บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 38 ห้องใต้ดิน

ตึง! ตึง!

เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง รองเท้าผ้าสีดำเข้มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วยเท้าบางๆ ของสาวน้อยจางลู่ นางกำลังตามล่าเหนียนปอปอให้ทัน ก่อนจะควบคุมพลังหยินหยางให้สมดุลทำให้ความเร็วในการวิ่งเร็วขึ้น ความเหนื่อยจากการใช้แรงกายเป็นศูนย์เพราะหยินหยางควบคุมจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว ผ่อนคลายจิตใจให้บางเบา ฝีเท้าก็ยิ่งมีพลังมากขึ้น

อีกฝั่งหนึ่ง ดูเหมือนจะมีสงครามกลางหอนางโลม จำนวนคนสี่คนที่มีชายสามและหญิงหนึ่ง พวกเขากำลังประทะกับเหล่านักฆ่าจำนวนราวๆ ห้าสิบคนที่แฝงตัวเป็นยาม นางโลมและลูกค้าหอนางโลม ฝั่งเฉาหลิงนั้นพกอาวุธเข้ามาไม่ได้จึงไม่มีอาวุธประจำกายติดตัวติดตัว ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง หากเอามาด้วยจะถูกเหล่าโจรยึดไปก่อนเข้าหอนางโลม โชคยังดีแม้ไม่มีอาวุธก็แย่งจากมันมาได้

"กรี๊ดดด "

"อร้ายยยย"

"เออะ"

เสียงร้องของเหล่าโจรที่มีเหนียนปอปอเป็นหัวหน้ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอันแหลมเล็กของหญิงสาวแฝงตัวเป็นนางโลม และเสียงของเหล่าโจรชายก็ดังก้องด้วยเสียงใหญ่และทุ้ม

"นายหญิงจางลู่ไปตามล่าเหนียนปอปอที่ชั้นสองแล้วขอรับ" วั่งฉีพิงหลังเฉาหลิงก่อนจะขว้างดาบมีดสั้นไปปักคอศัตรู

"งั้นเจ้ากันทางให้ข้า ข้าจะตามนางไป" เฉาหลิงพุ่งตัวไปรับแรงฟันดาบจากฝ่ายตรงข้ามอย่างว่องไว

"นายท่านเจ้าค่ะ เราจะลากวั่งฉีไว้ที่ใดดีเจ้าคะ? " จำปากำมีดสั้นไว้แน่น ไม่ให้มีใครมาเหยียบไว่เถ้าที่นอนอยู่

"เอาไว้ให้ไกลจากจุดโจมตีให้มาก เดี่ยวข้าจะเปิดทางให้ และให้ข้ากับวั่งฉีจัดการตรงนี้เอง" เฉาหลิงเอนตัวไปใกล้ๆ นางหลังจากปัดดาบเพื่อช่วยแม่หญิงจำปา เฉาหลิงที่เข้าใจภาษาไทยอย่างดีเพราะบิดาบุญธรรมที่ได้เดินทางไปสองแคว้น

"เจ้าค่ะ เรื่องไว่เถ้านั้นเป็นหน้าที่ของข้าเจ้าเองค่ะ นายท่าน" จำปาลากร่างที่สลบพลาง สายตามองศัตรูพลาง

ชั้นสอง

สาวน้อยร่างบางในชุดสีแดงสด วิ่งผ่านหอนางโลมอันเงียบสงัดดูเหมือนจะไร้ผู้คน ก้าวเท้าช้าๆ มองหาเหนียนปอปอด้วยความระแวดระวัง

"เหนียนปอปอ เจ้าอยู่ที่ใด? ออกมาให้เห็นเจ้าสักที อย่าหลบซ่อนเยี่ยงนี้ เจ้ากลัวข้าหรือ? " จางลู่ค่อยๆ เหยียบพื้นหอนางโลมชั้นสองเหมือนกำลังเล่นซ่อนหา แต่ไร้วี่แววในเสียงตอบรับของเขา

"นี่ ห้องสุดท้ายแล้ว ข้าว่าเจ้าอยู่ห้องนี้เป็นแน่" จางลู่ลุ้นด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพื่อไม่ให้เขาโจมตีได้ง่ายเหมือนหลบคมดาบ

"เอ้า แล้วมันอยู่ไหน? " จางลู่เอ่ยในใจอย่างหงุดหงิด ในห้องก็ไม่พบใครสักคน

วินาทีนั้นเองก่อนจางลู่จะเอ่ยในใจกับตัวเอง มีหยดน้ำใสๆ สองหยดกระทบบนไหล่ ผ่านผ้าสีแดงสดจนดูคล้ายหลังคารั่วเพราะฝนตก แต่ช่วงนี้ก็ไม่ใช่ฤดูฝน ด้วยความอยากรู้ก็เงยหน้าขึ้นช้าๆ

ไม่ทันการเสียแล้ว ร่างใหญ่ดิ่งลงมาอย่างเงียบเชียบแม้จะดูหนักแค่ไหน ดูเหมือนเขาจะใช้วิชาตัวเบาเพื่อเกาะบนเพดานหอนางโลม

"เฮ้ย เหนียนปอปอ" จางลู่อุทานด้วยความประหลาดใจ ไม่ทันพูดให้จบประโยค

จุดที่เหนียนปอปอจะโจมตีคือ กลางศีรษะ ต้องการให้สมองได้รับการกระทบกระเทือนด้วยแรงชกต่อย

ฉึก!

เสียงกำปั้นก้อนใหญ่ตกกระทบฝ่ามือที่ประสานกันของหญิงสาว ก่อนจะถึงกลางศีรษะเพียงคืบ จางลู่ได้เงยหน้ามองเพดาน แลเห็นใบหน้าของชายร่างใหญ่ระยะใกล้ ท่อนขาชี้เพดานคล้ายเหยียบเพดานนั้นได้ ร่างของชายคนนั้นกับร่างสาวน้อยต่อกันจนตั้งฉากกับพื้น และสองตาสบกันด้วยแรงปะทะ ไม่มีใครยอมแพ้ใคร

"ยอมแพ้ซะ สาวน้อย ลำพังแค่เจ้าคนเดียวก็ไม่รอดหรอก" กำปั้นอันหนาแน่นหยุดนิ่งตรงกลางฝ่ามือทั้งสองของนางที่เป็นเหมือนโล่กำบัง ยกขึ้นอย่างเหยียดตรงเหมือนยกน้ำหนัก เวลาผ่านไปไม่นานท่อนแขนของนางงอลงเรื่อยๆ เพราะสมดุลหยินหยางที่จางลู่เรียกมันมา แต่ว่ามันใช้ได้เพียงชั่วคราวหลังจากออกแรงวิ่งหรือโจมตีเหล่าศัตรูอื่นแล้ว

"คิดว่าข้าจะยอมแพ้เจ้าง่ายๆ เยี่ยงนี้หรือ? แม่นางฟางฟ่างอยู่ที่ใด? บอกข้ามา" เหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าจางลู่ปนกับเสียงลมหายใจแผ่วๆ ด้วยความเหน็ดเหนื่อย

"หึหึ ข้ามศพข้าไปก่อนก็แล้วกัน" เหนียนปอปอเริ่มเวียนศีรษะ เพราะจางลู่พยายามหมุนตัวพร้อมจะเหวี่ยงร่างใหญ่ให้ลอยออกจากหอนางโลม

ย้ากกกกก

การต่อสู้ก็เริ่มขึ้น สมดุลหยินหยางของนางก็กลับมาแล้ว ก่อนจะเหวี่ยงร่างหัวหน้าโจรให้ลอยจากมือของนาง

จางลู่หลบกำหมัดอันหนาแน่นของเหนียนปอปอ และสวนกลับในวินาทีเดียวกัน ชายร่างใหญ่เอนตัวหลบแรงเหวี่ยงด้วยกำหมัดของสาวน้อย และกำหมัดสองหมัดได้ทำลายผนังไม้จนเป็นรูพลุนคล้ายลูกกระสุนฝังในแผ่นไม้ ทั้งยังมีผนังถูกทำลายเป็นแนวยาวเพราะแรงเหวี่ยงจากท่อนขาสองคู่ทำให้เศษไม้กระจัดกระจายคล้ายฝุ่นก่อนที่จะลอยลงสู่พื้น

เหนียนปอปอเหวี่ยงสองมือ สองเท้าไปเรื่อยๆ จนขาซ้ายเหวี่ยงไปกระทบฝ่ามือทั้งสองของหญิงสาว แต่น้ำหนักของชายร่างใหญ่มีมากขึ้นด้วยความโกรธเคืองเมื่อรู้ว่านางไม่ยอมตาย ก่อนที่ร่างบางๆ จะปลิวว่อนไปข้างหลัง

ตูมมมม!

ร่างใหญ่ที่มีพลกำลังมากกระทบร่างบางที่ดูเหมือนจะหมดพลังลงดั่งกำลังต่อสู้ด้วยมวยปล้ำ ร่างบางในชุดสีแดงสดยับยู่ยี่และมีรอยเท้าที่เปื้อนด้วยเศษฝุ่นคล้ายงานศิลปะ ก่อนที่ทั้งคู่จะทะลุพื้นจนถึงชั้นหนึ่งเพราะพื้นชั้นสองมีความบางกว่า

"หึหึ คราวนี้ เจ้าตายแน่ สาวน้อย" เหนียนปอปอแสยะยิ้มด้วยความสะใจเมื่อเห็นจางลู่หลับตาและหายใจช้าๆ อยู่ต่อหน้าเหมือนนางกำลังหลับอย่างสงบ

ตูมมมม!

เพียงชั้นเดียวก็ถูกเจาะคล้ายอุกกาบาตหรือลูกเห็บไม่พอ ทั้งคู่ได้ทะลุชั้นหนึ่งอีกขั้น และดิ่งลงด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก

"แล้วเจ้าจะได้เห็นคนใช้ของเจ้าก่อนตายก็แล้วกัน" เหนียนปอแสยะยิ้มมากขึ้น หวังจะได้เห็นความตายของสาวน้อย

'ห้องใต้ดิน'

สาวน้อยจางลู่มีลมหายใจอยู่ ชายร่างใหญ่รับรู้อย่างนั้นและไม่ปล่อยโอกาสทองอันงดงามไว้อย่างนั้นเป็นแน่ กางฝ่ามือทั้งสองออก เหมือนกำลังจะตบยุงตัวเล็กอย่างง่ายดายและกำลังจะถูกบดละเอียดในไม่ช้า ตำแหน่งที่เขาเล็งไว้คือ ศีรษะของนาง

"อย่า"

เสียงแหลมเล็กกล่าวขอร้องว่าอย่าทำ ห้ามอย่างไรก็หยุดมันไว้ไม่อยู่ มันคือเสียงของหญิงสาวที่เปล่งออกมาอย่างสุดชีวิตเหมือนคนใกล้ดับอนาถเพราะนางอยู่ห้องใต้ดิน มีคบเพลิงสองข้างทางคล้ายทางเดินภายในอุโมงค์

ฟุบ!

เสียงฝ่ามือได้กระทบผ้าเรียบตึงดั่งกระโดดลงยิมนาสติกแต่มันเด้งแบบย้อนกลับไปด้านข้าง ทำให้ร่างใหญ่ปลิวว่อนห่างออกไปจากร่างบางของจางลู่ที่กำลังนอนราบกับพื้นหินแข็งๆ และขรุขระ

ก่อนที่เหนียนปอปอจะกระเด็นไปข้างหลัง เขาไปตบผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองที่จางลู่ติดตัวไว้กลางอก ลืมตาขึ้นมาด้วยเสียงเตือนสติของใครสักคนและกางผ้าผืนบางออกมา

เพราะนางใช้ ดาวตกย้อนศร ไว้เป็นโล่ป้องกัน ผ้าเช็ดหน้าได้ทำงานปกป้องเจ้าของหลังจากได้เช็ดหน้าแล้ว

ตึง!

เสียงร่างใหญ่ได้กระทบพื้นแข็งดั่งหิน และเหตุการณ์ทั้งหมดภายในห้องใต้ดินที่มีแสงสว่างจากคบเพลิงได้อยู่ในสายตาหญิงคนหนึ่งที่มีนามว่า แม่นางฟางฟ่าง

ไม่เพียงแม่นางฟางฟ่าง ยังมีหญิงสาวคนอื่นที่เป็นเหยื่อการค้าประเวณีแห่งหอนางโลม เหยื่อที่ถูกกักขังในห้องขังลับนั้นก็เป็นเหยื่อที่ไม่มีความยินยอม หากมีความยินยอมแล้วและทำงานให้เหนียนปอปอก็จะไม่ถูกขังอย่างนี้

จางลู่พอรู้สึกตัว เอนศีรษะไปมองแม่นางฟางฟ่างอย่างดีใจ ลากสังขารตัวเองและพยายามเคลื่อนไหว ยื่นมือบางๆ ที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดและฝุ่น เพราะอยากจับมือแม่นางฟางฟ่างที่อยู่ในกรงเหล็ก

"ขอบคุณเจ้านัก แม่นางฟางฟ่าง"

ก่อนที่ร่างชายคนหนึ่งจากชั้นบนได้ตกลงหลุมที่ทั้งสองทะลุมา และมีเฉาหลิงกระโดดตามมาเหมือนจะโจมตีต่อ

"คุณหนู คุณหนูเจ้าค่ะ ข้าอยู่นี่" แม่นางฟางฟ่างเรียกนายหญิงของตนด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและดูทรุดโทรมมากนัก ใบหน้าของนางดูหม่นหมองและแห้งผาก มีรอยฝ่ามือสีแดงอมชมพูเพราะเลือดคั่งจากรอยมือชายแปลกหน้า รวมทั้งรอบลำคอของนางด้วย แขนบวมช้ำเป็นสีม่วงเพราะแรงบีบ ที่ร้ายแรงที่สุด คือ มีเลือดออกมาจากช่องคลอดคล้ายประจำเดือนทำให้กระโปรงเปื้อนด้วยน้ำเลือด น่าสงสารและน่าเวทนายิ่งนัก

ภายในห้องใต้ดินลับแห่งนั้น เหนียนปอปอไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้เสียแล้ว เขาได้หลบหนีด้วยอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้ ก่อนที่เขาจะเก็บข้าวของกับเงินทองอย่างทุลักทุเลเพื่ออพยพและหนีจากการถูกตามล่าหรือหนีการแก้แค้นของศัตรู?

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel