บท
ตั้งค่า

ตอนทที่5

22.00 น.

บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของติณภพปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงปากกาที่กำลังขีดเขียนอยู่บนเอกสารจำนวนมากที่เขาต้องจัดการให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ก่อนบ่ายโมงตรงเพื่อใช้ในการประชุมใหญ่ของบริษัทหลังจากที่เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นเมื่อวานนี้

ทว่าจู่ๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็พลันดังขึ้นจนเสียงดังลั่นไปทั่วห้องกว้าง ติณภพละสายตาออกจากงานตรงหน้า แล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่าไม่ใช่ใคร แต่เป็นเพื่อนสนิทของเขาเอง

“ว่าไง?” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายปลายสายตามปกติ ซึ่งในขณะเดียวกันมือข้างที่เหลือวางอยู่ก็ไม่วายเลื่อนเมาส์ตรวจสอบดูรายละเอียดของเอกสารที่เลขาส่งมาให้ทางอีเมลไปด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

[คืนนี้มึงว่างไหมวะ พอดีกูมีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อย]

เจต เพื่อนสนิทของติณภพตั้งแต่สมัยเข้ามหาลัยวิทยาลัยได้ใหม่ๆ ทั้งคู่เคมีตรงกันจึงได้คบหากันมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ช่วงหลังดขาเองก็ยุ่งวุ่นวายกับธุรกิจ เลยไม่ได้ติดต่อกันเกือบๆ หนึ่งเดือนเต็ม

“เรื่องอะไรวะ จริงๆ วันนี้กูต้องอยู่เคลียร์งานให้เสร็จก่อน ถ้าไม่ได้สำคัญมาก ค่อยว่ากันวันหลังได้ไหม”

[คือ...กูเองก็ไม่แน่ใจว่าสำคัญหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นเรื่องของแสนดี ไม่ใช่มึงแล้วจะเป็นใครได้วะไอ้ติณ]

“เดี๋ยวนะ...เกี่ยวอะไรกับแสนดีวะ” ติณภพถึงกับปล่อยมือออกจากทุกอย่างตรงหน้า แล้วให้ความสนใจไปกับบทสนทนาในสายทันที

[ถ้ามึงอยากรู้ก็มาดื่มด้วยกันดิวะ] เจตใช้เรื่องของแสนดีเป็นข้อเสนอให้กับเพื่อนของตนอย่างสบายอารมณ์ ซึ่งผิดกับติณภพที่เริ่มรู้สึกว้าวุ่นใจเข้าไปทุกทีๆ ครั้นได้ยินอีกฝ่ายเกริ่นนำขึ้นมาแบบนั้น...

“เออๆ อีกครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวกูออกไป”

[เค เจอกัน]

10 นาทีต่อมา...

หลังจากที่สายถูกตัดไป ติณภพก็รู้สึกไม่สบายใจจะตั้งหน้าทำงานต่อก็ไม่ได้ จึงตัดสินใจตรงดิ่งมายังที่นัดหมายประจำระหว่างตนกับเจตแทบจะทันที

“ไหนว่าครึ่งชั่วโมงวะ นี่เพิ่งจะสิบนาทีเองนะ”

“มึงไม่ต้องพูดเยอะ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” เจ้าขอร่างหนาหย่อนกายลงนั่งฝั่งตรงกันข้ามกับอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงนิ่งเรียบ วางมาดนักธุรกิจชื่อดังเอาไว้แทบทุกกระเบียดนิ้ว

“เห้ย อย่าเพิ่งรีบดิ ทำตัวเป็นวัยรุ่นใจร้อนไปได้ อายุมึงเข้าเลขสามแล้วนะ”

“ถ้าไม่ใช่เรื่องของแสนดี กูก็ไม่อยากร้อนใจหรอก มีอะไรก็พูดมาเหอะ ชักชาลีลาอยู่ได้”

“ดื่มหน่อยดิวะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน กูคิดถึงใจจะขาดเลยวะเพื่อนรัก” ขณะที่พูดสองมือก็พลางรินแอลกอฮอล์ใส่แก้วให้กับติณภพไปด้วยพร้อมๆ กัน เจตพยายามยื้อเวลาเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้ารีบกลับ อย่างน้อยได้อยู่พูดคุยกันอีกสักนิดก็ยังดี...

ติณภพเห็นแบบนั้นแล้วก็อดที่จะส่งสายตาเอือมระอาไปยังฝ่ายตรงข้าม สิ่งที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะเจตพูดถึงแสนดี เด็กสาวที่อยู่ในการดูแลของตัวเอง ต่อให้ต้องทิ้งงานก็ยอม...

“เออๆ กูพูดก็ได้ แต่มึงอย่าตกใจนะ”

“กูรออยู่นานละ รีบๆ พูดมา”

“คือว่า...น้องกูสนใจแสนดีมาตั้งแต่ช่วงมัธยมแล้วอะ กูเห็นว่าติดมหาลัยเดียวกันด้วย มึงคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมวะถ้าน้องกูมันจะจีบ...”

“ไม่” ประโยคเมื่อครู่ของเจตขาดห้วงไปในทันที เมื่อจู่ๆ ติณภพก็พูดสวนขึ้นมาโดยไม่คิดจะรอฟังจนจบ เขารู้ว่าความต้องการของเพื่อนสนิทคืออะไร และเขาให้มันไม่ได้...

“อะไรวะ ตอบไม่คิดเลยนะมึง”

“กูไม่จำเป็นต้องคิดอะไร แสนดียังไม่พร้อมหรอก”

“มึงอย่ารู้ดีแทนเจ้าตัวหน่อยเลย กูรู้นะว่าที่ผ่านมามึงสั่งห้ามไม่ให้หลานตัวเองมีแฟนอะ แบบนี้มันเรียกเผด็จการชัดๆ” เจตยกนิ้วขึ้นชี้ตรงไปยังใบหน้าคมคล้ายกำลังจะบอกว่าเขารู้ทันความคิดของเพื่อนรักคนนี้เป็นอย่างดี ก่อนจะเปลี่ยนมายกเหล้าขึ้นดื่มในนาทีต่อมา

“มึงนั่นแหละอย่ามาทำเป็นรู้ดีแทนคนอื่น กูเลี้ยงมาเองกับมือ กูบอกกูสอนอะไรก็ต้องเชื่อฟังเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

“แล้วทำไมต้องห้ามด้วยวะ ทำตัวเป็นเต่าล้านปีไปได้ สังคมมันไปถึงไหนแล้วไอติณ แค่สถานะอากับหลาน มึงไม่ได้มีสิทธิ์ขนาดนั้น”

“มึงไม่ต้องเสือก กูจะมีความคิดยังไง มันก็เรื่องของกู แล้วอีกอย่างคนของกูก็แฮปปี้ดีนิ มึงจะทำตัวมีปัญหาทำไม?” ติณภพสวนกลับไปเป็นชุดอีกทั้งยังจ้องเขม็งคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

“ก็กูจะเสือก มึงเคยถามแสนดีหรือไงว่าเขามีความสุขกับการที่ถูกมึงบังคับหรือเปล่า”

“ไม่ต้องถามก็รู้ แน่นอนว่าต้องมีความสุขมากอยู่แล้ว”

“ระวังเหอะ วันไหนเด็กมันทนไม่ไหว หนีจากมึงไป เดี๋ยวมึงจะรู้สึก”

“มึงไม่ต้องยุ่งสักเรื่องจะได้ไหม กูไม่ให้ใครจีบแสนดี จะน้องในไส้มึงกูก็ไม่ให้ ใครหน้าไหนกูก็ไม่ให้ทั้งนั้น” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม หัวคิ้วขมวดเล็กน้อยเพราะเริ่มคุยกันไม่ถูกคอ แต่ทว่าก็ยังพยายามเก็บอาการเอาไว้อย่างสุดกำลัง

“หวงเหรอวะ?”

“ไม่ใช่...กูแค่เป็นห่วง แสนดีเพิ่งจะอายุสิบแปดปีเต็มมาได้ไม่กี่เดือน มึงจะให้หลานกูมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยหรือไง”

“ก็ต้องลองดูปะวะ เด็กมันก็ต้องมีประสบการณ์ มึงจะเป็นห่วงอะไรกับไอ้เรื่องแค่นี้ ถ้าน้องกูมันทำไม่ดี มึงก็แค่มาคุยกับกู มึงคิดดูนะถ้ามึงปล่อยให้แสนดีไปหาเอาเองแบบหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อไม่ให้มึงรู้ ได้ของไม่ดีขึ้นมา โทษใครไม่ได้นะเว้ย”

เจตเริ่มโน้มน้าวให้อีกฝ่ายคล้อยตามในเหตุผลของตน เขารับปากรุ่นน้องไว้แล้วว่าจะช่วยเข้าทางผู้เป็นอาให้เพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่พอเอาเข้าจริงๆ ติณภพกลับไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องแสนดีเลยแม้แต่ปลายผม

“แสนดีจะไม่มีทางได้ของไม่ดีอยู่แล้ว กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงไปคุยกันยังไงมา แต่กูไม่อนุญาต แล้วถ้ามึงยังพูดไม่รู้เรื่อง อย่าหาว่ากูไม่เตือนนะ” ดวงตาคู่คมจับจ้องไปที่เจตอย่างเอาจริงเอาจัง เขาไม่สนใจว่าคำตอบของตัวเองจะทำให้มิตรภาพที่มีอยู่สั่นคลอนมากขนาดไหน เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาสนใจแค่เรื่องของแสนดีเท่านั้น...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel