ตอนที่4 ออกงาน
วันถัดมาเนื่องจากงานเลี้ยงจะเริ่มในช่วงเย็น เสิ่นม่านม่านจึงเตรียมตัวตั้งแต่ช่วงบ่าย ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเนรมิตตัวเองให้ดูดีที่สุดในคืนนี้
เสิ่นม่านม่านเลือกสวมกี่เพ้าปักลวดลายดอกไม้สีทอง ความงดงามของชุดขับเน้นผิวขาวผุดผ่องของเธอให้ดูนวลเนียนตา ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างพอดีขับเน้นให้เธอกลายเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่สวยสง่างาม
สถานที่จัดงานเลี้ยงคือโรงแรมหรูในเมืองต้านโจว งานนี้ถูกจัดขึ้นโดยผู้มีอิทธิพลในวงสังคม มีคนมาร่วมงานมากมาย
เมื่อพี่น้องตระกูลเสิ่นนั่งรถยนต์มาถึง แม้จะยังหัวค่ำแต่บริเวณหน้าโรงแรมก็เต็มไปด้วยรถราและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง
เสิ่นจื่อเหิงลงจากรถก่อน หลังจากนั้นก็หันไปยื่นแขนให้น้องสาวจับ
เสิ่นม่านม่านค่อยๆ ก้าวเท้าลงจากรถ การปรากฏตัวของเธอดึงดูดสายตาของทุกคนในบริเวณนั้นทันที
มีคนจำนวนมากที่รออยู่ข้างนอกเพื่อรอรับการตรวจสอบก่อนเข้าไปในงาน เมื่อเห็นหญิงงามเช่นนี้ก็เกิดเสียงอื้ออึงขึ้น
เสิ่นจื่อเหิงวันนี้แต่งตัวด้วยชุดสูทอย่างเป็นทางการ ผมก็ถูกจัดทรงอย่างดี เมื่อเห็นสายตาของทุกคนที่มองมายังน้องสาว ชายหนุ่มก็ยิ้มบางๆ ด้วยความพึงพอใจ เพราะถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์เบื้องต้นที่ตนเองพาน้องสาวมาด้วย
หลังจากนั้นสองพี่น้องก็เดินขึ้นไปในพรมแดงด้วยท่าทางสง่างามไม่ได้มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
เสิ่นจื่อเหิงในปัจจุบันมีตำแหน่งในหน่วยงานราชการ ทำให้ทั้งสองพี่น้องสามารถเดินเข้าไปในงานได้เลยโดยไม่ต้องรอต่อแถวที่ด้านนอก
เมื่อเสิ่นม่านม่านและเสิ่นจื่อเหิงเข้าไปในห้องโถงจัดเลี้ยง ก็มีคนอยู่ภายในงานเป็นจำนวนมาก
ผู้จัดงานเลี้ยงค่อนข้างมีอิทธิพลในวงสังคมจึงสามารถเชิญผู้ที่มีชื่อเสียงจากทุกสาขาอาชีพมารวมตัวกันในงานได้
เมื่อเข้ามาในงาน สองพี่น้องก็ถูกผู้คนเข้ามาทักทายและทำความรู้จัก
เสิ่นจื่อเหิงยิ้มและตอบกลับอย่างเป็นมิตร เขาสามารถพูดคุยกับใครก็ได้ แต่ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องสำคัญใดๆ
โชคดีที่พี่ชายของเธอเป็นฝ่ายพูดตอบโต้ ทำให้เสิ่นม่านม่านที่อยู่ข้างๆ ไม่ต้องพูดอะไรมากนัก เธอทำตัวเป็นดอกไม้ประดับอยู่ข้างๆ
เมื่อถึงเวลาที่ต้องพูด หญิงสาวก็พูดจาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่เมื่อถึงเวลาที่ไม่ควรพูด เธอก็ทำตัวเหมือนคนใบ้ทำเพียงแค่ยิ้มแย้มแสดงความเป็นมิตรเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ใหญ่หลายคนชมว่าเธอเป็นคนสุภาพเรียบร้อยรู้จักกาลเทศะ
ต่อมาเมื่อเดินไปได้เกือบครึ่งงานและได้ทักทายคนที่ควรจะทักทายแล้ว ภารกิจเบื้องต้นของเสิ่นม่านม่านก็เสร็จสิ้น
เสิ่นจื่อเหิงมีกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่ต้องไปทำความรู้จัก ในเวลานี้จึงไม่สะดวกที่จะพาน้องสาวไปด้วย
ในที่สุดเขาก็ปล่อยให้เธอไปเดินเล่นอย่างอิสระที่บริเวณซุ้มอาหาร
เสิ่นม่านม่านหิวจนท้องร้อง เพราะตอนเย็นยังไม่ได้กินอะไรเลย เมื่อได้รับโอกาสจึงไม่ปฏิเสธ และรีบไปหาอะไรกินทันที
"อีกสักครู่จะมีการเต้นรำ…น้องอย่าเดินออกไปไกลจากบริเวณนี้มากนักล่ะ" หลังจากที่เสิ่นจื่อเหิงกำชับน้องสาว ชายหนุ่มก็เดินออกไปหากลุ่มผู้ชายคนอื่น
เสิ่นม่านม่านเดินไปยังบริเวณซุ้มอาหาร หยิบจานและเลือกตักอาหารที่ชอบ ก่อนจะเดินไปในมุมที่ไม่สะดุดตา นั่งเพลิดเพลินกับการกินเพียงคนเดียว
ในมุมนี้ยังสามารถฟังเรื่องซุบซิบนินทาและข่าวลือจากกลุ่มผู้หญิงเหล่านั้นได้อีกด้วย
เรื่องจำพวกใครรักใคร ใครเลิกรากัน หรือใครที่ลูกชายบ้านนั้นชอบ ใครที่ลูกสาวบ้านนี้ชอบ ใครที่บ้านใกล้ล้มละลาย และอื่นๆ อีกมากมาย
คุณหนูทั้งหลายต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เสิ่นม่านม่านฟังเงียบๆ แต่ก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก
จนกระทั่งคนในงานเลี้ยงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้น คุณหนูคนหนึ่งจึงพูดถึงเรื่องสำคัญของคืนนี้ขึ้นมา
"รู้หรือเปล่าว่าคืนนี้ จะมีคนใหญ่คนโตมาร่วมงานด้วย"
"จริงเหรอ…คนใหญ่คนโตที่ไหน มาจากตระกูลอะไร"
"นายพลหลงฟู่หมิงยังไงล่ะ!"
"บ้านฉันก็ได้รับข่าวมาเหมือนกัน ก่อนจะมาที่นี่คุณแม่บอกให้ฉันแต่งตัวให้สวยเป็นพิเศษ"
"แต่ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นคนเย็นชา เข้าถึงยาก..."
กลุ่มคุณหนูรวมตัวกันพูดคุยข่าวสารภายในของแต่ละคน ส่งสายตาที่รู้กันโดยไม่ต้องพูดออกมา ทุกคนต่างมีแผนการอยู่ในใจ
เพียงไม่นานข่าวที่ว่าหลงฟู่หมิงจะมาร่วมงานเลี้ยงต่างก็แพร่กระจายไปทั่วห้องโถง และผู้คนต่างก็ให้ความสนใจ
มีหลายคนแอบมองไปที่ประตูใหญ่เป็นระยะๆ คุณหนูทั้งหลายก็เริ่มกระสับกระส่าย
เพียงไม่นานด้านนอกก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น เมื่อนายพลหลงฟู่หมิงที่ทุกคนรอคอยก้าวเข้ามาในงานเลี้ยง!