บท
ตั้งค่า

บทนำ

“คุณหนูใหญ่ตกบันได!”

เมื่อไม่กี่วันก่อนในบ้านสกุลซ่งเกิดเรื่องใหญ่ นั่นคือคุณหนูใหญ่อาละวาดทำร้ายคุณหนูรองแต่กลับพลาดท่าตกบันไดหมดสติ เรียกว่ากรรมตามสนอง พ่อบ้านรีบไปเชิญคุณหมอประจำตระกูลมาตรวจอาการ นอกจากศีรษะกระแทกจนหมดสติไป ซ่งอวี้อิงก็มิได้รับบาดเจ็บบริเวณอื่นอีก แต่จะว่าโชคดีนั้นก็ยังเอ่ยได้ไม่เต็มปาก เนื่องจากดูเหมือนความทรงจำของเธอจะมีปัญหา คุณหมอตงจึงสรุปว่าเป็นเพราะศีรษะถูกกระแทกส่งผลต่อความทรงจำ อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวสักพัก

ที่คุณหมอวินิจฉัยเช่นนี้เพราะตอนแรกที่คุณหนูใหญ่ซ่งฟื้นขึ้นมา แทนที่จะโวยวายเหมือนที่เคย กลับมีสีหน้างงงวยพร้อมเอ่ยถามว่าพวกเขาเป็นใคร ก่อนทำท่าปวดศีรษะและสลบไปอีกครั้ง

เว่ยซูหนิงคิดว่าตัวเองตายแล้ว ครั้นลืมตาตื่นอีกครั้งกลับพบผู้คนแปลกหน้า พวกเขาไม่ใช่คนในจวนตระกูลเว่ย ทั้งไม่ใช่กลุ่มนางกำนัลในตำหนักของเสด็จป้ากุ้ยเฟย ก่อนการปวดศีรษะอย่างรุนแรงจะเล่นงานเมื่อจู่ๆ ความทรงจำของซ่งอวี้อิงก็ไหลบ่าเข้ามาราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก

นี่เป็นความทรงจำของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมราวกับไข่มุกกลางฝ่ามือ จนกระทั่งมารดาของเธอจากไปตอนอายุสิบหกปี เมื่อนั้นโลกทั้งใบของสตรีผู้นี้พลันแตกสลายเมื่อบิดาพาภรรยานอกสมรสเข้าบ้าน อีกทั้งยังมีน้องสาวที่อายุน้อยกว่าเธอเพียงไม่กี่เดือน และยังมีน้องชายอีกหนึ่งคน

เดิมซ่งอี้เฉิงผู้เป็นบิดาของซ่งอวี้อิงเป็นเพียงนายกองในสังกัดกองทัพของขุนศึกกว่างซี ไต่เต้าขึ้นมาด้วยความสามารถและความกล้าหาญในสนามรบ ที่สำคัญยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินและอาวุธจากตระกูลหลี่ของภรรยา ทำให้กลายเป็นนายพลคนสำคัญ หลังภรรยาเอกเสียชีวิตไปแล้วจึงยกเรื่องทายาทสืบสกุลมารับบุตรชายนอกสมรสเข้าบ้าน ตระกูลหลี่แม้ไม่พอใจ แต่ในเมื่อบุตรสาวของตนเองไม่อาจคลอดบุตรสืบสกุลได้ อีกทั้งซ่งอี้เฉิงยังมีอิทธิพลทางการทหารช่วยปกป้องธุรกิจการค้าและมีอำนาจในพื้นที่ ผู้นำตระกูลหลี่จึงน้ำท่วมปาก

อย่างไรคนก็ตายไปแล้ว ในขณะที่ลูกเขยยังสามารถทำประโยชน์ได้จึงจำเป็นต้องสานสัมพันธ์ต่อไป พวกเขายอมถอยคนละก้าว ยอมรับแค่เด็กชายนามซ่งเจี้ยนเป็นผู้สืบสกุลซ่ง แต่อย่างไรก็ไม่ยอมให้จดทะเบียนกับหญิงชู้ผู้นั้น

เฉินเหม่ยจูคือสตรีคนแรกในชีวิตซ่งอี้เฉิง เป็นคนรักและเคยช่วยเขาในยามยากจน เธอเปรียบเสมือนดอกหญ้าที่อ่อนหวาน ช่างเอาอกเอาใจและสงบเสงี่ยมเจียมตัว แตกต่างจากหลี่ซูเหยาที่เปรียบเสมือนดอกโบตั๋นอันสูงสง่า งดงาม มีมารยาทสมบูรณ์แบบ ทำให้ซ่งอี้เฉิงผู้มีพรสวรรค์แต่ไม่มีตระกูลหนุนหลังเกิดปมในใจว่า สิ่งที่เขาขาดคือความรู้สึกว่าตนมีอำนาจโดยแท้จริง ตราบใดที่ยังต้องพึ่งพาตระกูลหลี่ เขาก็จะไม่มีวันรู้สึกว่าตนเองยิ่งใหญ่พอ คำเยินยอของเฉินเหม่ยจูจึงเปรียบเสมือนน้ำผึ้งหวาน

จนกระทั่งภรรยาแรกจากไป เมื่อเฉินเหม่ยจูเข้าบ้านใหญ่ได้ ก็แสดงอำนาจเต็มที่สมกับที่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ มาหลายปี ต่อหน้าสามีนางย่อมต้องรู้จักวางตัวแสร้งทำเป็นแม่เลี้ยงที่ดี แต่ลับหลังกลับคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งซ่งอวี้อิงทุกทาง ประกอบกับซ่งอี้เฉิงอยู่ในกองทัพเป็นส่วนใหญ่ ภาพของเฉินเหม่ยจูในใจของเขาคือสตรีงดงามอ่อนหวาน กระทั่งบุตรสาวคนรองอย่างเฉินจิ้งหรูก็เช่นกัน ในขณะที่พื้นฐานของซ่งอวี้อิงมีนิสัยหยิ่งยโสเพราะได้รับการประคบประหงมเป็นทุนเดิม

นานวันเข้าจึงกลายเป็นคุณหนูใหญ่อย่างซ่งอวี้อิงที่ดื้อรั้นเกรี้ยวกราด มักอาละวาดตบตีสองแม่ลูกอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่ภายหลังเฉินเหม่ยจูสามารถกุมอำนาจดูแลบ้านได้แล้ว อีกทั้งยังอาศัยเล่ห์เหลี่ยมลอบเล่นงานและใส่ไคล้ลูกเลี้ยง ซ่งอวี้อิงที่เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบกว่าปีย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้

ดังนั้นเมื่อนายพลซ่งได้ยินว่าบุตรสาวคนโตตกบันไดเพราะเข้าไปหาเรื่องน้องสาวต่างมารดาแต่พลาดท่าเสียเองจึงยิ่งแสดงสีหน้ารำคาญใจ หลังสั่งให้คนดูแลบุตรสาวให้ดีก็สะบัดแขนเสื้อกลับเข้ากองทัพ

ความทรงจำทุกอย่างไหลเข้ามารุนแรงดั่งทำนบกั้นพังทลาย

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนแสงไฟฟ้าดับพรึ่บทั้งบ้าน ความมืดเข้าครอบคลุมในชั่วพริบตา เหลือเพียงเสียงฝนที่ซัดกระหน่ำใส่หลังคาอย่างบ้าคลั่ง ซ่งอวี้อิงคว้าตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะ จุดไส้ไฟให้ลุกสว่างท่ามกลางความมืด เสียงฟ้าร้องยังคำรามไม่ขาดสาย เธอถอนหายใจเดินไปยังเตียงนอน วันนี้คงอ่านหนังสือต่อไม่ได้แล้ว แต่เสียงพูดคุยคุ้นหูที่ลอดมาจากโถงหน้าห้องทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ เสียงนั้นอ่อนโยน อบอุ่น และคุ้นเคยเกินกว่าจะเข้าใจผิดได้

เมื่อผลักประตูออกไป ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายของเธอแข็งตัว เหอจ้าวหลิงว่าที่คู่หมั้นของเธอยืนอยู่ตรงหัวบันได มือประคองเฉินจิ้งหรูน้องสาวต่างแม่เอาไว้อย่างทะนุถนอม ใบหน้าของหญิงสาวเปียกฝน ซีดขาวอย่างน่าสงสาร ส่วนเขาโน้มตัวลงพูดกับเธอเบาๆ ด้วยสายตาอ่อนโยนที่ซ่งอวี้อิงไม่เคยได้รับอีกเลยหลังจากวันที่เฉินจิ้งหรูก้าวเข้ามาในบ้าน คนหนึ่งคือศัตรูที่แย่งทุกอย่างในชีวิต อีกคนคือว่าที่คู่หมั้นที่รู้จักกันมาตั้งแต่เล็ก เมื่อก่อนเขาเคยดีกับเธอ เอาอกเอาใจเธอ รอยยิ้มทั้งหมดของเขาเป็นของเธอ

แต่พอเฉินจิ้งหรูเข้ามา เหอจ้าวหลิงก็เปลี่ยนไป ใช้สายตาผิดหวังมองเธอ ทั้งที่เธอต่างหากคือคนที่ถูกสองแม่ลูกนั่นแย่งทุกอย่างไป

เสียงฝนกระหน่ำแรงขึ้น ร่างระหงก้าวตรงเข้าไปโดยไม่รู้ตัว เปลวไฟในตะเกียงสั่นระริก

“ทำอะไรกัน ถึงกับทำเรื่องบัดสีหน้าห้องฉัน!” เสียงตะโกนของเธอดังก้อง ทั้งคู่หันมาพร้อมกัน

“อวี้อิง ฟังผมก่อน มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด” เหอจ้าวหลิงขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเหนื่อยหน่าย

“ไม่ใช่อย่างที่คิด” เสียงหัวเราะเย้ยหยันหลุดจากริมฝีปาก “เด็กสามขวบมาเห็นยังเข้าใจได้ เหอจ้าวหลิง คุณคิดว่าฉันโง่มากอย่างนั้นสิที่มองไม่ออกว่าผู้หญิงบางคนก็มีนิสัยชอบแย่งเหมือนแม่ของมัน”

“พี่...อย่าเข้าใจผิด ฉันแค่...” เฉินจิ้งหรูหน้าเสีย ดวงตากลมโตคลอหยาดน้ำดั่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝน ทำให้คนมองยิ่งอยากทะนุถนอมเอาไว้ในอ้อมแขน

“เธอแกล้งเจ็บใช่ไหม! ชอบนักสินะที่ให้ผู้ชายมาสงสาร!” ซ่งอวี้อิงพุ่งเข้าไปคว้าแขนอีกฝ่าย “สีครามเกิดจากต้นคราม แต่เธอน่ะหน้าหนายิ่งกว่าแม่ชั้นต่ำของเธออีก”

“อวี้อิง หยุดเถอะ” เหอจ้าวหลิงรีบเข้ามาแทรก สายตาที่มองหญิงสาวตรงหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เธอทำให้จิ้งหรูเจ็บอยู่นะ”

“เจ็บเหรอ?” เธอจ้องหน้าเขา ดวงตาแดงก่ำ “คนที่เจ็บมันคือฉันต่างหาก!”

ซ่งอวี้อิงโผเข้าใส่น้องสาวต่างแม่ ดวงตาวาวโรจน์เหมือนคนบ้านั้นทำให้เฉินจิ้งหรูหวาดกลัวจนซุกเข้าสู่อ้อมกอดกว้าง ทั้งสามยื้อยุดกันในความมืด ตะเกียงในมือซ่งอวี้อิงดับลงเมื่อถูกสะบัดตกพื้น เหลือเพียงแสงฟ้าผ่าที่ส่องผ่านหน้าต่างเป็นระยะ เสียงสายฝนสาดซัดหน้าต่าง เงาร่างของทั้งสามสะท้อนอยู่บนผนังเหมือนภาพบิดเบี้ยว เสียงร้องไห้ เสียงหอบหายใจ และเสียงคำว่าขอโทษของเฉินจิ้งหรูปะปนกันจนแยกไม่ออก

“พี่สาว ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“เลิกเรียกฉันว่าพี่!” ซ่งอวี้อิงตะโกนสุดเสียง แรงกระชากสุดท้ายสวนกับแรงรั้งของเหอจ้าวหลิงในจังหวะเดียวกัน

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น แสงขาวแลบวาบไปทั่วโถง ก่อนที่ร่างของซ่งอวี้อิงจะหงายหลังตกลงไปตามขั้นบันได โลกทั้งใบหมุนคว้าง แล้วทุกอย่างก็มืดดับ

มีเพียงเสียงฟ้าร้องและสายฝนที่ยังสาดซัด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel