EP 9 : มาจัดการด้วยตัวเอง
ตอนที่ 9 : มาจัดการด้วยตัวเอง
หลายชั่วโมงผ่านไป
เข้าสู่เที่ยงคืนตรงแต่มีนตรายังต้องทำงานทั้งที่ร่างกายกำลังประท้วงอย่างหนักด้วยที่ไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อวานและยังโดนปู้ยี่ปู้ยำร่างกายด้วยฝีมือของเขาอีก อีกทั้งยังต้องมาทำงานที่ลากยาวยันเช้าไม่แปลกที่ร่างกายจะอ่อนแอ ปกติฉันเป็นคนสู้งานหนักแต่งานครั้งนี้มันหนักหนาสาหัสจริง ๆ
ดวงตากลมโตจ้องมองผู้คนมากมายที่หลั่งไหลกันเข้ามาในกาสิโน กลายเป็นว่ายิ่งดึกคนย่ิงเพิ่มขึ้น เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นผู้คนมัวเมากับสิ่งพวกนี้ แรงจูงใจมันเยอะไม่แปลกเลยที่แม่เลี้ยงของฉันจะตกอยู่ในมนต์สะกดกับของพวกนี้
"เฮ้อ..." เสียงถอนหายใจพ่นออกมาอย่างแผ่วเบา ยกแขนคล้ำกับเคาน์เตอร์แลกเงินเพื่อพยุงตัวเอง
"ของผู้ชายเสื้อขาวโต๊ะแปดจำนวนเงินหนึ่งหมื่นบาท"
"ค่ะ" มีนตรารับถาดชิปที่ใช้แทนเงินสดมาจากพนักงานหน้าเคาน์เตอร์พร้อมกับเดินไปหาลูกค้าตามคำสั่ง ด้วยที่ทำมาหลายชั่วโมงก็พอจะรู้ว่าโต๊ะไหนเบอร์อะไร มีบ้างที่มึน ๆ งง ๆ เพราะนี่เป็นวันแรกของฉัน
ทันทีที่มาถึงโต๊ะของลูกค้าริมฝีปากบางต้องฝืนฉีกยิ้มและวางถาดชิปลงเคียงข้างชายวัยกลางคน
"ชิปหนึ่งหมื่นบาทที่ให้แลกได้แล้วค่ะ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มสามารถบอกได้เลยนะคะ"
"แล้วถ้าฉันต้องการหนูล่ะ หนูจะยอมหรือเปล่า"
"ขอโทษด้วยค่ะ คงไม่สะดวก"
"ไม่คิดว่ากาสิโนจะบริการห่วยแตกแบบนี้นะ"
"....." ฉันไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงกับผู้ชายหื่นกามทั้งสีหน้าและแววตาที่กำลังจ้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แต่แล้วเบิกตาโพลงโตด้วยความตกใจเมื่อมือที่เหี่ยวย่นนั้นคว้าเข้าที่ท่อนขาขาวเนียนของฉันอีกทั้งยังบีบขยำในเวลาอันรวดเร็วจนต้องรีบถอยหลังหนีและเผลอจ้องมองเจ้าของการกระทำด้วยสายตาไม่พอใจ
"จับนิดจับหน่อยทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ไม่เคยมีเด็กคนไหนทำกิริยาเหมือนหนูเลยนะ"
"เชิญคุณเล่นต่อเถอะค่ะ อย่ามาสนใจฉันเลยจะทำให้คุณหงุดหงิดเอาเปล่า ๆ ขอตัวนะคะ"
"อะไรวะ!" เสียงของชายวัยกลางคนโหวกเหวกโวยวายดังลั่นและลุกขึ้นเต็มความสูงมองหญิงสาวร่างอรชรที่พยายามเดินหนี
"บริการที่นี่แม่งห่วยแตกฉิบหาย คงเป็นเด็กใหม่สินะ ไปเรียกผู้จัดการมาไม่ก็เจ้าของกาสิโนมาหากู อบรมเด็กไม่รู้เรื่องไม่สั่งสอนมารยาท"
"มันจะมากไปแล้วนะคะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเสียมารยาทเลยมีแต่คุณนั่นแหละที่จับขาฉัน"
"ไหนหลักฐาน มีแต่เธอนั่นแหละที่มายืนอ่อยให้ฉันจับ อ๋อ...ที่ทำสะดีดสะดิ้งเพราะจะอัพค่าตัวสินะ"
มีนตรากำหมัดแน่นด้วยความโกรธทั้งที่วันนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เจ็บปวดมากพอแล้วยังมาเจอคนแบบนี้อีก ชีวิตฉันมันจะอะไรนักหนา คนเรามันจะซวยซ้ำซวยซ้อนได้ขนาดนี้เลยงั้นเหรอ อยู่ ๆ นัยส์ตาก็เห่อร้อนขึ้นมาอีกหนแต่พยายามไม่ให้ไหลออกมา
ผู้คนในกาสิโนหยุดชะงักและจ้องมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในยามราตรี
"มีอะไร" เสียงเข้มที่ชวนขนลุกเอ่ยถามก่อนจะเดินมายืนระหว่างกลางเด็กสาวที่เพิ่งให้ทำงานวันแรกกับลูกค้าที่ยืนอยู่อีกฝั่ง สายตาคมกริบปรายตามองทั้งสองคนและต้องการคำตอบที่ชัดเจน
มีนตราจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงด้วยสายตาที่พร่ามัวผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาคลอเบ้า มือเรียวเล็กกำหมัดไว้แน่นเพื่อข่มอารมณ์ตัวเอง สู้ให้ฉันทำไร่ทำสวนยังดีซะกว่ามาทำงานแบบนี้ที่เปลืองตัวแล้วยังโดนชี้หน้าด่า
"กูถามว่ามีอะไรกัน" ไทเลอร์ถามย้ำอีกครั้งและปรายตาจ้องมองชายวัยกลางคนเพื่อคาดคั้นคำตอบ
"เด็กของคุณไทเลอร์ยั่วผมก่อน พอผมจะเล่นด้วยก็ทำเป็นสะดีดสะดิ้ง แค่เอาชิปมาให้ไม่เห็นต้องเอาขามาเบียดไหล่ผมเลยแบบนี้จงใจอ่อยผมชัด ๆ"
"ไม่จริง ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น"
“ฉันเป็นลูกค้ามาใช้บริการที่นี่ประจำ จะสร้างเรื่องไปทำไม เด็กของคุณจงใจยั่วผมเอง ผมสนองให้ก็เท่านั้น ดีไม่ล้วงลึกกว่านี้”
"หุบปาก" ไทเลอร์ตวาดเสียงดังลั่นปรายตามองมีนตราเพียงนิดและจ้องมองชายวัยกลางคนด้วยสายตาคาดโทษรังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่ว
"ถ้ามึงอยากเล่นก็เล่นไป แต่ถ้าเด็กมันไม่เล่นด้วยมึงก็อย่าตีโพยตีพาย และอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีกมันจะไม่จบง่าย ๆ แบบนี้"
ไทเลอร์ชี้หน้าด่าชายวัยกลางคนที่เป็นลูกค้าตัวเองด้วยอารมณ์ที่เดือดดาล สายตาคมเต็มไปด้วยความอำมหิตจนคนตรงหน้าไม่กล้าสู้หน้า
"ใครอยากมีปัญหาในกาสิโนของกูอีกไหม" เสียงเข้มตวาดเสียงดังลั่นทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นได้ยินกันทั่วถึงและไม่มีใครกล้าสู้หน้า เท้าแกร่งก้าวไปหาหญิงสาวตัวเล็กและใช้มือหนากระชากข้อมือเธอและบีบรัดจนสุดแรง
ใบหน้าหวานเหยเกเมื่อสัมผัสถึงความเจ็บปวดในสิ่งที่เขากำลังทำ แรงบีบปวดร้าวไปจนถึงกระดูก
"โอ๊ย…ฉันเจ็บ" เพราะความเจ็บปวดทำให้ฉันต้องร้องออกมาให้เขารับรู้ แต่เขาก็ยังลงน้ำหนักมือให้หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนข้อมือฉันบิดไปตามแรง
"เจ็บ! พอได้แล้วฉันเจ็บ"
ไทเลอร์จ้องมองเธอไม่วางตา มองใบหน้าหวานที่แสดงความเจ็บปวดด้วยสายตาที่เย็นชา ทำไมเขาจะไม่เห็นว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น และเมื่อเห็นทำให้อารมณ์พลุ่งพล่านแทบลุกเป็นไฟ มือหนาออกแรงกระชากทำให้ตัวเธอแทบลอยละลิ่วเพื่อให้เดินตาม
"คุณไทเลอร์จะพาฉันไปไหน" ฉันถามด้วยความสงสัยเมื่อถูกกระชากอย่างแรงจนเกือบล้มลงไปกองกับพื้นและถูกกระชากให้เดินตามโดยที่เขาไม่สนใจเลยว่ากลางหว่างขาของฉันจะเจ็บปวดแค่ไหน ท่อนขาที่ยาวของเขาเวลาก้าวเทียบเท่ากับสองก้าวของฉัน ขาของฉันเป็นระวิงพันกันอยู่หลายครั้ง แต่ต้องฝืนกัดฟันอดทนในความเจ็บปวดเพื่อเดินตาม
ทุกสายตาจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงที่ลากเด็กใหม่ไปทางห้องรับรองของกาสิโนทุกคนรู้ดีว่าห้องนั้นคือห้องอะไร แต่ที่แปลกใจปกติแล้วไทเลอร์จะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ จะเข้ามาเคลียร์ก็ต่อเมื่อมีเรื่องทะเลาะวิวาทหรืออาละวาดจนยากเกินควบคุม แต่คราวนี้เพียงแค่ลูกค้าผู้ชายทะเลาะกับเด็กใหม่ถึงขั้นลงมาเคลียร์เองทั้งที่ควรเป็นหน้าที่ของลูกน้องคนอื่น
"ทำไมคุณไทเลอร์ถึงมาเคลียร์เอง"
"ก็งงเหมือนกันหมดนี่แหละ ปกติถ้าเหตุการณ์ไม่หนักจะไม่ถึงมือเจ้านาย"
"เด็กใหม่นั่นมีอะไรดี แล้วลากไปทางห้องรับรองคงไม่ต้องพูดว่าจะโดนอะไร"
กลุ่มสาวสวยของกาสิโนพากันซุบซิบนินทากับการกระทำของเจ้านายที่ดูไม่ปกติ
"คุณไทเลอร์จะทำอะไร" มีนตราถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเขาลากฉันเกือบจะถึงห้องเดิมที่ก่อนหน้านี้เขาได้ทำเรื่องบนเตียง
"อ่อยลูกค้าไม่สำเร็จ ก็ควรมาอ่อยฉันสิ ฉันจะทำให้เธอสมดั่งหวัง"
"ฉันไม่ได้อ่อยนะคะ" แต่ก็เหมือนคุยกับคนหูตึงเพราะเขาไม่ฟังคำพูดฉันเลย เอาแต่กระชากลากถูให้เดินตามและมือหนาอีกข้างก็จัดการเปิดประตูห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับเหวี่ยงตัวฉันเข้าไปให้ห้องจนตัวฉันลอยละลิ่วลงไปกองกับพื้น
ตุบ!
“อ๊ะ!” ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายไม่ต่างจากถูกซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ให้เจ็บปวด รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ข้อมือเพราะเป็นจังหวะที่ฉันใช้มือค้ำตัวเองตอนที่ล้มลงคล้ายกับเส้นพลิกแต่ต้องฝืนทนความเจ็บปวดเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของร่างกายกำยำที่ตอนนี้กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกจากร่างกาย
"ฉันอุตส่าห์ให้เธอพักถึงพรุ่งนี้เช้า แต่เธอดันเรียกให้ฉันทำก่อนเวลาช่วยไม่ได้"
“ต่อให้ไม่เกิดเรื่องนี้ ฉันก็โดนอยู่ดีงั้นเหรอ”
"ลุกขึ้นมาถอดเสื้อผ้าออกและไปนอนอ้าขารอฉันที่เตียง" ไทเลอร์ไม่ตอบคำถามของเธอแต่ออกคำสั่งแทน
"ฉันขอถามคุณได้ไหมคะ"
"รู้สึกเธอจะมีคำถามกับฉันเหลือเกินนะ" สายตาคมจ้องมองร่างเล็กที่นั่งอยู่ที่พื้นไม่วางตา
"รุ่นพี่คนอื่นบอกว่าคุณจะเบื่อเด็กง่ายส่วนใหญ่ไม่เกินสองครั้ง ถ้าครั้งนี้จบคุณจะเบื่อฉันใช่ไหมคะ หลังจากนี้ฉันจะได้ทำงานที่นี่เพื่อชดใช้หนี้อย่างเดียวใช่ไหมคะ"
"....." เสื้อเชิ้ตสีดำถูกถอดออกจากร่างกายกำยำจนเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ไม่มีคำตอบออกจากปากไทเลอร์แต่ส่งสายตากดดันให้เธอทำตามคำสั่งของเขา
มีนตรากัดฟันและดันตัวเองลุกขึ้นยืนจ้องมองใบหน้าคมคายที่ยากจะคาดเดาก่อนจะยอมถอดชุดเดรสออกจากร่างอรชรต่อหน้าต่อตา ฉันแค่หวังว่ามันจะจบเหมือนที่คนอื่นบอก ขอให้ความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้รับ
ตอนนี้ร่างกายที่แสนบอบช้ำไม่หลงเหลือเสื้อผ้าปกปิดใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นและจ้องมองเขาอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินไปที่เตียงนอนเตียงเดิมที่ยังทิ้งร่องรอยของคราบเลือดบริสุทธิ์ไว้ให้ดูต่างหน้า
ไทเลอร์จ้องมองร่างอรชรที่เปลือยเปล่าทำให้เลือดในตัวสูบฉีด ยอมรับเลยว่าร่างกายเธอมีผลต่อความต้องการของเขา ถึงแม้จะผ่านผู้หญิงมามากมายแต่ไม่เหมือนเด็กคนนี้ อาจเพราะเธอเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์เลยยังติดใจ แต่เชื่อมั่นในความรู้สึกตัวเองว่า...อีกไม่นานเขาจะเบื่อเธอเหมือนผู้หญิงคนอื่น
ฟุบ
ร่างอรชรล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียง
"ฉันทำตามที่คุณสั่งแล้ว"
"ชันขาขึ้นและแหกขาออก"
มีนตราเม้มปากเข้าหากันแน่นเพื่อข่มอารมณ์และยอมทำตามความต้องการของเขา ทำให้ขาของฉันชันขึ้นทั้งสองข้างและกางออกเหมือนรูปตัวเอ็ม ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังถอดกางเกงขายาวออกจากร่างกายกำยำ และไม่นานร่างกายกำยำก็ไม่เหลือเสื้อผ้าปกปิดทำให้เห็นท่อนเอ็นขนาดใหญ่กว่าข้อมือกำลังผงาดชี้ตรงมาทางฉัน
เท้าแกร่งเดินมาใกล้เตียงที่มีเด็กสาวนอนเปลือยกายอยู่ แต่ยังไม่ขึ้นไปคร่อมร่างเธอเลือกยืนใกล้ใบหน้าหวานทำให้ท่อนเอ็นขนาดใหญ่ชี้ตรงไปที่ริมฝีปากบางพอดี
"ก้มมาจัดการมัน"
มีนตรามองท่อนเอ็นขนาดใหญ่สลับกับใบหน้าคมคาย สายตาของเขากำลังบอกว่าให้ฉันจัดการสิ่งที่อยู่กลางหว่างขา แต่ฉันไม่รู้ว่าควรทำยังไง
"ใช้ปากอมมันซะ"
"ฉันทำไม่เป็น"
"ใช้ปากอม ค มันยากงั้นเหรอ"
มีนตราสะดุ้งเฮือกกับคำสั่งที่แสนเลือดเย็นจนสุดท้ายต้องโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ท่อนเอ็นขนาดใหญ่ จ้องมองมันในระยะประชิดทำให้เห็นทุกสัดส่วนของท่อนลำ
ไทเลอร์โยกตัวไปด้านหน้าทำให้ปลายหัวเห็ดชนกับริมฝีปากบางที่ปิดสนิทพอดี
