กลิ่นหอมที่ไม่อาจลืมเลือน
เสียงระฆังลมสีเงินเหนือประตูร้านดังกรุ๊งกริ๊งเบาๆ เมื่อมีคนผลักประตูไม้สีน้ำตาลอ่อนเข้าไป กลิ่นหอมอ่อนๆ ของมวลพรรณไม้นานาชนิดพุ่งเข้าจู่โจมโสตประสาทของคนมาใหม่ทันที มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมสังเคราะห์ที่ฉุนกะทัดรัด แต่มันคือกลิ่นของดินชุ่มน้ำ กลิ่นใบไม้สีเขียวขจี และกลิ่นหวานล้ำของดอกพุดซ้อนที่กำลังเบ่งบานเต็มที่ ภายในร้านที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจดูอบอุ่นสบายตา มีกระถางต้นไม้น้อยใหญ่จัดวางไว้อย่างมีศิลปะ ราวกับเป็นป่าขนาดย่อมที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมืองอันวุ่นวาย
"ยินดีต้อนรับค่ะ เลือกชมก่อนได้นะคะ" เสียงหวานใสที่คุ้นหูดังขึ้นจากมุมหนึ่งของร้าน หญิงสาวเจ้าของร้านในชุดเอี๊ยมผ้ากันเปื้อนสีครีมทับเดรสลายดอกไม้เล็กๆ กำลังก้มหน้าก้มตาตัดแต่งกิ่งก้านของดอกกุหลาบสีแดงสดอย่างตั้งใจ เส้นผมสีน้ำตาลที่ถูกมวบไว้อย่างลวกๆ มีปอยผมตกลงมาปรกใบหน้าสวยนวลเล็กน้อย ผิวแก้มของเธอระเรื่อด้วยสีชมพูจางๆ จากอากาศที่ไม่ได้เย็นจัดจนเกินไป
'ภูผา' ยืนนิ่งอยู่กับที่ไปชั่วขณะ ราวกับถูกมนตร์สะกด เขาไม่ใช่เด็กวัยรุ่นหัดรัก แต่เป็นชายหนุ่มวัยทำงานที่ผ่านโลกมาพอสมควร ทว่าทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในร้าน "บุษบาเสี่ยงทาย" แห่งนี้ เขามักจะลืมคำพูดที่เตรียมมาทั้งหมดไปเสียสิ้น ชายหนุ่มขยับเนกไทให้หลวมลงเล็กน้อยเพื่อลดความตื่นเต้น พลางมองดูมือเรียวบางที่กำลังหยิบจับดอกไม้ด้วยความทะนุถนอม
"คุณนายครับ... เอ่อ คือวันนี้ผมอยากได้ดอกไม้ไปฝากผู้ใหญ่น่ะครับ" ภูผาแสร้งเอ่ยอ้างเหตุผลเดิมๆ ที่เขาใช้มาตลอดสัปดาห์ ทั้งที่จริงๆ แล้วที่บ้านของเขามีแจกันดอกไม้จากร้านนี้ตั้งอยู่เต็มไปหมดจนแทบจะกลายเป็นสวนพฤกษศาสตร์อยู่แล้ว
'คุณพราว' หรือที่ใครๆ ต่างเรียกว่าคุณนายพราว เจ้าของร้านดอกไม้ผู้สง่างาม เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่พร้อมรอยยิ้มละไมที่ทำให้โลกทั้งใบสว่างไสวขึ้นมาทันที "อ้าว คุณภูผานั่นเอง มาสิคะ วันนี้มีลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์เพิ่งเข้าใหม่ กลิ่นหอมมากเลยค่ะ เหมาะจะมอบให้ผู้ใหญ่ที่เคารพรักที่สุดเลย"
เธอวางกรรไกรลงแล้วเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ท่วงท่าการเดินที่ดูแช่มช้อยและมั่นใจทำให้ภูผาต้องแอบลอบกลืนน้ำลาย ทุกย่างก้าวของเธอเหมือนมีกลิ่นดอกไม้ลอยฟุ้งตามมา "รับเป็นจัดช่อ หรือใส่กระเช้าดีคะ?" เธอถามพลางเอียงคอเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ
"จัดช่อก็ได้ครับ... แต่ขอให้คุณพราวเลือกดอกไม้ที่ 'ความหมายดีที่สุด' ให้ผมหน่อยนะครับ" ภูผาสบตาเธอนิ่ง แววตาของเขาแฝงไปด้วยความนัยที่คนถูกมองเริ่มจะรู้สึกได้ "คนรับเขาเป็นคนพิเศษมาก... พิเศษจนผมอยากให้เขาประทับใจที่สุด"
คุณพราวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตสั่นไหวชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เธอหัวเราะเบาๆ "พิเศษขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ถ้าอย่างนั้นพราวขอแนะนำให้ใช้กุหลาบสีชมพูแซมด้วยยิปโซเฟียนะคะ มันหมายถึงความรักที่อ่อนหวานและจดจำชั่วนิรันดร์... คุณภูผาว่าดีไหมคะ?"
"ดีครับ... อะไรที่คุณพราวว่าดี ผมก็ว่าดีตามนั้นแหละครับ" ภูผายิ้มกว้างขึ้น เขาเดินตามเธอไปที่มุมจัดดอกไม้ ยืนมองดูนิ้วเรียวสวยบรรจงรวบกิ่งก้านเข้าด้วยกันอย่างชำนาญ บรรยากาศภายในร้านตอนนี้ช่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงกระดาษห่อดอกไม้ที่ขยับเขยื้อนและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนสองคน
ความเงียบไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัด ในทางกลับกัน เขากลับรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกพุดและรอยยิ้มของคุณนายคนสวย ภูผารู้ดีว่าภารกิจจีบคุณนายครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ง่ายๆ เพราะเธอช่างดูเหมือนดอกไม้ล้ำค่าที่อยู่บนยอดดอย สูงส่งงดงาม แต่ก็ดูเปราะบางจนไม่อยากจะแตะต้องให้บอบช้ำ แต่คนอย่างเขา... ถ้าตั้งใจจะเด็ดดอกฟ้ามาไว้ในมือแล้วล่ะก็ ไม่มีคำว่ายอมแพ้อย่างแน่นอน
"เสร็จแล้วค่ะ ช่อดอกไม้สำหรับคนพิเศษของคุณ" คุณพราวยื่นช่อดอกไม้ที่จัดเสร็จอย่างประณีตมาให้ ภูผายื่นมือไปรับ แต่จงใจให้ปลายนิ้วสัมผัสกับหลังมือของเธอเบาๆ ความร้อนจากผิวสัมผัสส่งกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วหัวใจของคุณนายคนสวย จนเธอต้องรีบชักมือกลับด้วยความเขินอาย
"ขอบคุณครับ... พรุ่งนี้ผมอาจจะแวะมาใหม่นะครับ พอดีมี 'คนพิเศษ' อีกหลายคนที่ผมอยากซื้อดอกไม้ให้" ภูผากระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำพลางยักคิ้วให้หนึ่งที ก่อนจะเดินออกจากร้านไปพร้อมช่อดอกไม้และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทิ้งให้คุณพราวยืนนิ่งหน้าแดงอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้เพียงลำพัง
