ตอนที่ 2 สิ้นชีพ
แม่ทัพที่ปรากฏตัวเบื้องหน้าของหลู่หานเฟิงในยามนี้คือแม่ทัพหวังซื่อเหยา เขายืนสูงเด่นในชุดเกราะดำสนิท พรายแสงวาววับภายใต้แสงตะวัน ดวงตาเรียวยาวเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา ร่างกายของเขาสะท้อนพลังปราณอันล้ำลึกที่แม้แต่ต้นไม้รอบข้างยังสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
เบื้องหลังของเขา คือเหล่าทหารติดตามห้าคน ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะ พวกเขามาซุ่มเพื่อจับตาการรบเบื้องล่าง แต่การพบชายแปลกหน้าแต่งกายพิสดารเช่นนี้ เปรียบดั่งลาภลอยที่ล่วงมาเอง
"ชะตาชีวิตของเจ้าคงจบลงแต่เพียงเท่านี้... เมื่อต้องมาเจอกับข้า" แม่ทัพหวังซื่อเหยาพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันมหาศาลเสียงของเขาราวกับสายลมเย็นปะทะลงในใจกลางอกเขาคือผู้ฝึกฝนวิชาลมปราณขั้นสูง ศัตรูในสนามรบล้วนไม่ต่างจากมดปลวกใต้ฝ่าเท้า
"ฆ่ามันซะ" คำสั่งที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชาและเด็ดขาด จบประโยคด้วยรอยยิ้มเหยียดจากเหล่าทหารรอบกายพวกมันขยับดาบอย่างย่ามใจ ราวกับสุนัขป่าที่ได้กลิ่นเลือดใหม่ทว่า... สิ่งที่พวกมันคาดไม่ถึงคือสายตาของชายแปลกหน้าเบื้องหน้าดวงตาของหลู่หานเฟิงเปลี่ยนไปจากสับสนสู่เฉียบคม จากตื่นตระหนกสู่ความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์
มือของเขากระชับเข้ากับปืนพกสั้นที่เหน็บอยู่ข้างลำตัว กระสุนเหลือไม่มาก… แต่มากพอสำหรับศัตรูหกคนตรงหน้า
"พวกคุณ... เล่นอะไรของคุณ?"เสียงของเขาเย็นลง ไม่เหมือนชายผู้หลงทางอีกต่อไป"ผมไม่สนุกด้วยนะ"
เหล่าทหารหัวเราะเยาะอีกครั้งแต่เสียงหัวเราะของพวกมันจะดังได้อีกนานแค่ไหน...เมื่อพวกมันไม่รู้เลยว่า เบื้องหน้าคือผู้นำชัยในสงครามยุคใหม่ชายผู้เด็ดชีวิตด้วยกระสุนนัดเดียวโดยไม่ต้องใช้ลมปราณแม้แต่นิดเดียว
ปืนพกสั้น ถูกชักขึ้นด้วยความเร็วอันเป็นสัญชาตญาณของทหารแนวหน้าหลู่หานเฟิงขึ้นลำอย่างมั่นคง ปลายนิ้วแตะไกปืนเบา ๆ พร้อมจะเหนี่ยวได้ทุกเมื่อทว่า... นิ้วของเขากลับหยุดนิ่งเขาไม่กล้ายิง
ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวแต่เพราะในส่วนลึกของจิตใจ เขายังคงมีความเชื่อเลือนลางอยู่ว่าเรื่องทั้งหมดนี้อาจเป็นแค่การถ่ายทำพวกเขาอาจเป็นแค่นักแสดงหรือพลเรือนที่หลงยุคการเล่นบทร้ายจนเกินจริงหากเขายิงไป แล้วทุกอย่างเป็นแค่การเข้าใจผิด… เขาจะกลายเป็นฆาตกรทันที
"ถอยไป… ผมเตือนแล้วนะ" น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นและมั่นคง มือยังเล็งไปยังกลุ่มทหารในชุดเกราะโบราณทั้งห้าแต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมา... คือเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
“ฮ่าฮ่า! ชายผู้นี้ช่างเพ้อเจ้อเสียจริง! ใกล้ตายอยู่รอมร่อ ยังนึกว่าตนอยู่ในฝันอีกหรือ?”หนึ่งในทหารชั้นเลวเอ่ยพลางเลียริมฝีปากเหมือนหมาป่าที่ได้กลิ่นเหยื่อ
พวกมันทั้งห้าคนไม่คิดจะสู้กันแบบลูกผู้ชายคนต่อคนตรงกันข้ามพวกมันพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกันอย่างไร้ยางอาย หวังจะจัดการผู้แปลกหน้าให้เร็วที่สุดเพื่อสร้างผลงานต่อหน้าแม่ทัพ
ฉั่ว!เสียงคมดาบกรีดผ่านอากาศดังฉับเฉียดใบหน้าหลู่หานเฟิงเบี่ยงตัวหลบได้ทัน แต่ปลายแขนเสื้อกลับขาดเป็นทางยาว
ดวงตาเขาเบิกโพลง
"นี่พวกคุณคิดจะฆ่าผมจริง ๆ เหรอ?" เขาคำรามออกมาอย่างเหลือเชื่อ ไม่ใช่ด้วยความกลัว... แต่เป็นเพราะความไม่เข้าใจความเป็นจริงค่อย ๆ โถมทับเข้ามาในสมองของเขากลิ่นเลือด... ลมหายใจ... แรงเหวี่ยงของดาบ... สีหน้าเหี้ยมเกรียมของคนที่หวังเอาชีวิตนี่ไม่ใช่กองถ่ายนี่... คือสนามรบของจริง
หนึ่งในคนที่พุ่งเข้ามาแสยะยิ้ม เผยฟันเหลืองซีดอย่างน่าสะอิดสะเอียน“ชีวิตเจ้ากำลังจะหาไม่... แล้วยังไม่รู้ตัวอีก! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
เหล่าทหารชั้นเลวทั้งห้า ไม่รีรอที่จะโถมเข้าใส่หลู่หานเฟิงอีกครั้งคมดาบ คมหอก พุ่งมาจากทุกทิศทางราวกับพายุเหล็ก ไม่มีทางใดให้หลบ ไม่มีที่ใดให้หนีชายแปลกหน้าที่พวกมันเย้ยหยัน... กำลังจะกลายเป็นศพภายใต้ฝีมือพวกมัน
แต่ในวินาทีนั้นเอง
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดดังสนั่นสะท้านยอดเขาเสียงที่แหวกกฎของโลกใบนี้ ราวกับฟ้าผ่าในฤดูแล้งและในพริบตา...ร่างของทหารทั้งห้าก็ทรุดลงทีละคน ราวกับหุ่นไร้ชีวิตกระสุนแต่ละนัดเจาะเข้าที่ศีรษะของเป้าหมายอย่างแม่นยำ ไม่เหลือแม้แต่โอกาสให้พวกมันกรีดร้อง
เลือดสาดกระจายบนพื้นหญ้าลมหายใจสุดท้ายหลุดจากริมฝีปากพวกมันอย่างไร้เสียงหลู่หานเฟิง ยืนอยู่ที่เดิมปลายปืนของเขายังอุ่นแต่แววตาของเขาในยามนี้กลับเยือกเย็น... ไร้แววลังเล ไร้ความเวทนา
“นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้าย...” น้ำเสียงของเขาเบากว่ากระสุน แต่เฉียบคมยิ่งกว่า
อีกด้านหนึ่งแม่ทัพหวังซื่อเหยา ถึงกับเบิกตากว้างร่างของเขายืนนิ่งอย่างอึ้งงันเขากำหมัดแน่น เสียงฟันขบกันจนดังกรอด“เจ้าทำ... อะไรลงไป!” เขาคำรามก้อง เสียงสั่นด้วยโทสะ
เสียงกระสุนสุดท้ายยังไม่ทันจางหายดีจากอากาศแม่ทัพหวังซื่อเหยา ก็ขยับตัว
ฟุ่บ!เพียงกะพริบตาเดียว... ร่างของเขาก็พุ่งขึ้นจากพื้นราวกับเหินฟ้าอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว พลังลมปราณแผ่ออกเป็นระลอก คลื่นลมรุนแรงกระแทกพื้นหญ้าราบลงเป็นทาง
“เหาะได้...?!” หลู่หานเฟิงเบิกตากว้าง สองเท้าขยับถอยหลัง ดวงใจสะท้านไปชั่ววูบภาพที่เขาเห็นตรงหน้าช่างเหมือนฉากในภาพยนตร์กำลังภายใน มนุษย์เหาะได้จริงๆ...
แม่ทัพเหาะตรงเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ สายตาเต็มไปด้วยโทสะและเจตนาสังหารเขาจะสังหารหลู่หานเฟิงในคราเดียวไร้คำพูด ไร้การเตือน มีแต่เจตนาฆ่าฟันเต็มร้อย
แต่หลู่หานเฟิง...คือร้อยเอกแห่งสมรภูมิยุคใหม่ในวินาทีแห่งความตื่นตกใจเขาไม่ได้หยุดคิดนาน
ปัง!
กระสุนเดียวปลายกระบอกปืนเล็กสะท้อนแสงกระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผากของแม่ทัพหวังซื่อเหยาร่างกลางอากาศชะงักในทันทีราวกับเวลาได้หยุดลงชั่ววินาทีเดียวดวงตาของแม่ทัพเบิกกว้างเลือดสีเข้มไหลจากกลางหน้าผากช้า ๆ ดั่งหยดน้ำ
“นี่... มัน... อะไรกัน...”เสียงแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากพลังลมปราณที่เคยแผ่พุ่ง สะดุดลงอย่างรุนแรง ราวกับถูกตัดขาดกลางสายร่างของเขาหล่นลงกระแทกพื้นในพริบตาแม่ทัพหวังซื่อเหยาผู้เป็นดั่งเทพสงครามของแผ่นดินสิ้นใจในกระสุนนัดเดียว
