บทที่ 1.3
ไม่ว่าผู้ใดล้วนมีเหตุผลของตัวเองทั้งสิ้น เซี่ยจิ่งหวนฐานะสูงส่ง มีหน้ามีตาในราชสำนัก ก่อนหน้านี้เคยเป็นถึงอัครมหาเสนาบดี บัดนี้กลายเป็นราชครูที่ไม่มีอำนาจ มีเพียงอิทธิพล แน่นอนการที่เขาจะทำอะไรย่อมต้องคิดถึงผลที่ตามมาเสมอ
เช่นกันกับเซี่ยฮูหยิน ลั่วซื่อ นางเองก็เป็นคนตระกูลลั่ว แม้แต่งเข้าจวนตระกูลเซี่ยแต่ข้างหลังก็ยังมีบิดา มารดา พี่ชาย น้องชาย พี่สาว น้องสาว มีตระกูลลั่วให้คำนึงถึง
ในคราที่ตระกูลเซี่ยได้รับเลือกให้ส่งบุตรสาวเข้าวังหลวง แน่นอนตระกูลลั่วย่อมคาดหวังว่าคุณหนูจวนตระกูลเซี่ยคนใดคนหนึ่ง จะเป็นดังขุมอำนาจอันมั่งคงให้กับฝ่ายตน
เซี่ยฮูหยิน...ไม่ได้คิดไกลถึงขั้นนั้น นางเพียงหวังว่าบุตรสาวของนางไม่ว่าคนใดถูกเลือก ฐานะที่มั่นคงมีหน้ามีตานี้ จะทำให้ไม่มีใครกล้ารังแก หรือดูหมิ่นบุตรสาว ดังเช่นที่ตนเคยประสบ ตอนที่สามีถูกปลดจากตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีเป็นราชครู...
แตกต่างจากเซี่ยจิ่งหวน...เขาตระหนักดีถึงอันตรายที่อยู่รอบด้าน การแก่งแย่ง ความขัดแย้ง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในราชสำนักในเวลานี้ ก็เป็นเหมือนระเบิดเวลาเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างมาถึงขีดสุด ผู้ใดจะอยู่ ผู้ใดจะล้มก็ยังบอกไม่ได้
เซี่ยอันเหยาคนก่อนล่วงรู้และเข้าใจหรือไม่ หญิงสาวไม่อาจบอกได้ ทว่าหลังจากเข้ามาอยู่ในร่างของอีกฝ่าย นางกลับเข้าใจดี
ทั้งบิดา ทั้งมารดา พวกเขาล้วนมีเหตุ มีผล มีมุมมองของตนที่คาดหวัง และอยากให้เกิดขึ้น ทว่า...ในมุมมองของนางแล้ว พวกเขาไม่ถามเลยว่าแท้ที่จริงบุตรสาวต้องการสิ่งใด เซี่ยอันเหยาต้องการเข้าวังหลวงหรือไม่ นางเคยปรารถนาที่จะเป็นชายารัชทายาทจริงหรือ หรือเพียงเพราะมารดาอยากให้เป็น หรือบางทีนางอาจจะไม่ได้อยากเข้าวังหลวง เพราะตระหนักดีว่าพี่สาวของนาง...มีใจต่อรัชทายาทผู้นั้น
ก็อย่างที่บอก...ไม่มีใครล่วงรู้ นางเองก็ไม่รู้เพราะนางไม่ใช่เซี่ยอันเหยา แต่หากถามนาง...แน่นอนว่าตำแหน่งชายารัชทายาทอะไรนั่น นางไม่ต้องการ!!
ถึงอย่างนั้นจะทำอย่างไรกับชะตาจื่อเว่ยนี้ดีเล่า ใช่ว่าจบเรื่องนี้ชีวิตของเซี่ยอันเหยาจะสงบสุขเสียหน่อย
เฮ้อ...
“คุณหนูเจ้าคะแย่แล้วเจ้าค่ะ แม่นมให้มาตาม นายท่านกับฮูหยินทะเลาะกันใหญ่แล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินถึงขั้นประกาศว่าจะหย่าขาดกับนายท่าน ท่านรีบไปที่เรือนใหญ่เร็วเจ้าค่ะ”
ใช่...นางถอนหายใจนั่นละถูกแล้ว หญิงสาวเร่งไปที่เรือนของมารดา ทว่าสิ่งที่ได้ยินทำให้นางถึงขั้นชะงักเท้า มารดาของนางตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกอัดอั้นโกรธขึ้ง
“ท่านวางยาพิษบุตรสาวของตัวเอง! เพียงเพื่อไม่ให้นางถูกเลือก! เพียงเพราะความขี้ขลาดของท่าน เพียงเพื่อให้ท่านได้ออกจากราชสำนัก ตอนนี้ไม่เพียงออกมาจากความวุ่นวายนั่นไม่สำเร็จ!! แม้แต่เหยาเหยาเองก็ขับพิษออกมาไม่หมด เป็นสาเหตุให้ร่างกายของนางผิดปกติ ชะตาจื่อเว่ยอะไรกัน! มันจะไปมีความหมายอะไรหากนางตั้งครรภ์ไม่ได้!! ท่านก็เป็นเพียงคนเหี้ยมโหดเห็นแก่ตัว! เพราะตัวเองขี้ขลาดกลับทำร้ายบุตรสาวของข้า!! เหยาเหยาของข้า บุตรสาวที่น่าสงสารของข้า... นางอายุเพียงเท่านี้ ยังเด็กแท้ๆ ข้ารักทะนุถนอมนางเป็นอย่างดี แต่ท่านกลับ... ท่านกลับ...”
เสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของมารดาทำให้หญิงสาวรู้สึกเศร้า แต่นางก็ตกใจด้วยหลังจากได้ยินสิ่งที่มารดาเพิ่งจะระบายออกมาอย่างโกรธขึ้ง
“ตอนนี้ดูเหมือนข้าไม่ต้องกังวลเรื่องชะตาจื่อเว่ยแล้วสินะ”
หญิงสาวเองก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร หญิงสาวที่ไม่อาจตั้งครรภ์หากเป็นโลกปัจจุบัน เพียงมีงาน มีเงิน มีบ้าน มีรถ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ทว่าในยุคที่บุรุษเป็นใหญ่ไม่มีความเท่าเทียมนี้ เซี่ยอันเหยาจะทำอย่างไร นางจะทำอย่างไร
--หอบุปผาเหมันต์--
“คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยได้รับเลือกให้เป็นชายารัชทายาท เพิ่งมีพิธีเสกสมรสไปเมื่อสามเดือนที่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนั้นเกิดข่าวลือขึ้นทั่วเมืองหลวงเพราะผู้คนล้วนคิดว่าคุณหนูรองตระกูลเซี่ยที่มีชะตาจื่อเว่ยต่างหากที่จะได้รับเลือก ทว่าตอนนั้นนางกลับล้มป่วยกะทันหันเป็นตายเท่ากัน ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนตัว”
คิ้วเข้มของชายหนุ่มหล่อเหลาเลิกขึ้น เขามองคนสนิทของตน “ล้มป่วย? สตรีที่มีชะตาจื่อเว่ยแต่กลับล้มป่วยในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้? บังเอิญเกินไปหรือไม่”