ตอนที่ 35 ตะลุยหอนางโลม
คุณชายนพเก้ามาถึงเรือนพร้อมกับพ่อบ้านจานเช่นเดิม หลังจากไม่ได้นอนหลับที่เรือนนี้คืนหนึ่งแล้ว ทำให้เขาไม่ได้เจอเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดกับแม่หญิงจำปาได้ถูกวิญญาณอาฆาตเข้าสิงร่างจนต้องล้มป่วย ระหว่างนั้นเขาเข้ามาในเรือนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส จิตใจเบิกบานปนกับความเหนื่อยล้า หวังว่าจะเจอแม่หญิงต่างแคว้นนามว่าจางลู่อยู่ในเรือน แต่ทว่ายิ้มได้เพียงไม่นาน พลันไปเจอบุรุษหนุ่มแปลกหน้าที่กำลังสนทนากับสาวน้อยจางลู่อย่างรื่นเริง หารู้ไม่ว่าหญิงสาวกับชายหนุ่มคู่นี้มีสายเลือดเดียวกันหรือมาจากตระกูลเดียวกัน
"ท่านพี่ ท่านพี่มาแล้ว" เสียงหวานใสของจางลู่เรียกเขามานั่งร่วมวงด้วย
แต่คุณชายนพเก้าในชุดไหมแขนยาวสีเหลืองเข้มกับโจงกระเบนสีเลือดหมูก้าวเท้าเข้ามาและได้เบือนหน้าหนีอย่างไร้เหตุผล ดูเหมือนไม่ต้องการตอบและปริปากพูดออกมา ภายในใจมีความโกรธเคืองอยู่เมื่อพบว่าสาวน้อยที่ตนอยากพบ เขาได้อยู่กับชายแปลกหน้าเพียงลำพัง ตอนแรกยิ้มแย้มให้นางอย่างหวานแหววแต่วันนี้กลับทำหน้าบูดบึ้งใส่ จางลู่เพียงเข้าใจว่าเขาทำงานหนักจึงมีความเคร่งเครียดเป็นธรรมดา แม้แต่พ่อบ้านก็รู้สึกงุนงงกับท่าทางของคุณชาย
'ตึง ตึง ตึง!! '
เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มกระทบพื้นเรือนราบเรียบเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คล้ายยักษาแสดงความเกรี้ยวกราดจนอยากจะพังบ้านเรือนให้ยับยู่ยี่ เมื่อคุณชายนพเก้าเดินห้องอย่างรีบร้อนทำให้พ่อบ้านจานไม่ได้เข้าห้องด้วย
'ปัง!! '
เสียงประตูกระทบแรงจนทำให้พ่อบ้านที่อยู่ใกล้สุดตกใจมากกว่า ดวงตาสองคู่ที่นั่งบนเบาะนุ่มๆ ก็เล็งไปจุดเดียวกัน
"เขาเป็นใครหรือ? " เฉาหลิงถามจางลู่ด้วยความสงสัยกับพฤติกรรมของเขา
"คุณชายนพเก้าเองเจ้าค่ะ เจ้าของเรือนหลังนี้ ชายคนนั้นเขาเป็นผู้อุปการะข้า ให้ที่พัก ให้ข้าได้อยู่เรือนนี้เจ้าค่ะ" จางลู่ตอบอย่างเต็มใจ
"อืม ก็ดี" เฉาหลิงกระพริบตารัว มือหนึ่งเกาไหล่เพราะรู้สึกคัน
สักพักหนึ่งก็มีเสียงดังทุ้มของวั่งฉีเล็ดลอดเข้ามา ทำให้ทุกคนในเรือนเล็งความสนใจที่ต้นเสียงนั้นจากห้องนอนจางลู่
"แม่หญิงจำปาฟื้นแล้ว แม่หญิงจำปาฟื้นแล้ว นายท่าน นายหญิง" วั่งฉีกล่าวด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
ที่น่าแปลกคือ คุณชายนพเก้าเหมือนจะฟังภาษาจีนออก เหตุใดถึงไม่กล่าวเป็นภาษาจีนสักคำ? เขาก็วิ่งปรูออกมาจากห้องส่วนตัวด้วยที่รู้ว่าแม่หญิงจำปา คนใช้ประจำเรือนเป็นอย่างไร? จึงเข้ามาดูนางด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับมีพ่อบ้านจานตามมาห่างๆ
คุณชายนพเก้าเร่งฝีเท้า กึ่งเดิน กึ่งวิ่งบนพื้นเรือนอย่างร้อนรน จางลู่กับเฉาหลิงก็หยุดสนทนา หันหน้ามามองกันวินาทิหนึ่งแล้วลุกจากที่นั่งพร้อมกัน มุ่งไปสู่ห้องนั้นทันที
วั่งฉีกับนั่งรบแห่งดาบเริ่มถอยห่างให้เจ้านายมาดูอาการแม่หญิงจำปาอย่างใกล้ชิด แม่หญิงจำปาตื่นขึ้นมาราวคนตื่นเช้า และคุณชายนพเก้ารู้จักนางมานานที่สุดจึงได้เอ่ยถามก่อน
"จำปา เจ้าเป็นอันใดหรือไม่ถึงมานอนเจ็บออดๆ แอดๆ เยี่ยงนี้เล่า? " คุณชายนพเก้ายืนถามด้วยความเคร่งเครียด
"ข้าไม่รู้เจ้าค่ะนายท่าน จู่ๆ ข้าตื่นมาแล้วมาอยู่ที่เตียงนายหญิงตั้งแต่เมื่อใด? ข้ารู้เพียงว่าปวดเมื่อยไปทั้งตัวเจ้าค่ะ และรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าผากเหมือนถูกหินทุบเจ้าค่ะ" แม่หญิงจำปาขยับกายได้ไม่มาก พอมีแรงพูดอย่างสับสน
"สงสัยเจ้าทำงานหนักมากนัก ถึงได้ล้มป่วยเยี่ยงนี้" คุณชายนพเก้าให้คำตอบ
จำปาพยายามลุกจากเตียงด้วยความเกรงใจ แต่คุณชายบอกให้พักผ่อนสัักพักก่อน
"ท่านพี่เจ้าค่ะ นางถูกวิญญาณเข้าสิงเจ้าค่ะ" จางลู่เอ่ยขึ้นแผ่วเบา
สีหน้าของคุณชายนพเก้าแทบไม่อยากจะเชื่อ "ห๊ะ เป็นไปได้เยี่ยงไร? "
"เมื่อคืนนางถูกผีร้ายเข้าสิงจริงๆ เจ้าค่ะ ถ้าท่านพี่ไม่เชื่อ ลองถามคนอื่นก็ได้เจ้าค่ะ" จางลู่ทำหน้างอน
ทุกคนก็พยักหน้าตอบเป็นเสียงเดียวกัน "มันเป็นความจริงขอรับ"
"ข้าเหนื่อย ข้าขอพักผ่อนก่อน" คุณชายนพเก้ารีบกลับเข้าห้องของตนเพราะความจริงแล้วคือ ไม่อยากเจอชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างเฉาหลิงอีก เหมือนรู้สึกว่า เขาเป็นมารหัวใจ
และแม่หญิงจำปาก็นอนหลับต่อด้วยความอ่อนเพลีย
เวลากลางคืน แม่หญิงจำปาหายดีแล้ว ร่างกายของนางกลับมาฟื้นฟูเป็นปกติจึงมีเรี่ยวแรงทำงานอีกครั้ง
สาวน้อยจางลู่กำลังคิดหาทางช่วยแม่นางฟางฟ่าง คนใช้คนแรกของตนให้ออกจากหอนางโลม นางจะได้ร่วมมือกับคนอื่นและปรึกษาหารือกัน วางแผนกันไว้ว่าแม่หญิงสองคนอย่างจางลู่กับจำปาจะต้องปลอมตัวเป็นนางโลม นี้คือวิธีเดียวที่สามารถบุกเข้าไปในหานางโลมโดยที่ไม่เปลืองแรงเปล่าๆ กองกำลังก็มีพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งเฉาหลิง วั่งฉี และนักรบแห่งดาบ ชายหนุ่มเหล่านั้นปลอมตัวเป็นลูกค้าหอนางโลม ก่อนที่จะได้เข้าหอนางโลมก็เข้าไปสมัครและเดินแวะร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องแต่งกายในการปลอมตัว ทุกคนจึงได้เข้านอนและเตรียมออกไปข้างนอกแต่เช้ามืดด้วยความตื่นเต้น
เช้าวันต่อมา คุณชายนพเก้าก็ออกจากเรือนเพื่อไปทำงานข้างนอกและอยู่ที่นั้นหลายวันกว่าจะกลับเรือน หากจางลู่ออกเรือนกับคุณชายแล้ว นางคงจะสงสัยว่าไปนอนที่เรือนใคร หรือว่ามีภรรยาน้อยที่ไหน?
ก่อนที่เจ้านายจะออกไปข้างนอก เขาก็ได้ทานอาหารมื้อเช้ากินอิ่ม และคนในเรือนที่เหลือก็อยู่เรือนปัด กวาด เช็ดถู ตัดฟืน และทำภารกิจส่วนตัว และเวลาผ่านไปหญิงสาวสองนางได้เดินทางไปที่หอนางโลมพร้อมกัน มีผ้าคลุมหน้าปกปิดเพื่อกันแสงแดดรวมทั้งถือร่มคนละคัน ก้าวเท้าเข้าหอนางโลมอย่างมีพิรุจ และรอบๆ หอนางโลมยังปลอดผู้คน ระหว่างที่จางลู่กับจำปาเข้าไปก็หยุดชะงักเมื่อเจอชายร่างใหญ่สองนาย หากมองไปรอบกายอีกก็พบว่า มีอีกคนกำลังทำความสะอาดอยู่
"เจ้ามาทำอันใด? สาวน้อย มาสมัครเป็นนางโลมหรือ? " ชายร่างใหญ่ใช้น้ำเสียงหวานๆ พร้อมใบหน้าหื่นกระหาย
"เจ้าค่ะท่านพี่ ข้ามาสมัครนางโลม พอดีข้าขาดแคลนเงินทอง สามีของข้าตายไปแล้ว คนนี้น้องสาวของข้าจะมาหางานทำด้วย" จำปากล่าวเสียงหวานเพื่อให้ชายคนนั้นตายใจขณะใช้ผ้าปิดปากอยู่"
"อืม เข้ามาข้างในสิคนสวย ตามข้ามา" เสียงหวานของชายคนหนึ่งพร้อมพาหญิงสาวขึ้นไปชั้นสอง
จางลู่กับจำปาเดินตามเขาอย่างไม่ลังเล เมื่อถึงห้องหนึ่งก็พบแม่หญิงร่างอวบ นางคือหัวหน้านางโลม ผู้ดูแลนางโลมนั้นเอง
"เข้ามาสิ ลูกสาวของแม่" นางกำลังหลับตาฟังเสียงดนตรีเบาๆ และใช้พัดวีไล่ความร้อน
"มีแม่หญิงสองคนมาสมัครเป็นนางโลมขอรับ นายหญิง" ชายร่างใหญ่แหวกม่าน เปิดทางให้สองคนเดินผ่านและยืนตรงต่อหน้าหญิงร่างอวบ สักพักหนึ่งหญิงร่างอวบก็หรี่ตามอง แต่ต้องมาสะดุดด้วยดวงตาเบิกกว้างขึ้นราวเห็นเงินก้อนโตคล้ายได้รับรางวัลใหญ่ หลังจากที่จางลู่เปิดหน้าใบหน้าให้เห็นเต็มสองตา
"ว้าย ตายแล้ว โอ้แม่เจ้า คุณพระช่วย งดงามปะไรเยี่ยงนี้ ลูกค้าต้องมีมากเป็นแน่ ข้าต้องรวย ข้าต้องรวย" หญิงร่างอวบลุกขึ้นออกจากที่นั่งทันใด
หญิงสาวสองนางยิ้มอ่อนๆ ภายในใจ เหมือนแผนการจะสำเร็จไปครึ่งทาง
"เจ้านามว่าอันใดสาวน้อย" หัวหน้านางโลมจับคางจางลู่ขึ้น ดูใบหน้าจางลู่อย่างละเอียด
"ข้านามว่า จางลู่เจ้าค่ะ นายแม่" นางยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรเพื่อให้หัวหน้านางโลมรู้สึกสนใจไปอีก
"คุณพระช่วย นอกจากงามกาย งามใจ ยังมีวาจาไพเราะเสียอีก ว่าแต่เจ้ามีความสามารถอันใด? " หญิงร่างอวบกล่าวด้วยความดีใจ
"ระบำหงส์เจ้าค่ะ" จางลู่ส่งสายตาหวานใส
"เจ้ามาจากแคว้นลิ่วเฉียนหรือ? ช่างพูดภาษาถิ่นได้ชัดเจนนัก ข้าก็คนแคว้นลิ่วเฉียน" หัวหน้านางโลมประหลาดใจ
"เจ้าค่ะ" จางลู่ก้มหน้าตอบอย่างเป็นมิตร
"งั้นมาระบำให้ข้าดูก่อน ข้าอยากชมจนใจจะขาด" และหญิงร่างอวบก็ปรบมือสองครั้งเพื่อเรียกเสียงดนตรี
'แปะ แปะ'
สิ้นเสียงปรบมือก็มีเสียงดนตรีตามมาอย่างช้าๆ บรรเลงสดๆ และให้จังหวะเพลิดเพลินราวอยู่กลางน้ำตก จางลู่ก็ระบำตามเสียงดนตรีได้อย่างงดงามราวนางหงส์ลอยเด่นบนฟากฟ้า
