ตอนที่สาม นางควรทำอย่างไร
ตอนที่สาม
นางควรทำอย่างไร
ยามเช้าตรู่ที่มีเสียงนกร้องปลุกให้ตื่น หญิงสาววัย17 ขวบปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่ามาจนเคยชินใช้มือสะบัดผ้าห่มออกจากกาย ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบิดซ้ายบิดขวาแล้วเอี้ยวตัวไปเทน้ำจากเหยือกดินเพื่อล้างหน้าล้างปากเล็กน้อย
เมื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เซียงชุนอ้ายจึงเดินเปิดประตูห้องส่วนตัวซึ่งบิดากั้นเอาไว้ให้ตั้งแต่นางเพิ่งมีอายุได้10ขวบปี เพื่อออกมามองหาบิดาตามความเคยชิน
เอ๊ะ! ไม่อยู่หรือ
ด้วยพื้นที่ในกระท่อมไม่ได้กว้างมาก เพียงกวาดตามองรอบหนึ่งก็ทั่วแล้ว เมื่อไม่เห็นร่างของบิดา หญิงสาวจึงเดินไปทางโรงบ่มสุราซึ่งสร้างอยู่ด้านข้าง
บิดาของนางชื่นชอบการดื่มสุราและมักร่ำสุราทุกคืนจนเมาหลับไป สุราที่เขาหมักมีหลากหลายชนิด ทั้งที่ทำจากข้าวฟ่าง ข้าวสาลี หรือผสมกับดอกไม้หอมและสมุนไพรหลายอย่างซึ่งต้องขึ้นไปเก็บบนภูเขา
ความจริงบิดาของนางชอบสุราที่หมักจากข้าวเหนียวซึ่งมีรสหวานอมเปรี้ยว แต่เซียงชุนอ้ายกลับชอบสุราที่หมักจากข้าวฟ่างซึ่งมีรสหวานส่งกลิ่นหอมละมุนชวนให้มึนเมา ผู้เป็นบิดาจึงมักหมักสุราทั้งสองชนิดเก็บเอาไว้เสมอ
ด้วยสองพ่อลูกใช้ชีวิตมาด้วยกัน เด็กหญิงจึงช่วยบิดาหมักสุรามาตั้งแต่เพิ่งรู้ความ ไม่ว่าสุรารสใดนางล้วนลองลิ้มชิมรสมาแล้วทั้งนั้น
ในเมื่อบิดามีฝีมือด้านหมักสุรา บุตรสาวซึ่งได้รับการสั่งสอนและสั่งสมจึงกลายเป็นสตรีขี้เมามาตั้งแต่ยังเป็นแค่เด็กสาว
เพียงแต่...
เช้าวันนี้ บิดาของนางไม่ได้กำลังหมักสุราหรือทำเรื่องประจำวันใดทั้งสิ้น
ร่างสูงใหญ่นอนคว่ำแน่นิ่งอยู่กลางพื้นดั่งท่อนไม้ที่ถูกทิ้งไว้โดยไร้ผู้เหลียวแล
เซียงชุนอ้ายชะงักงันอยู่ตรงหน้าประตู หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดจนหายใจไม่ออก นางก้าวเข้าไปหนึ่งก้าวอย่างไม่มั่นคง ปลายเท้าเหยียบถูกของแข็งบางอย่าง แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บสักนิด สายตาจ้องมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยนั้น
แผ่นหลังซึ่งเคยขยับ เคยหัวเราะ เคยดุเสียงแข็ง แต่บัดนี้กลับไม่มีแม้แต่การขยับของไหล่
หญิงสาวทรุดเข่าลงข้างกายบิดา มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะบ่าที่แข็งและเย็นจนน่าหวาดหวั่น ความเย็นนั้นแล่นขึ้นมาตามปลายนิ้ว แทรกซึมถึงหัวใจ ทำให้น้ำตาเอ่อคลอโดยไม่รู้ตัว
“ท่านพ่อ...”
กลิ่นสุราที่เคยคละคลุ้งกลับจางหาย เหลือเพียงกลิ่นอับชื้นและความเงียบงันที่กดทับทุกลมหายใจที่รอคอยเสียงตอบรับหรือการขยับเขยื้อนสักนิด
ใบหน้าที่ค่อยๆ อาบไปด้วยน้ำตาก้มลงใกล้ร่างที่นิ่งสนิทด้วยความหวังว่าจะได้เห็นหน้าอกของเขาขยับอีกสักครั้ง
แต่...
ความหวังก็ยังเป็นเพียงแค่ความหวังด้วยไม่อาจเป็นความจริง
เซียงชุนอ้ายเม้มปากแน่นพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ด้วยความเสียขวัญที่ถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่นที่จู่ๆ ก็ซัดเข้าฝั่ง
ยามนี้นางไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
ในโลกใบเล็กอันคับแคบของนางคงเหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจของบิดา กับความจริงที่กำลังกดทับลงมาอย่างโหดร้าย
ถ้อยคำของบิดาผุดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับเขารู้ตัวเองว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน
