใครบ้างไม่อยากได้และนางก็คือหนึ่งในนั้น
ไม่สิยังมีนางอยู่คนหนึ่ง ฟู่อันฉีสตรีที่ไม่ต้องการให้เขารับผิดชอบ และไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเขาไม่ว่ากรณีใด ๆ คิดมาถึงตรงนี้เขาก็เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา นี่เขากลายเป็นบุรุษที่ไม่มีสตรีใดต้องการเลยหรือนี่
“พวกเจ้าว่าหน้าตาข้าเป็นอย่างไรบ้าง ตอบตามความจริง” หวังซูและหวังเหล่ยสองพี่น้องหันไปมองหน้ากัน ก่อนจะตอบขึ้นมาพร้อมกัน
“หล่อเหล่าสง่างามมากพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วเหตุใดถึงไม่สตรีมีใดต้องการข้า?”
“ท่านอ๋องหมายถึงผู้ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ช่างเถอะ” เขาตัดบทไม่เอ่ยสิ่งใดออกไป ถึงจะหล่อเหล่าสง่างามแต่ก็ยังพ่ายแพ้ก็กับคนที่ตำแหน่งและฐานะสูงกว่าสินะ สตรีคงไม่ได้มองที่หน้าตาแต่คงความถึงความมั่นคงและความก้าวหน้าของตระกูลด้วย
มาตอนนี้เขารู้สึกขอบคุณที่คนของเขาจับคนมาผิดตัว เพราะว่าเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับตระกูลนั้นอีกแล้ว ตอนโกรธก็คิดเพียงแต่จะทำให้หายแค้น แต่พอเวลาผ่านไปก็คิดได้ว่า ไม่ควรปล่อยให้ความโกรธมาครอบงำจิตใจจนทำอะไรเหลวไหลเช่นนี้อีก
อันฉีตัดสินใจเผาชุดที่นางใส่ทิ้งไป เพราะไม่อยากจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นอีก นางจำคำพูดขององครักษ์ของหมิงอ๋องได้ เขาพูดว่านางใส่ชุดเหมือนกับคุณหนูรองจึงจำผิดคน เพราะฉะนั้นต้องจัดการเผาทิ้ง ร้านอาภรณ์ร้านนั้นนางจะไม่ไปอุดหนุนอีก บอกเราว่ามีเพียงชุดเดียวโกหกชัด ๆ
“คุณหนูยาต้มเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
“รีบ ๆ เอามา” อันฉีรีบนำมาเปาแล้วดื่มอย่างรวดเร็ว เพื่อความมั่นใจนางต้องกินยาไปเลยสามวัน เพียงแค่อุบัติเหตุนางจะปล่อยให้ตนเองท้องขึ้นมาไม่ได้ นางตัดสินใจไม่ให้เขารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น แลกกับการที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก
นางที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของอันฉีได้ห้าปีแล้ว นางโชคดีมากที่ครอบครัวของร่างนี้มีฐานะร่ำรวยแถมบิดาก็รักใคร่เอ็นดู ชีวิตนี้ของนางได้แค่นี้นางก็พอใจมากแล้ว แต่ละวันเพียงออกไปตรวจดูกิจการและนำบัญชีมาตรวจดู ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใครแค่นี้นางก็มีความสุขมากแล้ว
“วันนี้คุณหนูจะไปตรวจกิจการหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไปสิเดี๋ยวขอข้าอาบน้ำก่อน”
“เจ้าค่ะ” ลี่จูเมื่อรู้ว่านางจะไปทำงานตามปกติ ก็รีบไปเตรียมตัวทันที ใครจะบอกว่าคุณหนูร้ายกาจและเอาแต่ใจยางไม่ใส่ใจ เพราะนางที่อยู่กับคุณหนูตลอดเวลาย่อมรู้ดีว่านางเป็นคนเช่นไร การปกครองคนหากไม่ดุดันและเข้มงวดทุกคนก็จะไม่เกรงกลัว ยิ่งนางเป็นเพียงเด็กสาววัยเยาว์หากไม่ร้ายทุกคนก็จะไม่เกรงใจ
เมื่อมาถึงร้านขายผ้าที่เป็นกิจการของตระกูลฟู่ อันฉีมองเข้าไปด้านในก็เห็นลูกค้ายืนเลือกผ้ากันอยู่มากมาย นางจึงยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจแล้วรีบเดินเข้าไปตรงจุดคิดเงินเพื่อช่วยพนักงานทันที ช่วงนี้ร้านขายผ้าขายดีจริง ๆ
“คุณหนูรองเสิ่นได้ข่าวว่ามีงานเลี้ยงตอนรับท่านแม่ทัพจ้าวและหมิงอ๋อง ท่านมาซื้อผ้าเพื่อตัดชุดไปงานเลี้ยงใช่หรือไม่?”
“ใช่…แล้วเจ้าละคงมาซื้อผ้า เพื่อตัดชุดไปงานนี้เหมือนกันใช่หรือไม่ แม่ทัพจ้าวบุรุษในดวงใจของเจ้านี่” จางอวี้หลันเมื่อได้ยินเสิ่นเยว่ซินเอ่ยเช่นนั้นก็ทำท่าเขินอายขึ้นมาทันที
“เจ้าก็หมายปองหมิงอ๋องไม่ใช่หรือ?” คราวนี้เป็นเสิ่นเยว่ซินที่เขินอายขึ้นมาบ้าง
ฟู่อันฉีแม้จะไม่อยากฟังแต่สนทนาก็ลอยเข้ามาเข้าหูอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะทำทีไม่ใส่ใจแต่เรื่องราวก็เข้ามาอยู่ในหัวโดยไม่ตั้งใจ นางก็มีใจให้หมิงอ๋องหรือนี่ หากคนของเขาจับนางไปในคืนนั้นก็คงเข้าทางนางพอดี ช่างเถอะไม่ใช่เรื่องอะไรของนาง
“อ้าวคุณหนูจ้าวท่านก็มาซื้อผ้าด้วยหรือ?” จางอวี้หลันเอ่ยถามสตรีที่เดินเข้ามาอีกคนอย่างสนิทสนม เพราะนางคาดหวังในตัวแม่ทัพจ้าวซีฮั่นพี่ชายของนาง จ้าวซินอี๋ระบายยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ใช่แล้วละงานนี้ข้าต้องงดงามที่สุดในสายตาของหมิงอ๋อง” เสิ่นเยว่ซินได้ยินก็คิ้วกระตุก คิดจะแย่งท่านอ๋องของข้ารึฝันไปเถอะ
“เฮ้อ… งดงามในสายตาท่านอ๋องหรือ? เจ้าถามข้าหรือยังว่าอนุญาตหรือไม่?”เป็นคุณหนูตระกูลเซี๊ยะที่ก้าวเขามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง กวาดสายตามองทุกคนอย่างเย้ยหยัน
ฟู่อันฉีลอบมองพวกนางก่อนจะถอนใจออกมา อย่ามาทะเลาะกันที่ร้านของข้านะ โชคดีที่นางตัดไฟตั้งแต่ต้นลม หากนางไปยุ่งกับหมิงอ๋องคงต้องได้มายืนทะเลาะกับพวกนางแน่ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเนื้อหอมขนาดนี้
