บทที่ 5 แค่ข่าว
สมายอาจจะเมาท์เล่น ๆ และหยอกเย้ากับความรู้สึกของเธอเอา แต่สำหรับพฤกษาเธอกลับรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อยู่ในหัวใจ เริ่มสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ช่วงนี้ทำไมเพจนั้นจับจ้องอยู่ที่ตัวเธอ เพราะเสนอข่าวอยู่หลายอย่างเกี่ยวกับเธอ ถึงแม้จะไม่ได้บอกว่าเป็นเธอ แต่พฤกษาก็รู้ว่าเป็นตัวเอง
“ไอ้พวกนี้อะ มันดังกับการเต้าข่าวทั้งนั้นแหละ มีทั้งจริง และไม่จริง แต่เอาเข้าแล้ว ถ้าเกิดพูดความจริงขึ้นมาละก็ คนที่โดนพาดพิงก็สามารถฟ้องร้องได้นะ โทษฐานที่ทำให้เสียชื่อเสียง ถึงแม้จะบอกว่าไม่ตั้งใจ และไม่เจาะจง เฮ้อ... สนุกกันใหญ่ ทั้งคนให้ข่าว และคนอ่านข่าว รวมถึงพวกฉันที่ต้องไปตามดูทุกแหล่ง เฮ้อ... วงการมายาอะนะ มันก็มีแต่เรื่องข่าวแบบนี้แหละ จะว่าไปพี่ก็เห็นจนชินตาแล้ว พี่อยู่ในวงการมาเนี่ยเกือบสิบห้าปีนะเธอ พี่เห็นมาทุกสิ่งทุกอย่าง ไอ้ที่ควงคู่รักกันอยู่ดี ๆ สุดท้ายก็กำลังจะแต่งงาน ดันมาเลิกกันเสียนี่”
“ก็จริงค่ะ”
“บางคู่พี่นั่งลุ้นแทบตาย เหมาะสม ๆ แต่ก็ไม่เห็นจะได้แต่งกันสักคู่ อีกหน่อยก็ต้องแยกย้ายกันไปหาคู่ของตัวเอง ความรักแบบฉาบฉวยก็เป็นแบบนี้แหละ และยิ่งอยู่ในวงการของเรา หน้าตาทั้งสวย ทั้งหล่อเกลื่อนกราด เห็นชินตา เจอกัน ทำงานด้วยกัน มันก็ชอบ มันก็ปิ๊งเป็นธรรมดา อยากจะกินกัน ก็นั่นแหละ ก็แค่สะกิด หรือแค่ส่งสายตา ผู้ชายก็แรง ผู้หญิงก็ร่าน ฮึ... เจอกันก็ผางเข้าให้ จูงกันไปนอน อูย พี่พูดมากจริง ๆ”
พี่สมายยกมือขึ้นมาตบปากตัวเอง
“อย่าถือสาพี่นะ พี่ชอบโม้”
“ค่ะ” ทั้งที่พฤกษาอยากจะยกมือขึ้นมาอุดหูจริง ทว่าเธอก็ได้แต่ยิ้มแห้ง สบตากับพี่สมายในกระจก
“พี่ว่า น้องสวยมากแล้วล่ะ ช่วงนี้ รู้สึกไหมว่าน้องน่ะผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ไปทาครีมอะไรมาคะ หรือกินอะไรบอกกันบ้างนะ” พลางลูบไปบนแขนของพฤกษา
“พี่ขอเติมสีปากอีกนิด สวยเฉียบ” พูดแล้วก็ทำ
“พี่สมายคะ เสร็จหรือยังคะ” เสียงน้องคนหนึ่งดังขึ้น
“เสร็จแล้วจ้า ไป ไป ของมิวโอเคล่ะ” ดันหลังพฤกษาให้ลุกขึ้น
“อ้าวมาจ้า ถึงคิวเธอแล้ว”
ตบไปที่พนักเก้าอี้ และหันไปเรียกอีกคน แม่สาวคนนั้นรีบมานั่ง “พี่สมายอย่าเมาท์มากนะคะ น้ำลายจะกระเด็นใส่หัวของหนู”
“นี่ เดี๋ยวฉันจะพูดให้น้ำหมากกระเด็นหล่นใส่หัวหล่อนเลยล่ะ” ทั้งสองหยอกเอินกันอยู่อย่างนี้ ทำงานด้วยกันมาเกือบสามเดือนแล้ว
พฤกษาหยิบกระเป๋า และเธอเดินไปอีกห้องหนึ่ง ห้องที่มีแอร์ฯ เย็น และมีเตียงเอนสามารถนอนรอได้สบาย ๆ เพื่ออ่านบท รอเรียกเข้าคิว
คำพูดและเรื่องเล่าของพี่สมายก็ดังอยู่เต็มสองหู จนทำให้เธอต้องมาค้นหาข่าวนั้น และก็ได้เจอ
พฤกษาไม่ได้คิดเป็นอื่น หรือว่าสุดหล้าจะมีผู้หญิงคนใหม่จริง ๆ และเขากำลังจะทิ้งเธอ
ดวงตาหม่นเศร้า สีหน้าสลดลงไป ความรู้สึกคือเจ็บ และอัดแน่นไปทั้งทรวงอก
“น้องมิวเข้าฉากครับ ถ่ายอีกสองฉาก ก็กลับได้เลย นะ ของเธอถ้าไม่ผิดพลาด ก็จบคิวครับ”
“จ้ะพี่” พฤกษารีบลุกขึ้น แล้วเดินไปทำงาน ในห้องที่ถูกเซตเอาไว้
‘The show must go on’ เธอต้องทำงาน ไม่มีเวลาเศร้าหรอก
กว่าผู้กำกับจะพอใจในการแสดงของทุกคน ก็เล่นเอา พฤกษาเหนื่อยไปเหมือนกัน จนผู้กำกับเอ่ยปากว่าคัท และโอเค พฤกษาจึงกลับมาเก็บข้าวของที่ห้องแต่งตัว
หญิงสาวมองดูนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้ใกล้จะทุ่มหนึ่งแล้ว แต่เมื่อเธอมองดูที่โทรศัพท์ ก็ไม่เห็นว่าสุดหล้าเขาจะโทรมาหาเธอ หรือว่าส่งข้อความให้
จะว่าไปแล้วระหว่างผู้กำกับละครของเธอ กับสุดหล้า น่าจะเป็นสุดหล้ามากกว่าที่เขาจะค่อนข้างเนี้ยบในเรื่องงานกำกับการแสดง งานของเขาก็คงจะช้ากว่ากองนี้
หญิงสาวตัดสินใจเดินลงบันไดไป เพราะว่าสตูดิโอที่เขา ใช้ถ่ายทำนั้นอยู่ล่างลงไปสองชั้นเอง แต่เมื่อเธอเดินลงบันไดจนเกือบจะถึง พฤกษาก็ต้องชะงัก
‘นั่นมันพี่สุดหล้านี่นากับดาราสาวดาวรุ่งดวงใหม่ที่พี่สกายเพิ่งเอ่ยถึงในวันนี้ น้องก้อย พรทิรา ที่กำลังเป็นนักแสดงนำในซีรีส์หลอนรักในโรงเรียนที่สุดหล้าเป็นคนกำกับการแสดง’
พฤกษาถึงกับชะงักฝีเท้า ยืนตัวชานิ่งไม่ไหวติง เพราะสิ่งที่เธอเห็นนั้นทำให้เธอช็อกมาก
น้องก้อยกำลังดันตัวของสุดหล้าไปติดกับฝาผนัง จากนั้น น้องก้อยก็จูบไปที่ริมฝีปากของเขา มือของสุดหล้าจับอยู่ที่สะโพกของเธอแล้วยังรั้งตัวของน้องก้อยให้มาแนบชิดอีกด้วย
ไม่มีอาการขัดขืนจากสุดหล้าแต่อย่างใด มันคือความสมยอมกันทั้งสองฝ่าย ทั้งสองคนกำลังแลกลิ้นกันอย่างดุเดือด สองมือของน้องก้อยคล้องรัดไปที่รอบคอของสุดหล้าด้วย
พฤกษาก้าวขาแทบไม่ออก เบี่ยงตัวหลบถอยหลังเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อที่จะไม่ได้ให้ทั้งสองคนนั้นเห็นเธอ และทรุดนั่งลงไปที่บันได น้ำตามาจากไหนไม่รู้หลั่งไหลปานเขื่อนพัง พฤกษายกมือขึ้นมาปิดปาก เธอไม่อยากปล่อยเสียงโฮจนสองคนนั้นได้ยิน
‘พี่สุดหล้า ทำไมพี่ถึงทำแบบนี้ พี่ทำลงไปได้ยังไง มิวทำอะไรให้พี่ไม่พอใจใช่ไหมคะ ทำไมพี่ไม่เคยรักมิวเลย’ เธอตัดพ้อเขา