บทที่ 4 ข่มความเดือดดาล
ครืด.....เสียงม่านดังขึ้นพร้อมกับร่างอรชรที่ก้าวเดินออกจากห้องลองชุด
คนที่นั่งอยู่บนโซฟาหน้าห้องลองชุดค่อยๆ ไล่สายตาขึ้นผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
เรียวขางามขาวเนียน ความยาวของกระโปรงมันสั่นเหนือเข่าแค่หนึ่งคืบเนื้อผ้ารัดรูปร่างของหล่อนจนเห็นสัดส่วนได้อย่างชัดเจน
ความอวบอูมกลางร่างสาวมันทิ่มแทงสายตาเขาอย่างชัดเจนจนเขาต้องรีบก้มหน้าลงกับพื้น
“นี่ชุดนี้เป็นไงบ้างนายว่าพี่สึบาสะจะชอบไหม”
หล่อนจงใจเลือกชุดเดรสรัดรูปเกาะอกสีเหลืองสดเพราะสีสันของมันจะยิ่งช่วยขับผิวพรรณให้นวลผ่องมากยิ่งกว่าเดิม
คนที่ถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้งโดยที่เขาพยายามมองข้ามกลางร่างสาวไปแต่แล้วหน้าอกอวบอัดของหล่อนมันกลับล้นทะลักชุดเดรสเกาะอกชนิดที่แทบจะปริ้นออกมา
“นายว่าเซ็กซี่ไหม”
แม้เขาจะตีหน้าขรึมแต่หล่อนรู้ดีว่าเขาไม่อาจละสายตาจากเรือนร่างของหล่อนได้ คำพูดของเพื่อนสนิทที่เป็นคนไทยยังคงดังก้องในหัว
‘ใหญ่ๆ แบบนี้ผัวรักผัวหลง’
หล่อนไม่เคยมั่นใจสรีระของตนเองแม้แต่น้อยเพราะเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยสาวดูเหมือนว่าบราเซียร์ของหล่อนนั้นจะใหญ่กว่าของเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน
“คุณควรใส่ชุดอื่นนะครับผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะสม”
คนฟังเลิ่กคิ้วขึ้นพยักหน้าเชิงรับรู้ก่อนจะกอดอกเดินตรงมาหาเขา
“ไม่นะ ฉันว่ามันสวยดีพี่สึบาสะน่าจะชอบ”
หน้าอกที่มันอวบอัดอยู่แล้วยิ่งล้นทะลักมากกว่าเดิม หล่อนกำลังจะทำให้เขาคลั่ง...
“ฉันเพิ่งรู้นะว่านายมีความคิดเห็นด้วย”
จู่ๆ คนที่นั่งก้มหน้าก็ลุกขึ้นยืนพรวดพราดจนร่างของเขากับหล่อนเสียดสีกันโดยบังเอิญ หญิงสาวเซถลาจะล้มแต่มือหนากลับคว้าเอวเล็กคอดกิ่วเอาไว้ ริมฝีปากอวบอิ่มอยู่ห่างจากริมฝีปากกระด้างเพียงแค่เส้นด้ายลอดผ่าน
ความรู้สึกยามที่เขาบดริมฝีปากลงมาอย่างดุดันมันหวนกลับมาทันที
เสมือนเวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ ร่างสาวเบ่งบานอย่างน่าละอายเพียงแค่อยู่ชิดใกล้ กลิ่นไอของบุรุษเพศมันกระตุ้นความต้องการบางอย่างจนปลายถันบวมเบ่ง
ชายหนุ่มปล่อยเอวคอดกิ่วของหล่อน ถอยห่างอย่างรักษาระยะพร้อมกับค้อมตัวอย่างสุภาพ
“ขอโทษครับคุณโมเอะ ผมจะไปรอที่รถนะครับ”
ชายหนุ่มที่กำลังจะก้าวเดินหยุดชะงักก่อนจะหันกลับมา
“ส่วนเรื่องชุด ถ้าคุณโมเอะจะไม่กังวลสายตาคนมองก็ตามสะดวกครับ”
เขาพูดจบก็เดินตรงไปที่รถยนต์หรูทันทีปล่อยทิ้งให้หญิงสาวยืนอยู่อย่างนั้น
ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาก่อนที่มันจะไหลรินออกมา มือบางรีบปาดทิ้งอย่างรวดเร็ว สิ่งที่หล่อนต้องการคือสายตาหวงแหน หรือความรู้สึกอะไรก็ตามแต่ที่เขาจะมีต่อตนเอง นอกจากความเฉยเมย
แต่ท้ายที่สุดก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะเขาไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิมแม้แต่น้อย
เจ้าหน้าที่ประจำร้านเดินค้อมเข้ามาหาหล่อนอย่างนอบน้อมเพราะหล่อนคือลูกค้าประจำของที่นี่
“คุณหนูโมเอะจะรับชุดนี้ไหมคะ หรือว่าจะลองเปลี่ยนเป็นชุดอื่น”
ศีรษะทุยสวยส่ายสะบัดไปมาเล็กน้อยก่อนจะฝืนยิ้มที่แทบจะร่ำไห้ออกมา
“ไม่ค่ะ ใส่ชุดไหนก็คงเหมือนกัน เอาชุดนี้ล่ะค่ะ”
หล่อนยื่นบัตรเครดิตการ์ดส่งให้พนักงานตรงหน้าก่อนที่หญิงสาวจะรับมันไปเพื่อชำระค่าใช้จ่าย
ภาพสะท้อนในเงากระจกที่เห็นนั้นมันคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้สวยหวานอย่างที่เคนซึกิชื่นชอบ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นสนิทเมื่อความจริงมันทำเอาหล่อนเจ็บจนจุก
มือหนากระชับพวงมาลัยรถยนต์แน่นจนมันแทบแหลกคามือเพราะหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมาบนรถนั้นยังคงสวมใส่ชุดเดรสรัดรูปสีเหลืองตัวเดิม
“คุณคงใส่ชุดแบบนี้ที่เมืองไทยจนชินใช่ไหมครับ”
มันเสมือนเป็นประโยคคำถามแต่มันมีความเยาะหยันในน้ำเสียงจนหล่อนรู้สึกหน้าชา
และครั้งนี้หล่อนเลือกที่จะไม่ตอบโต้แต่อย่างใดเพราะหัวใจสาวมันเต็มไปด้วยความร้าวราน...หรือหล่อนต้องยอมแพ้...ยอมรับความจริงเสียที ไม่ว่าอย่างไร เคนซึกิไม่มีทางมองผู้หญิงอย่างหล่อน
“ไปได้แล้วพี่สึบาสะรอฉันอยู่”
ดวงตากลมโตเลือกที่จะปิดลงเพราะไม่อยากให้ใครได้เห็นความอ่อนแอของตนเองโดยเฉพาะเขา รถยนต์คันหรูในวันนี้มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าปกติแต่หล่อนกลับไม่ได้ให้ความสนใจ
ชายหนุ่มจ้องมองร่างของหญิงสาวผ่านกระจกมองหลัง แววตามืดดำในยามนี้มันเต็มไปด้วยโทสะของความหวงแหนอย่างไม่บังควร
รถยนต์จอดสนิทอยู่หน้าโรงแรมห้าดาวทำให้หญิงสาวรีบที่จะก้าวลงจากรถเพราะไม่อาจทนกับความเมินเฉยของเขาได้อีก
“กลับไปได้เลยเดี๋ยวฉันให้พี่สึบาสะไปส่ง”
ต้นแขนบอบบางถูกคว้าเอาไว้โดยที่หล่อนตระหนกไม่น้อยแต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้มีท่าทีแปรเปลี่ยนไป ทั้งที่การสัมผัสเนื้อตัวหล่อนนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยกระทำก็นั่นเพราะ....เขารังเกียจหล่อน
“เดี๋ยว...คุณควรจะใส่เสื้อคลุม”
หญิงสาวเลิ่กคิ้วสูงนี่มันเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มกล้าออกคำสั่งกับเจ้านายอย่างหล่อน หัวใจสาวมันอ่อนยวบไม่ต่างจากของเหลวทันที ‘เขาหวงหล่อนหรือ ?’
“คุณโมเอะควรจะแต่งกายให้เกียรติตระกูล อากาซาวะ กรุณาอย่าเอาพฤติกรรมที่เมืองไทยมาทำที่นี่”
ใบหน้างามแดงก่ำเพราะอับอายไม่น้อยที่ถูกเขาตำหนิ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นสนิทกันจนห้อเลือดหัวใจที่เคยอิ่มเอมมันกลับเต็มไปด้วยหยาดโลหิต
เคนซึกิไม่ได้คิดอะไรกับหล่อนเขาแค่เป็นห่วงชื่อเสียงของอากาซาวะ เขาช่างเป็นลูกน้องที่ดีน่า ตบรางวัลเป็นอย่างมาก
“ฉันไม่มีเสื้อคลุม”
หล่อนปัดมือของเขาออกก่อนจะเตรียมเปิดรถออกไปแต่ครั้งนี้เขากลับกระชากเรียวแขนของหล่อนพร้อมกับรั้งเข้าหา
“อุ๊ย.....”
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ไม่ใช่แค่ริมฝีปากอวบอิ่มเท่านั้นที่สั่นระริกแต่มันเป็นก้อนเนื้อข้างซ้ายที่แทบจะกระดอนออกมานอกอก
ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่ชิดกับใบหน้าหล่อนชนิดที่สามารถหายใจร่วมกันได้ ภาพในวันนั้นเมื่อสี่ปีก่อนย้อนกลับมาอีกครั้ง
ดวงตากลมโตปิดลงเพียงหวังรอสัมผัสอุ่นร้อนจากคนตรงหน้าให้แนบนาบลงมาแต่เขากลับพูดจาแสนสุภาพชนิดที่หล่อนหน้าชาไม่ต่างจากโดนตบ
“ไปเรียนที่นั่นเขาไม่ได้สอนเรื่องรักนวลสงวนตัวหรือครับ”
หล่อนอ้าปากค้างนานนับนาทีกว่าที่จะหาเสียงของตนเองเจอ ในขณะที่เขาผละใบหน้าออกห่างเรียบร้อย
“นี่....พี่ เอ้ย นาย นี่นายกล้าว่าฉันอย่างนั้นหรือ”
หล่อนเผลอตัวเรียกเขาด้วยสรรพนามที่คุ้นเคยแต่ก็รีบเปลี่ยนมันทันทีที่ได้สติ
คนฟังระบายยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจก่อนที่จะฉาบทับความรู้สึกที่มีด้วยใบหน้าเรียบเฉย
มือหนาคว้าถุงกระดาษแบรนด์เดียวกับร้านเสื้อที่หญิงสาวซื้อชุดเดรสสีเหลืองสดส่งให้กับคนที่อยู่ด้านหลังรถ
“ใส่มันซ่ะเพราะผมว่าชุดของคุณโมเอะอาจทำให้พนักงานต้อนรับเข้าใจผิดไม่ได้คิดว่าคุณคือลูกค้า แต่...มาทำงานพิเศษ”
“นี่ !!!!! ”
คนถูกตำหนิอ้าปากค้าง ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความกรุ่นโกรธก่อนจะคว้าถุงกระดาษมาถือแล้วหยิบเสื้อคลุมสีดำออกมาสวมใส่พร้อมกับก้าวลงจากรถด้วยอาการฟึดฟัดไม่ต่างจากเด็กน้อยยามโดนขัดใจ
หล่อนปิดประตูเต็มแรงด้วยความเดือดดาลใบหน้างามยับยู่อย่างคนอารมณ์เสียไม่คาดคิดว่าเคนซึกิจะปากร้ายกล้าว่าหล่อนได้ถึงเพียงนี้
หากเป็นข้าวหอม เขาคงจะไม่มีทางพูดแบบนี้เป็นแน่ ก็นั่นล่ะ...หล่อนมันไม่ใช่นางเอกที่จะสวยหวานอ่อนแอ บีบน้ำตาไงล่ะ
“คุณโมเอะ”
หล่อนหันหลังกลับไปมองก่อนจะพบว่าคนที่หล่อนกำลังตำหนินั้นลดกระจกดำสนิทลงครึ่งบาน
“อะไร”
“ผมจะรอรับคุณกลับ”
“ไม่ฉันจะกลับกับพี่สึบาสะ”
หล่อนเห็นเขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นก่อนจะหันมามองหล่อน
“ห้าทุ่ม ผมจะรอคุณโมเอะที่ลานจอดรถ”
หล่อนกำลังจะอ้าปากบอกว่าไม่ต้องเพราะหล่อนต้องการจะกลับเองแต่พ่อคุณกลับเลื่อนกระจกขึ้นพร้อมกับขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว
