บทที่ 6 เจอความจริง
สำหรับมิวแล้ว สุดหล้าคือผู้ชายคนเดียว ที่เธอเลือกให้เข้ามาอยู่ในชีวิตจริง หัวใจของเธอเหมือนถูกเถือแล่และเอาเกลือทา เจ็บแสบสันไปหมด เจ็บจนจุกแน่น หายใจแทบไม่ออก ความรู้สึกรักและภักดีเหมือนถูกก้อนหินทุบจนแหลกแตกละเอียดไม่เป็นชิ้นดี
พฤกษาร้องไห้ปานจะขาดใจ มือไม้ของเธอสั่น แข้งขาอ่อนแรงไปหมด ไม่มีแรงเดินไปไหนเลย หญิงสาวจึงเลือกที่จะนั่งอยู่นิ่ง ทุกอย่างที่เปราะบางอยู่แล้ว มันพังทลายลงไปกับตา คงถึงเวลาแล้วสินะ ที่เธอจะต้องออกไปจากชีวิตของสุดหล้าเสียที ในเมื่อเขาไม่ต้องการเธออีกต่อไป
พฤกษานึกไปตามเนื้อข่าวที่ได้อ่าน และคำพูดของพี่สมาย มันคือเรื่องจริง สุดหล้าทำห่างเหินไม่ให้ความสำคัญใด ๆ กับเธอมาสักระยะหนึ่งนั้น เขาเอาเรื่องงานมาอ้าง แท้ที่จริงเขามีผู้หญิงคนใหม่ ที่ทั้งสด สวย และยังสาวกว่า อายุน้อยกว่า
ไม่อย่างนั้น ภาพตรงหน้าของเธอ ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้น ทั้งสองคนนั้นช่างกล้าเหลือเกิน เลือกที่จะหลบมุมกล้อง เพื่อจะมาจู๋จี๋กัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของทั้งสองคนนั้นแน่ ๆ พฤกษาชะโงกหน้าออกมาดูอีกครั้ง ก็เห็นว่าทั้งสองหายไปจากตรงนั้นแล้ว
พฤกษาไม่ได้ก้าวลงมาด้านล่าง แต่เธอเลือกที่จะเดินกลับไป และตรงไปที่ลิฟต์ จากนั้นกดลิฟต์เพื่อลงไปยังลานจอดชั้นใต้ดิน พฤกษาขับรถออกไปจากที่นี่ในทันที
หญิงสาวตรงไปที่บ้านของสุดหล้า เก็บเอาเสื้อผ้าข้าวของของตัวเองที่พอจะเก็บได้ลงกระเป๋า มันต้องไปสิ ไปตายเอาดาบหน้า ในเมื่อหมดเวลาของเธอแล้ว
ที่จริงแล้วพฤกษาไม่เคยสะสมของอะไรมากมายเลย เพราะเธอรู้ว่าเธออาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต มีเพียงเสื้อผ้าบางส่วนที่เธอชอบใส่ ส่วนใหญ่ก็มีเสื้อยืดกับกางเกงยีนเท่ ๆ เท่านั้น
เสื้อผ้าและข้าวของบางส่วนที่เธอสามารถเอาไปได้ พฤกษาก็เก็บลงยัดใส่ในถุงดำ แล้วเอามันออกไปไว้ข้างนอกตรงใกล้กับถังขยะ
เธอได้เขียนกระดาษแปะเอาไว้ว่า (เสื้อผ้าดี และของที่ยังใช้ได้ สามารถนำไปใช้ หรือขายต่อได้เลย)
พฤกษากลับมาที่รถ เธอมองเข้าไปในบ้านของเขา ก่อนจะเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
‘ลาก่อนนะคะ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ มิวมีความสุขที่สุด แต่วันนี้ มิวเพิ่งได้รู้ว่า มันคงถึงเวลาจริง ๆ เฟรนด์วิทเบเนฟิตส์ ช่างน่าขำที่สุดเลยค่ะ ที่จริงแล้ว มิวน่าจะรู้ตัวให้เร็วกว่านี้ จะได้ไม่โง่งมงาย และจมปลักอยู่กับความหวัง ที่ก็รู้อยู่ว่า มันไม่มีทาง เป็นจริงอย่างแน่นอน’
พฤกษากลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ก่อนจะหยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียนเพื่อบอกลาสุดหล้า เธอไม่กล้าเอ่ยปากบอกกับเขาด้วยตัวเองหรอก
(พี่สุดหล้าคะ มิวขอออกไปจากชีวิตของพี่สุดหล้าค่ะ ตอนนี้คงเป็นเวลาที่เราสองคนควรจะต้องแยกทางกันไป เพื่อค้นหาตัวเอง และสิ่งที่ต้องการเสียที มิวจะไม่โทษว่าอะไรที่ทำให้พี่เปลี่ยนไป แทนที่เราอยู่ด้วยกันไปอีกหลาย ๆ ปี แต่มิวเริ่มรู้แล้วว่า ความรู้สึกของพี่สุดหล้าเริ่มเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์แบบเฟรนด์วิทเบเนฟิตส์ ที่เราสองคนช่วยกันออกกฎ ในกฎกติกานั้น มิวก็แอบหวังว่าสักวันมันอาจจะเปลี่ยนเป็นไปในแบบที่เราจะสามารถอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต แต่วันนี้มิวได้รู้แล้วว่า มันไม่มีทางเป็นไปได้ค่ะ ลาก่อนนะคะพี่สุดหล้า มิวขอให้พี่สุดหล้าโชคดี และใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างมีความสุข รักเสมอ มิว)
แล้วเธอก็วางกระดาษแผ่นนั้นไว้บนโต๊ะ พฤกษาเดินไปเปิดตู้เย็นและยกเอาเค้กอีกครึ่งหนึ่งมาวางทับไว้
เค้กก้อนนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอได้รับรู้ถึงจุดที่จะต้องเปลี่ยน เมื่อคืนนี้เขาอาจจะอยู่กับน้องก้อยก็ได้
พฤกษายิ้มหยันให้กับความโง่เขลา และการหลอกตัวเอง คนอยู่ด้วยกัน นอนบนเตียงเดียวกัน แต่ทว่ามันเต็มไปด้วยความห่างเหิน แม้จะอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่หัวใจของหญิงสาวกลับรู้สึกเหมือนไม่มีใครอยู่ใกล้เธอเลย
พฤกษาออกมาที่หน้าบ้าน เธอขึ้นรถของตัวเอง แล้วขับออกไปอย่างไร้จุดหมาย ที่เดียวที่เธอควรกลับ น่าจะเป็นบ้านของตากับยาย ที่เธอปิดสนิทเอาไว้เกือบสองปี
โธ่เอ๋ยชีวิตนี้ มันช่างน่ารังเกียจที่สุด ที่เธอตัดสินใจมาอยู่กับสุดหล้าด้วยกติกาบ้า ๆ นั้น
ทว่าเธอก็ไม่โกรธตัวเองที่ตัดสินใจทำลงไปแบบนั้น ตลอดมาสุดหล้าก็ปกป้องเธอได้
‘ความผิดพลาดเหรอ’ พฤกษาถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา
‘ไม่หรอก มิวไม่ได้ทำผิดพลาดไปหรอกค่ะ มิวรู้ตัวดี’
แต่ที่เธอพลาด ก็คือการรักสุดหล้าต่างหาก ความรักที่พฤกษามีให้กับเขา โดยที่เธอก็รู้ว่า เธอกำลังผิดและฝืนกฎกติกา ฉะนั้นพฤกษาก็ต้องรับผิดชอบในความรู้สึกของตัวเอง แม้จะต้องเจ็บปวดรวดร้าวก็ตาม
‘ขอบคุณนะคะพี่สุดหล้าที่ตลอดมาพี่ดูแลมิวเป็นอย่างดี แม้ในส่วนลึก พี่ก็อาจจะออกปากไล่มิวให้ไปเสียที แต่มิวก็พอจะรู้ว่าการมีมิวอยู่ข้าง ๆ มันคือความเคยชิน ขอบคุณค่ะที่พี่ดูแล แม้ว่าพี่จะไม่อยากดูแลมิวเลยก็ตาม’
คำตอบที่เธอตอบตัวเองเสมอมา ที่สุดหล้าไม่เคยออกปากไล่เธอเลย ทั้งที่ก็รู้ว่าเขาเบื่อเธอแล้ว เพราะเขาเป็นคนใจดีต่างหาก
‘ลาก่อนค่ะ มิวขอให้พี่สุดหล้าโชคดี แล้วมิวขอให้พี่ได้เจอคนที่อยากอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตนะคะ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ใช่มิว ลาก่อน’ น้ำตาเธอไหลรินลงมาจนอาบทั้งสองแก้ม พยายามฝืนขับรถห่างไกลไปเรื่อย ๆ
จุดหมายคือ บ้านของตากับยาย