ตอนที่ 5 พี่สาวตัวร้ายกับผู้ชายสารเลว
ปภาวรินทร์และเปรมนีย์เดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ เธอได้ยินเสียงพูดคุยของหญิงชายวัยกลางคนอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะเดินออกมาจากห้องครัว หล่อนมีสีหน้าเคร่งเครียดนัก
“ใครมา” หล่อนถาม
“แขกของคุณวศินค่ะ” แม่บ้านรายงาน
“ใคร...” หล่อนปรายตามามองปภาวรินทร์และเปรมนีย์ด้วยความสงสัย ปภาวรินทร์ลุกขึ้นยืนไปเผชิญหน้ากับมารดาวศิน
“ฉันพาเมียและลูกของลูกชายคุณมาทำความรู้จัก” ปภาวรินทร์บอก หล่อนชะงักค้างก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงเข้ามาอีก บิดาของวศินออกมาหา
“เปรม... เปรมใช่ไหม” บิดาเขาถาม เปรมนีย์พยักหน้า
“มาทำไม ฉันให้วศินโอนเงินไปให้ 3 แสนเพื่อเอาไปทำแท้งแล้วไม่ใช่เหรอ จะมาเอาอะไรอีก แล้วนี่ทำแท้งไปแล้วหรือยัง” หล่อนมองเปรมนีย์ด้วยสายตาดูถูกดูแคลน ปเป็นคนั้งแรกที่ปภาวรินทร์อยากจะกระโดดขกหน้ามนุษย์ป้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ยัง! และฉันก็จะไม่ให้ยัยเปรมทำแท้งเด็ดขาด!” ปภาวรินทร์ประกาศเสียงดัง
“คุณไปตามวศินลงมาด่วนเลย เราจะต้องคุยกันให้รู้เรื่อง!” หล่อนหันไปสั่งสามี คนเป็นสามีเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านแล้วก็เปิดประตูเข้าไปตามลูกชายที่นอนหลับอุตุบนเตียงกลิ่นเหล้ายังโชยหึ่งออกมาจนน่าคลื่นไส้ พอบิดาบอกว่าเปรมนีย์กับพี่สาวมาหาที่บ้าน วศินก็เด้งตัวตื่นขึ้นทันที เขารีบหยิบกางเกงขาสั้นเสื้อยืดขึ้นมาสวม วิ่งลงไปชั้นล่างก่อนที่พี่สาวของเปรมนีย์จะเปิดสงครามกับแม่ตน
“มาทำไม!” วศินถามเปรมนีย์ที่ยืนตัวสั่น เธอก้มหน้าลงไปตอบ
“ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่ามาทำไม ทำอะไรไว้ทำไมไม่รับผิดชอบ” ปภาวรินทร์ถามหน้าตาเอาเรื่อง
“ฉันก็รับผิดชอบเธอไปแล้วไง ให้ไปตั้ง 3 แสนแล้วจะเอาอะไรอีก” วศินปรี่เข้าไปกระชากแขนเปรมนีย์แน่น ปภาวรินทร์ดึงตัววศินให้ออกห่างน้องสาวตน
“อย่างมาทำอย่างนี้กับเปรมนะ เปรมกำลังท้องอยู่!”
“ทำไมไม่ไปทำแท้ง แล้วมาที่นี่ทำไม” วศินถาม เปรมนีย์เหลืออด เธอตบหน้าวศินไปฉาดใหญ่
“นั่นลูกของเรานะคะพี่วศิน พี่วศินจะฆ่าลูกของเราได้ลงคอเหรอคะ เขาไม่รู้เรื่องและไม่ผิดอะไรเลยนะคะ เราทำให้เขาเกิดมาแล้วเราก็ต้องรับผิดชอบ” เปรมนีย์พูดเสียงเครือน้ำตาไหลลงมา
“ยัยโง่! ฉันจะบอกให้นะว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ฉันทำให้ท้อง แต่คนอื่นๆ เขาไม่เห็นจะพูดยาก บอกให้ไปทำแท้งมันก็ไป ทำไมเธอถึงดื้อด้านแบบนี้ อยากจะเลิกกับฉันนักใช่ไหม!” วศินพูดอย่างหัวเสีย คนเป็นพ่อเอามือกุมขมับ ปวดหัวกับวีรกรรมของลูกชายคนเดียวนัก
“นั่นน่ะสิ แล้วเงินที่ฉันให้ไปน่ะตั้ง 3 แสน เธอสามารถไปเลือกหาหมอดีๆ ได้เลยนะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นอันตราย แต่ถ้าเธอไม่รู้จะหาหมอคนไหนเดี๋ยวฉันจะช่วยหาหมอเก่งๆ ให้” มารดาวศินพูดขึ้นมาอีก ปภาวรินทร์ช็อกกับชุดความคิดของคนในครอบครัวนี้ น่าขยะแขยงเหลือทน ทั้งพ่อทั้งแม่ก็เป็นไปกับมันด้วย
“พวกคุณนี่มันสุดๆ เลยนะ ถ้าเป็นอย่างนี้นะฉันแนะนำให้ลูกชายคุณไปทำหมันเสียให้มันรู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่เป็นภาระของผู้หญิงคนอื่นๆ” ปภาวรินทร์ต่อว่า
“แล้วทำไมเธอไม่กินยาคุมล่ะ” มารดาวศินถาม
“เปรมแพ้ยาคุมค่ะ”
“มาถามน้องสาวฉันว่าทำไมไม่กินยาคุม ทำไมไม่ถามลูกชายคุณบ้างทำไมไม่ใส่ถุงยาง ไม่กลัวติดเชื้อ HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไง!” ปภาวรินทร์ถาม เธอชักจะหมดความอดทนกับครอบครัวนี้แล้ว เพราะแม่เป็นแบบนั้นลูกเลยออกมาสารเลวแบบนี้
“ผมว่าตอนนี้เราอย่ามานั่งไล่ความผิดกันเลย เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ควรจะมาหาข้อสรุปกันว่าจะเอายังไงในเมื่อหนูเปรมจะไม่ทำแท้งพ่อก็เห็นด้วย แค่เด็กคนเดียวพวกเราก็น่าจะดูแลกันได้” บิดาวศินพูดเสียงเครียด เขาเองก็ละอายใจไม่น้อยที่ลูกชายก่อเรื่องไว้มากโขแถมไม่คิดจะรับผิดชอบอีกต่างหาก
“คุณอย่าบอกนะว่าจะเอาลูกมันมาเลี้ยง บอกตามตรงนะมาถึงตอนนี้ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกวศินจริงหรือเปล่า” มารดาเขาว่า เปรมนีย์ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ยิ่งเห็นวศินนิ่งเงียบไม่ปกป้องเธอด้วยแล้วยิ่งทำให้เธอเจ็บปวดเจียนตาย นี่หรือคือผู้ชายที่เธอรักจนหมดหัวใจ ผู้ชายที่เธอรักทำแบบนี้กับเธอหรอกหรือ
“เปรมไม่ใช่คนมักง่ายเอาไม่เลือกเหมือนลูกชายคุณแม่นะคะ” เปรมนีย์เริ่มมีปากมีเสียง วศินเบิกตากว้าง
“เปรม!”
“เปรมยืนยันว่าเปรมจะไม่ทำแท้งค่ะ แล้วพี่วศินก็จะต้องรับเด็กในท้องเป็นลูกด้วย” เปรมนีย์ยืนยัน เมื่อเห็นเด็กสาวที่เคยว่าง่ายอยู่ในโอวาทพยศ ความอดทนจึงขาดลง
“ได้ ถ้ามึงจะไม่ทำแท้ง งั้นเดี๋ยวก็ทำให้มึงแท้งเองก็ได้”วศินเงื้อหมัดขึ้น เปรมนีย์เบิกตากว้างตกใจกับชายหนุ่ม บิดารีบเข้ามาขวางกันลูกชายตัวเองออกไป ด้านปภาวรินทร์ดึงน้องสาวตนเองให้ออกห่างชายสารเลวนั่น เธอพุ่งตรงเข้าไปตบหน้าคนที่คิดจะทำร้ายน้องสาวจนหน้าหันเลือดกบปาก
“อย่าแม้แต่จะแตะต้องตัวน้องสาวฉัน ถ้านายคิดจะทำร้ายน้องสาวหรือเด็กในท้องฉันจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายให้ถึงที่สุด!” เธอชี้หน้าวศินอย่างเหลืออด วศินหันไปมองหน้าเปรมที่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้น
“เปรม!”
“ถ้าพี่วศินไม่ต้องการเด็ก เปรมเลี้ยงเองก็ได้ แต่พี่วศินจำเอาไว้นะคะว่าพี่วศินจะไม่มีสิทธิ์ในตัวเด็ก พี่วศินจะไม่มีสิทธิ์มาอ้างความเป็นพ่อเด็กเด็ดขาด!” เปรมนีย์ประกาศ นัยน์ตาจริงจัง
“เปรม!” วศินมองจ้องเด็กสาวตาเขม็ง ทั้งที่มั่นใจเป็นนักหนาว่าเด็กตรงหน้าจะไม่ดื้อ แต่เจ้าหล่อนกลับดื้อรั้นมากกว่าที่เขาคิด เด็กสาวที่เคยว่านอนสอนง่ายของเขาเปลี่ยนไป
“ไปกันค่ะพี่ปราย ในเมื่อเขาไม่ต้องการเด็กเราเลี้ยงกัยสองคนก็ได้ อย่ามายุ่งกับผู้ชายห่วยๆ กับครอบครัวเฮงซวยสารเลวแบบนี้เลย เดี๋ยวเสนียดความเลวจะติดตัวเราไปด้วย” เปรมนีย์หันไปบอกพี่สาว ปภาวรินทร์ช็อกกับคำพูดที่รุนแรงเจ็บแสบของน้องสาว ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยได้ยินน้องสาวตัวเองพูดจาแบบนี้เลย สงสัยคราวนี้คงจะเหลืออดเต็มที่แล้ว ก่อนที่เปรมนีย์กับปภาวรินทร์จะเดินออกจากบ้านไป วศินตะโกนถามแฟนสาว
“เปรม! นี่เธอจะเลิกกับฉันเหรอ” เขาเดินตรงเข้ามาหาด้วย เปรมนีย์หันไปหาชายหนุ่ม
“ค่ะ ทุกอย่างมันจะเป็นไปตามความต้องการของพี่วศิน พี่วศินบอกเองว่าถ้าเปรมไม่ทำแท้งก็จะเลิก เปรมก็เลิกกับพี่วศินไง” แววตาของเด็กสาวมีแต่ความว่างเปล่าเย็นชา ไม่เหลือร่องรอยความรักอีกต่อไป
“เปรม... ฉันไม่อยากให้เราเลิกกัน”
“แต่เปรมอยากเลิกกับพี่วศิน เปรมเกลียดพี่วศิน เกลียดความเลวเกลียดความไม่รับผิดชอบของพี่ ลาก่อนค่ะ ขอให้ชีวิตโสดให้มีความสุข อ้อ... แล้วอย่าลืมไปทำหมันด้วยนะคะ จะได้ไม่เป็นภาระของสังคมและผู้หญิงคนอื่น” เปรมนีย์ว่า มารดาของวศินเดินออกมา
“ถ้าเธอจะเลิกกับลูกชายฉันก็เอาเงิน 3 แสนนั้นคืนมา!” หล่อนทวงเงิน เปรมนีย์มองสบตาพี่สาวแล้วก็ยิ้ม
“ไม่ค่ะ ให้แล้วให้เลยไม่คืนให้ ถ้าอยากได้เงินคืนก็ไปฟ้องเอา” เปรมนีย์บอก
“หน๊อย! นี่พวกเธอจะลองดีกับฉันหรือไง”
“ก็อยากจะลองดีอยู่เหมือนกัน ถ้าคุณจะไปแจ้งความ ไปฟ้องร้องก็เอา ฉันก็จะแจ้งความเหมือนกัน เพราะบทสนทนาทั้งหมดของพวกเราถูกฉันบันทึกไว้แล้ว” ปภาวรินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมุนเล่นๆ เธอกดปุ่มส่งไฟล์เสียงส่งไปให้รพีทันที เป็นอันเข้าใจว่าต่อให้โทรศัพท์หายหรือถูกลบไฟล์เสียงจากในเครื่อง แต่ไฟล์เสียงมันก็จะยังอยู่ที่เพื่อนเธออยู่ดี
“พี่ปราย!”
“ขอตัวก่อนนะคะ อยู่นานเดี๋ยวเขื้อความเลวจะซึมเข้าผ่านผิวหนัง” ปภาวรินทร์จูงมือน้องสาวเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ทันที พวกเธอเดินออกมาโดยไม่หันไปมองย้อนกลับไปอีกเลย
