บท
ตั้งค่า

ตอนที่6

“แม่ง...โหดจังวะ” เจตพูดพร้อมทั้งยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว เพื่อแสดงออกว่ายอมแพ้ให้กับคนตรงหน้าแต่โดยดี...

“มึงก็รู้ในชีวิตกู จริงจังกับแค่เรื่องงาน แล้วก็...” เจ้าของร่างหนาเว้นจังหวะลังเลเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดมันออกไปหรือเปล่า...แต่ทว่า...

“แล้วก็เรื่องของแสนดี แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วไอ้ติณ”

“รู้ได้ไงวะ...” ติณภพเบนหน้าหนีก่อนจะบ่นพึมพำอยู่กับตัวเองด้วยความประหลาดใจ

“ใครไม่รู้ก็โง่แล้ว”

“ก็นั่นมันหลานกู”

“แต่ก็ไม่ใช่หลานแท้ๆ อยู่ดีปะวะ” คำพูดดังกล่าวทำเอาติณภพถึงกับไปต่อไม่ถูก เขาหลบสายตาอีกฝ่าย พร้อมทั้งทอดถอนหายใจออกมาอย่างหนัก คงเป็นเพราะสนิทกันมานาน เรื่องบางเรื่องที่คนนอกไม่รู้ แต่เจตกลับรับรู้มันเป็นอย่างดี

“แล้วยังไงวะ ยังไงกูก็มองแสนดีเป็นหลานคนหนึ่งอยู่แล้ว มันไม่มีอะไรมากกว่านั้น” เขาพูดเสียงเย็น แววตาสั่นเครือเล็กน้อย แต่กลับสามารถเก็บซ่อนอารมณ์และความรู้สึกประหม่าไว้ได้อย่างมิดชิด

“กูจะรอดูเลยว่ามึงจะเป็นแบบที่พูดจริงหรือเปล่า”

“เออ มึงรอดูได้เลย...”

“ว่าแต่...เวลามีคนเข้ามาจีบหลานมึง มึงก็ปฏิเสธเขาแบบนี้อะนะ?” อยู่ดีๆ เจตก็นึกสงสัยขึ้นมา แสนดีเองก็โตขึ้นทุกวันๆ เรื่องความรักแน่นอนว่าต้องพอมีบ้างอยู่แล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะสงสัยกับท่าทีที่แสดงออกของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอา

“สิบกว่าปีที่กูเลี้ยงแสนดีมา มึงรู้ปะ ว่ากูเคยต้องมานั่งปวดหัวเรื่องนี้เลย จนกระทั่งเข้าปีนี้แม่งก็กรูกันเข้ามาไม่หยุด” ติณภพกล่าวออกไปตามตรง ก่อนจะเอนหลังพิงพนักด้วยความหัวเสีย นึกๆ ดูแล้ว ตั้งแต่ที่แสนดีอายุสิบแปดปี เต็ม เรื่องความรักของเธอก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขามากขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

“ถ้ามึงให้เหตุผลว่าหวังดี มันก็พอจะฟังขึ้นอยู่นะ แต่กูจะบอกอะไรให้ การที่มึงปิดกั้นแบบนี้ กูว่ามันไม่น่าจะดีอะ”

“มันจะไม่ดีได้ยังไง ทุกวันนี้แสนดีก็อยู่ในโอวาทกูตลอด ไม่ได้หลบๆ ซ่อนๆ คบกับใครอย่างที่มึงบอกสักหน่อย”

“งั้นกูถามมึงหน่อย ว่าในฐานะอาผู้แสนดี มึงจะอนุญาตให้น้องกูจีบเมื่อไหร่?”

“ตอนนี้แสนดียังสนใจเรื่องเรียนอยู่ แต่ถ้าน้องมึงรอได้ ก็รอต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเรียนจบ มีที่ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง จนกูไม่ต้องมาคอยเป็นห่วง ถึงวันนั้นกูก็จะให้แสนดีเป็นคนตัดสินใจทุกอย่างเอง”

“แล้วมึงเอาอะไรมั่นใจวะ ในเมื่อน้องกูบอกว่าผู้ชายตามติดแสนดีต้อยๆ เลย” สหายคนสนิทพูดขึ้นด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจพร้อมทั้งอ้าแขนออกแล้ววางไว้ที่พนักพิงอย่างสบายอารมณ์

“ใคร?” ติณภพเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเบนสายตาสบกับอีกฝ่ายอย่างต้องการหาคำตอบ

“กูไม่รู้ กูก็ฟังเขามาอีกที”

“แต่แสนดีไม่เคยบอกกู มึงไปฟังใครเล่ามา มั่วหรือเปล่า?”

“เอาเป็นว่า มึงลองไปถามหลานมึงดูอีกทีละกัน วันนี้กูได้คำตอบแล้ว มึงจะกลับเลยก็ได้นะเผื่อว่าร้อนใจ อยากฟังคำตอบจากปากใครบางคน...” ครั้นเห็นสีหน้าของเพื่อนสนิท เจตก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังควบคุมอารมณ์ของตัวเองอยู่อย่างหนักหน่วง เขาเพียงแค่หวังดี ไม่อยากให้ติณภพใช้อำนาจในทางที่ผิดกับเด็กน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรอย่างแสนดีก็เท่านั้น

ทว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะพูดอะไร ติณภพก็ไม่เคยฟัง เขายังคงเอาความคิดตัวเองเป็นหลัก เพราะคิดว่าทุกอย่างที่ตนทำให้กับแสนดีล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวดีๆทั้งนั้น...

“ไม่เป็นไร กูไม่รีบ” ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอหวังให้ความรู้สึกขุ่นเคืองกลืนหายลงไปด้วย เขารู้ตัวว่ากำลังหงุดหงิดจึงยังไม่อยากกลับไปที่บ้านแล้วมีปัญหากับแสนดี

“อย่าไปคิดมากเลยไอ้ติณ มันเป็นเรื่องปกติ”

“เออ กูรู้แล้วน่า...” เขาเอ่ยขึ้นโดยที่น้ำเสียงเริ่มแข็งกระด้างขึ้นไปทุกทีๆ ก่อนจะตัดสินใจคว้าเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแก้วภายในทีเดียว

“เห้ย ใจเย็นดิ เดี๋ยวก็เมาหัวราน้ำอีกหรอกมึงอะ พอเลย”

“แล้วตอนแรกมึงชวนกูทำไม พอจะแดกเสือกห้าม”

“กูชวนเป็นมารยาท มึงจะจริงจังทำไม หรือว่า...มันเครียดจัดเลยวะ” เจตพูดแซวพร้อมทั้งยักคิ้วหลิ่วตาไปหาเพื่อนรักอย่างทีเล่นทีจริง ก่อนจะพบเข้ากับสีหน้าที่ทำเอาเขาถึงกับเดาใจอีกฝ่ายไม่ออก

“กูเครียดเรื่องงาน ที่บริษัทเพิ่งมีปัญหาใหญ่เข้ามา มึงชวนออกมาก็ดีเหมือนกัน เผื่อสมองกูจะโล่งขึ้นบ้าง”

“มึงก็ลองออกไปหาอย่างอื่นทำบ้าง วันๆ ทำแต่งาน เมียอะเมื่อไหร่จะมี แก่จะลงโรงอยู่แล้วนะไอ้ติณ”

“มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ รินเหล้าดิ กูจะแดก” เขาบอกฝ่ายตรงข้ามพร้อมกับยื่นแก้วไปด้านหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ซึ่งเจตเองก็ทำหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี รีบยกขวดแอลกอฮอล์ขึ้นรินให้กับติณภพแทบจะทันที

“เห็นว่าเครียดนะ กูเลยยอมให้แดกอะ เมาทีไรแม่งเป็นภาระกูทุกทีเลย”

“มึงอย่าเว่อร์ กูไม่ได้ขนาดนั้น”

“ไอ้ตัวกูอะไม่เท่าไหร่หรอก แต่กูสงสารคนที่ต้องรองรับอารมณ์มึงที่บ้านมากกว่า” เจตพูดขึ้นพลางหันไปมองหน้าคู่สนทนาด้วยความกังวล เป็นเพื่อนกันมานับสิบปี แน่นอนว่าเรื่องนิสัยใจคอของติณภพ เจตเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้ดีที่สุดเลยก็ว่าได้...

วินาทีนั้นอีกฝ่ายถึงกับอึกอัก ไร้การตอบกลับไปชั่วขณะหนึ่ง เป็นเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดคือเรื่องจริงที่ตนยังแก้ไขไม่ได้เสียที

“กูพัฒนาแล้วเว้ย เมากูก็นอน ไม่เหมือนมึงหรอก เมาแล้วหิ้วสาวกลับไม่ซ้ำหน้า”

“โห้ สวนกูกลับซะ...”

“สมควรโดนซะบ้างมึงอะ เอาแต่ว่ากูอยู่นั่นแหละ”

“ไอ้ติณ” เจตเอ่ยปากเรียกชื่อคนตรงหน้าขึ้นฉับพลัน ซ้ำยังส่งสายตาไปยังด้านหลังของติณภพด้วยความเจ้าเล่ห์

“อะไรวะ” ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมสันเลิกคิ้วข้างหนึ่งพร้อมทั้งหันหลังมองตามสายตาของเจตไป ก่อนจะเผยให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่อีกโซนของตัวคลับ กระทั่งสายตาของทั้งคู่ประสานเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งติณภพเองรับรู้ได้ถึงเจตนาของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

คนนั้นมองมึงตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว เอาหน่อยดิวะ”

“กูไม่ชอบ แค่อยากมาคุยกับมึงแล้วก็แดกเหล้า นอกเหนือจากนั้นกูไม่เอา” เขายื่นคำขาดพร้อมทั้งยกเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง แต่กลับถูกเจตแย่งแก้วออกไปจากมือเสียดื้อๆ

“เหี้ยไรของมึงเนี่ย กูแดกอยู่ ไม่เห็นหรือไง?”

“มึงใช้ชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีผู้หญิงคอยทำให้กระชุ่มกระชวยเลยได้ยังไงวะไอ้ติณ กูละเชื่อเลย”

“ก็กูยังไม่พร้อมไง ลำพังแค่ทำงานกับเลี้ยงแสนดีกูก็ปวดหัวจะแย่แล้ว” ทันทีที่พูดจบติณภพก็รีบยื่นมือไปคว้าแก้วกลับมาไว้ในมือเหมือนอย่างเดิม มิหนำซ้ำยังยกขวดเหล้าขึ้นมาเทใส่แก้วของตัวเองเพิ่มอีกต่างหาก...

“เมาเป็นหมาแน่เพื่อนกู...”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel