บทที่1 จุดเริ่มต้น
@งานแข่งรักบี้
“น้ำชาจะไปไหน” ยิปโซจับแขนเพื่อนไว้ เมื่ออยู่ๆ เพื่อนก็ลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไป ไม่บอกไม่กล่าว
“ช่วงพักพอดี ฉันขอไปเข้าห้องน้ำหน่อย” น้ำชาหันมายิ้มให้ยิปโซ แล้วก็พี่ยิปซีก่อนที่จะเดินผละออกมา
น้ำชาเข้าห้องน้ำและซื้อน้ำดื่มเสร็จแล้วเลยยืนให้คลายร้อนอยู่แถวนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นนักกีฬาเบอร์9 ที่ยืนหันหลังคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ รอยยิ้มบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมาเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ น้ำชาเดินตรงเข้าไปใกล้ๆ เขาทันที และเอ่ยทักทาย
“สวัสดีค่ะ พี่นิกโก้” น้ำชาส่งยิ้มให้เขา
นิกโก้หันมาตามเสียงหวาน และมองคนตัวเล็กที่ยิ้มหวานให้เขา แล้วก็นึกงง ว่าเธอเป็นใคร อย่าบอกว่าเป็นเด็กๆ ที่ตามชอบเขาอีกแล้วนะ เด็กพวกนั้นน่ารำคาญ กำลังจะสะกิดให้ใบหม่อนช่วยกันท่าให้ แต่ก็หยุดชะงักไว้เพราะชื่อเธอ
“ชื่อน้ำชาค่ะ เป็นน้องสาวของพี่น้ำขิง คู่หมายของพี่ไทเลอร์ค่ะ” น้ำชาแนะนำตัวเองและคอยสังเกตมองสีหน้าและท่าทางของเขา ว่าเขาจะตกใจบ้างไหมที่รู้ว่าฉันเห็นพี่ขายเขาควงผู้หญิงคนอื่นมาเชียร์เขาอย่างเปิดเผยแบบนี้ แต่ก็ไร้ความรู้สึกใดๆ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิท
“อ๋อ! ครับ เราเคยเจอกันบ้างไหมครับ ขอโทษด้วยที่ถาม เพราะพี่คิดไม่ออกเลยว่าเคยเจอน้องน้ำชามาก่อน รึเปล่า” นิกโก้จ้องใบหน้าเล็กนิ่งอย่างใช้ความคิด
“ไม่เคยเจอค่ะ แต่น้ำชาเคยเห็นรูปพี่นิกโก้ คุณปู่วิลเลี่ยมให้ดูค่ะ” น้ำชารีบอธิบาย
“งั้นเหรอครับ” นิกโก้ยกยิ้มน้อยๆ ตอบรับเธอ พอใจกับรอยยิ้มสวยจนหยุดมองไม่ได้ของเธออย่างบอกไม่ถูก รู้แค่ว่าไม่เคยเห็นใครยิ้มสดใสเท่าเธอมาก่อนเลย
“เราคุยกันหน่อยได้ไหมคะ พี่ว่างสักแป๊บไหม” น้ำชาชำเลืองมองสาวสวยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เขา
“ได้ครับ แต่อีก 5 นาที พี่ต้องไปแข่งแล้ว ถ้าคุยแป๊บเดียวได้”
“ค่ะ น้ำชาแค่มีอะไรจะถามพี่ไม่กี่คำหรอกค่ะ”
“ครับ” นิกโก้รับคำสั้นๆ และหันมาทางเพื่อนสาวที่ยืนห่างออกไปเพราะคนมาดึงไปคุย “ใบหม่อนขอตัวก่อนนะ”
ใบหม่อนยิ้ม แล้วก็พยักหน้า แต่พอเขาเดินออกไปก็รู้สึกโมโหเพราะนิกโก้ไม่เคยให้พวกเด็กๆ ที่ตามกรี๊ดเขาเข้าใกล้แบบนี้แต่ทำไมกับเด็กคนนี้ถึงยอม
นิกโก้เดินนำน้ำชามาตรงที่ไม่ค่อยมีคนจอแจมากนัก และตั้งใจฟังสิ่งที่เธอจะพูดกับเขา
“น้ำชาเห็นพี่ไทเลอร์ควงผู้หญิงคนอื่นมาที่นี่ เรื่องนี้พี่นิกโก้คิดเห็นว่าไงคะ”
“พี่เหรอ ถ้าเป็นเรื่องนี้ไม่มีความเห็นครับ” นิกโก้ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“คือแปลว่าพี่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เหรอคะ” น้ำชามองเขาอย่างไม่ชอบใจขึ้นมา
“เห็นด้วยรึไม่เห็นด้วยกับเรื่องอะไรครับ”
“ก็เรื่องที่พี่ไทเลอร์ไม่รักษาสัญญา มีแฟนหน้าตาเฉย แต่ปล่อยให้พี่น้ำขิงรอเก้อ มาเสียเวลารอพี่เขาตั้งหลายปี พี่คิดว่ายังไงคะ” น้ำชาไม่เก็บความรู้สึกอะไรอีก พูดออกมาตามความโกรธแทนพี่
“ถ้าถามพี่ ก็จะตอบว่า พี่น้ำขิงต้องปล่อยพี่ไทเลอร์ไปครับ เพราะพี่เขาไม่ได้รัก และถ้าพี่เขาจะรักคนอื่นก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดครับ” นิกโก้ตอบตามความเป็นจริง และตรงไปตรงมา
คำตอบของเขามันจี้ใจ จนทำให้น้ำชาความโกรธพุ่งปรี๊ด แทบจะกรี๊ดใส่หน้าเขา และต้องพยายามข่มเอาไว้
“โอเคพี่คิดแบบนี้สินะ คงเห็นดีเห็นงามกันทั้งพี่ทั้งน้อง ก็ดีค่ะ น้ำชาก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าบ้านพี่จะจัดการเรื่องนี้ยังไง นอกจากคำว่าขอโทษ แต่แค่ขอโทษมันคงไม่พอ พี่ว่าไหม”
“ก็แล้วแต่สิ จะจัดการยังไง ก็แล้วแต่เห็นสมควร” นิกโก้ตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม เพราะเขาไม่เห็นว่าพี่ชายตัวเองจะทำอะไรผิดตรงไหน ถ้าเขาจะมีความรักจริงๆ บ้างสักครั้ง
“ก็ดีค่ะ เรื่องที่น้ำชาอยากถามพี่มีแค่นี้ค่ะ ไว้เจอกันใหม่นะคะ” ว่าจบก็เดินออกมาจากเขา น้ำชากำมือแน่นด้วยความโกรธ ผู้ชาย บ้านนี้มันน่าทุเรศจริงๆ น้ำชาได้แต่เดือดดาลในใจ และความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
แก้แค้น ใช่บางครั้งคนเรา คำขอโทษคงยังไม่พอ แล้วแต่เห็นสมควรงั้นเหรอ พี่พูดเองนะพี่นิกโก้ เนิร์ดแบบนี้แหละชอบเลย ระวังตัวไว้เถอะ
น้ำชาตัดสินใจโทรไปบอกยิปโซว่าขอกลับก่อนเพราะร้อนมาก แต่แท้ที่จริงแล้ว ฉันทนนั่งดูเกมที่เขาเล่นไม่ได้อีกแล้ว และไหนยังจะเห็นพี่ไทเลอร์พลอดรักกับแฟนของเขาอีก เห็นแล้วโมโหแทนพี่น้ำขิง
น้ำชากลับมาถึงบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แต่ยังเห็นพี่สาวตัวเองนั่งอ่านหนังสือนิ่งสงบอยู่ทั้งที่เพิ่งส่งรูปพี่ไทเลอร์ควงผู้หญิงคนอื่นไปโชว์ขนาดนั้น
“พี่น้ำขิง ไม่เป็นอะไรแน่นะคะ”น้ำชาร้อนรนอดถามขึ้นมาไม่ได้
“เรื่องพี่ไทเลอร์เหรอ”
“ค่ะ”
“แล้วน้ำชาจะให้พี่ทำยังไง พี่ไทเลอร์เขาก็มาบอกพี่ตรงๆ ว่าเขามีคนรักแล้ว และขอยกเลิกการหมั้น พี่จะทำอะไรได้ล่ะน้ำชา คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่จัดการ” น้ำขิงอธิบายน้องไปตามความจริง และไม่อยากให้น้องมากังวลเรื่องนี้
“ก็มันน่าโมโหนี่คะ บ้านเราทำได้แค่นี้จริงๆ เหรอ หงุดหงิดชะมัด”
“น้ำชาใจเย็นๆ เถอะ ช่างเขา พี่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าไม่นับเรื่องเสียเวลา”
“ก็ใช่ไงคะ พี่ต้องมานั่งรอพี่ไทเลอร์ตั้งกี่ปี แล้วพี่ได้อะไร โอ๊ย! โมโห อยากเอาคืนบ้านนั้นบ้าง” น้ำชาพูดพึมพำกับตัวเองแล้วก็เดินไปเดินมาใช้ความคิด
“น้ำชาไม่เอาสิ เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นตั้งแต่เมื่อไหร่ กลับแคนาดาไหม ถ้ายิปโซยังไม่กลับเดี๋ยวพี่ไปอยู่เป็นเพื่อนช่วงปิดเทอมเอง แบบนั้นดีไหม”
“ก็ดีอยู่หรอกค่ะ แต่ว่าน้ำชายังคิดถึงประเทศไทยอยู่เลยนี่คะ ยังไม่อยากกลับค่ะ ยังไม่หายคิดถึงคุณพ่อเลยนะคะ”
“งั้นก็เลิกคิดเรื่องพี่ ปล่อยให้คุณพ่อจัดการเถอะ น้ำชาก็เที่ยวเล่นให้สนุกไปก็พอ หาของอร่อยทาน ไปที่สวยๆ แบบนั้นดีไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะ” น้ำชารับปากพี่สาว แต่ในใจก็ยังอดคิดถึงคำพูดของนิกโก้ไม่ได้สักที
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
น้ำขิงได้รับโทรศัพท์ จากคุณนฤนาถ แม่เลี้ยงของพี่ไทเลอร์ ท่านขอนัด น้ำขิงออกไปเจอเพื่อคุยเรื่องไทเลอร์อีกครั้ง น้ำขิงตอบรับ และชวนน้ำชาไปเป็นเพื่อนเธอด้วย เพราะไม่อยากไปคนเดียว
“น้ำชาว่างไหม” น้ำขิงเดินไปหาน้องสาวที่นั่งเล่นเกมอยู่
“ว่างค่ะ พี่น้ำขิงมีอะไรคะ”
“ไปเป็นเพื่อนพี่หน่อย พี่มีนัดแต่ไม่อยากไปคนเดียว”
“ได้ค่ะ ไปเลยไหมคะ กำลังเบื่อๆ พอดี”
“อืม! ไปเลย”
