บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 36 ต่อกรกับเหนียนปอปอครั้งที่สอง

หัวหน้านางโลมร่างอวบได้นางโลมคนใหม่สองนาง จางลู่ก็ได้ทำหน้าที่นางระบำเดี่ยว ส่วนแม่หญิงจำปาบริการอาหารและเครื่องดื่มหรือไม่ก็นวดแขน นวดขา นวดไหล่

หญิงสาวสองนางเมื่อเสร็จภารกิจก็มานัดพบกับสามชายหนุ่ม ณ ตลาดสองแคว้นเพื่อดูเครื่องแต่งกายในการปลอมตัวว่าชุดไหนที่ใส่แล้วพอดี จนกระทั่งยามบ่ายก็พากันเดินทางกลับเรือนโดยนั่งเกวียนถึงสองคัน จางลู่ได้เหมาเกวียนสองเล่มไปในสถานที่ยามค่ำคืนอย่างหอนางโลมด้วย

หากจะให้เอ่ยชื่อนักรบแห่งดาบในตอนนี้ เขามีนามว่า ไว่เถ้า ชายหนุ่มที่เกิดมาในครอบครัวยากไร้ ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก เขาได้ผ่านความยากลำบากมามาก จนกระทั่งมารดาของไว่เถ้าได้มาเป็นคนรับใช้ในเรือนของโจเลี้ยว และกลายเป็นเพื่อนเล่นของโจเลี้ยว เช่นเดียวกับวั่งฉี เมื่อเขาได้เติบโตขึ้นพร้อมกันจึงได้ไปสมัครคัดเลือดทหารประจำวังหลวง ไว่เถ้าเลือกดาบเป็นอาวุธประจำกาย ส่วนวั่งฉีเลือกธนู และโจเลี้ยว สามีของจางลิ่วคือ แม่ทัพแห่งวังหลวง

วั่งฉีกับไว่เถ้าได้รับภารกิจในการตามหาแม่นางฟางฟ่าง คนใช้คนสนิทของจางลู่จากแคว้นลิ่วเฉียน เปลี่ยนเสื้อผ้าเนื้อหยาบๆ ที่ใส่อยู่ทุกวันมาเป็นผ้าแพรต่วนที่เป็นเนื้อผ้าชั้นดีของผู้มีตระกูลสูง เมื่อสวมใส่แล้วก็เป็นคนดูดีมีราคาแพงขึ้น ก่อนที่แม่หญิงจำปานั่งพัดวีให้นายหญิงจางลู่ขณะนั้น นางก็แลเห็นรูปลักษณ์ของวั่งฉี ชายหนุ่มต่างแคว้นที่เปลี่ยนเป็นคนละคน ทำให้นางปากอ้าตาค้าง นางเพิ่งเคยเห็นวั่งฉีหล่อเหลายิ่งนักเพราะเครื่องแต่งกายยิ่งขับให้เขาดูมีราศีขึ้น และพัดวีที่ถืออยู่ก็หล่นลงพื้นเรือนทันใด ราวอยู่ในภวังค์แห่งมนตรา จางลู่ฝึกเขียนภาษาไทยอยู่นั้น แต่นางสื่อสารด้วยการพูดและฟังได้คล่องแคล่วเหมือนเจ้าของภาษา

"จำปา แม่หญิงจำปา" จางลู่ใช้นิ้วสะกิดไหล่คนใช้ หลังจากรู้สึกว่าลมจากพัดวีสงบลง

และจางลู่ก็ขยับตัวเข้าใกล้และเขย่าด้วยสองมือแรงขึ้น "จำปาาาา"

แม่หญิงจำปาก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ทันใด "เจ้าค่ะ นายหญิง" นางก็ใช้พัดวีต่อ

ก่อนแม่หญิงจำปามานั่งรอชายหนุ่มอยู่นั้น นางก็เพิ่งใช้ชุดจีนโบราณครั้งแรกด้วยความเขินอาย เผยให้เห็นไหล่ผิวสีน้ำผึ้งและคลุมด้วยบางๆ ที่ช่วยให้เห็นสีผิวข้างใน ริมฝีปากแดงจัดเพราะจางลู่แต่งหน้าให้นาง

"พร้อมหรือยังท่านพี่? " จางลู่เอ่ยขึ้นขณะก้มหน้าหัดเขียนภาษาไทยด้วยตัวเองอยู่

"ข้าพร้อมแล้ว เกวียนสองเล่มรออยู่หน้าเรือนแล้ว เดี๋ยวข้าจะตามเจ้าไป" เฉาหลิงก้าวเดินลงบันไดพร้อมกับวั่งฉีและไว่เถ้าตามมาติดๆ

จางลู่กับจำปาเดินทางไปถึงหอนางโลมก่อนเป็นกลุ่มแรกเพื่อเตรียมตัวในการแสดงยามค่ำคืนนี้

เวลายามหนึ่งก็เริ่มขึ้น เสียงดนตรีขับขาน ลูกค้าก็ทยอยมาทีละคน นางโลมทั้งหลายกำลังแต่งกายในห้องแต่งตัว อีกบางส่วนก็ออกมาต้อนรับ แม่หญิงจำปาทำท่าแต่งหน้าพลาง มองหาแม่นางฟางฟ่างพลาง ก่อนที่นางจะจดจำใบหน้าของแม่นางฟางฟ่าง นางได้ดูภาพวาดด้วยน้ำหมึกสีดำที่จางลู่ให้ไว้

จางลู่เดินไปทั่วเกือบหอนางโลม แสร้งว่าหลงทางหรือเข้าห้องน้ำและกำลังจะกลับห้องแต่งกายส่วนตัวเพราะนางเป็นนางโลมพิเศษที่มีราคาสูง

"จางลู่ ลูกค้ารอชมเจ้าอยู่ ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องระบำกันแล้ว" หัวหน้านางโลมร่างอวบจับแขนจางลู่เบาๆ

และจางลู่ก็เดินตามหัวหน้านางโลมจนถึงกลางลานกว้างที่เป็นเวทีการแสดง

เมื่อจางลู่อยู่กลางลานกว้างก็เห็นชายมากหน้าหลายตา หลายวัย ทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสอง จ้องมาที่จางลู่จุดเดียว ดนตรีก็เริ่มบรรเลงอย่างช้าๆ นางระบำหงส์ด้วยผ้าสีแดงสด ผ้าพลิวไหวตามแรงสะบัดอย่างกับนางหงส์กางปีกบนนภากว้างขวาง

จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนหนวดสีดำเข้มอยู่เหนือริมฝีปากบนในชุดโจงกระเบน ก็พอรู้ว่าเขามาจากแคว้นสุโขทัย กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง อบอวลไปทั่วลมปาก เสียงดังโวยวายเพราะความมึนเมาจนฟังไม่ได้ศัพท์

"เฮ้ย เฮ้ย พวกเจ้ารู้ไว้ แม่หญิงคนนี้คือ แม่หญิงของข้าโว้ย ห้ามใครอย่าแตะ ข้าจองแล้ว" ท่าทางชายวัยกลางคนไว้หนวด เกือบจะหกล้มลงพื้นเพราะทรงตัวไม่อยู่ ทำให้ต่างฝ่ายไม่พอใจเมื่อได้รู้ว่า คนนี้คือแม่หญิงของเขา

"เฮ้ย เจ้ากล้าดีได้เยี่ยงไร? คนนี้คือ เมียของข้าต่างหาก" ชายที่หนุ่มกว่าตวาดเสียงเกรี้ยวกราด ท่าทางจะมึนเมาเช่นกัน

"แน่จริงมาสู้กัน ใครชนะจะได้นางนี้เป็นเมีย? " จอกสุราของชายวัยกลางก่อนจะพุ่งไปต่อยก็ขว้างจอกนั้นให้กระทบหน้าผากชายที่หนุ่มกว่า แต่ความเมามายทำให้ขว้างปาไม่ถึงเป้าหมาย

ทั้งคู่จึงได้ต่อยกัน ทุบตีกันทันใด

แต่แล้วยามหอนางโลมสองนายมาขวางทั้งคู่ไว้ แยกเขาออกจากกันและลากเขาออกจากหอนางโลม จากนั้นก็ปิดประตูกั้นไว้ ไม่ให้เขาเข้าไปจนกว่าจะสร่างเมาและเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนต่อคนอื่นที่มาดูนางระบำ จางลู่ได้ระบำต่อ เสียงดนตรีบรรเลงเป็นปกติ ก้องกังวานไปทั่วหอนางโลม

สายตาคู่หนึ่งของสาวน้อยจางลู่ต้องมาสะดุดกับเหนียนปอปอบนชั้นสอง เขากำลังขึ้นบันไดพร้อมกับแม่นางหวั่นหวั่น และทางนั้นก็คือจังหวะที่จางลู่เห็นได้เด่นชัด ไม่รอช้าก็

ฟิ้ววววว...

ปิ่นหยกลายดอกโบตั๋นลอยฝ่าอากาศ ปลายแหลมๆ ปักเสาหอนางโลม ขวางหน้าชายหมัดกล้ามใหญ่นามเหนียนปอปอในระดับสายตา และเขาหยุดชะงักทันใด มองหาต้นตอของปิ่่นหยกนั้นมาจากที่ใด? เขาไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะจางลู่ใช้ผ้าสีแดงปิดปากอยู่

"ใครบังอาจมาเล่นงานข้า อยากตายหรือเยี่ยงไร? " เหนียนปอปอคิดในใจ

"ใครเด็ดหัวนางปีศาจนั้นได้ ข้าจะให้รางวัลเจ้าสองเท่า" เขาประกาศเสียงดังก้องทั่วหอนางโลมด้วยความเดือดดาล

กลุ่มโจรที่แฝงตัวเป็นลูกค้าก็มาขวางหน้าจางลู่ไว้เพื่อไม่ให้ไปทำอะไรเหนียนปอปอได้ นางโลมบางส่วนก็ชักมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากต้นขา ไปแทรกกายกับกลุ่มโจรนั้น

วินาทีที่กลุ่มโจรของเหนียนปอปอออกมา

เฉาหลิง วั่งฉี ไว่เถ้า และจำปา ล้อมกายสาวน้อยจางลู่ที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวกลางหอนางโลม เหมือนเป็นองครักษ์และเป็นเกาะกำบังให้แก่นาง ทุกคนก็เตรียมตัวต่อสู้ ตั้งรับและโจมตีฝ่ายตรงข้าม

เหนียนปอปอถึงกับผงะชั่วครู่หนึ่งและคลายความสงสัยลง เมื่อรู้ว่าจางลู่ได้ถอดผ้าสีแดงปิดปาก และโยนขึ้นกลางอากาศ ผ้าผืนบางค่อยกระทบพื้นอย่างช้าๆ ดั่งกลีบบุปผาแสนงามร่วงหล่นสู่พื้นดิน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel