2
“บ่าวจะรีบไปตัดขาดกับคนสารเลวเสี่ยวจื่อนั่นเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณหนูสามที่ชี้ทางสว่าง”
พูดจบ ชุนหลานก็ลุกพรวดพราด วิ่งเตลิดออกจากห้องไปราวกับมีพญายมไล่ตามหลัง ทิ้งบานประตูให้เปิดอ้ารับลมหนาวที่พัดโชยเข้ามา
ซือซือนั่งกะพริบตาปริบๆ มองตลับแป้งราคาแพงที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะ สลับกับถาดโจ๊กข้างเตียง
‘อะไรกันเนี่ย ข้ายังไม่ได้เอ่ยปากสักคำ แค่นั่งมองหน้า สาวใช้ก็สำนึกผิดแล้วเอาเครื่องประทินโฉมราคาแพงมาเซ่นไหว้ถึงหัวเตียงเลยหรือ จวนนี้มันชักจะพิลึกพิลั่นเกินไปแล้ว’
ติ๊ง! ได้รับแต้มเผือกความสำเร็จแรก 10 แต้ม
ระบบทำการแปลงแต้มเป็นเงินสำรอง 10 ตำลึงเงิน บันทึกเข้าสู่กระเป๋ามิติของโฮสต์เรียบร้อย
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมแสงสีทองวาบผ่านในมิติส่วนตัว ทำให้ความสับสนของซือซือมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง
นางรีบเปิดหน้าต่างมิติดู ก่อนจะพบก้อนเงินวาววับวางเรียงอยู่ภายในสิบก้อน ความหม่นหมองจากการทะลุมิติหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเบิกบานใจจนดวงตาแทบเป็นประกาย
นางหยิบพุทราจีนแห้งลูกสุดท้ายเข้าปาก เคี้ยวอย่างมีความสุข พลางสำรวจร่างกายและห้องพักอันทรุดโทรมของตนอีกครั้ง
‘สิบตำลึงเงินนี่พอจะซื้อเป็ดย่างกับหมูกรอบได้กี่จานกันนะ ช่างเถอะ ขอแค่มีระบบกินเผือกนี้อยู่ ข้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายในจวนซอมซ่อนี้อีกต่อไป’
ทว่าความสงบสุขของนางดำรงอยู่ได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นเร่งรีบของคนกลุ่มหนึ่งพลันดังแว่วมาจากทางเดินหน้าเรือนพัก ก่อนเสียงกระแอมของสตรีสูงวัยผู้หนึ่งจะดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงอันทรงอำนาจของแม่นมคนสนิทประจำตัวฮูหยินใหญ่
“คุณหนูสาม ฮูหยินใหญ่มีคำสั่ง ให้ท่านแต่งกายให้เรียบร้อยแล้วไปพบที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้ มีเรื่องงานเลี้ยงน้ำชาตระกูลเจียงที่ท่านต้องไปรับฟังคำสั่ง”
ซือซือเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม นัยน์ตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับ สัญชาตญาณนักล่าข่าวบันเทิงที่เงียบสงบไปชั่วครู่พลันตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
‘มาแล้วสินะ แหล่งขุมทรัพย์แต้มเผือกขนาดใหญ่ประจำบ้าน ฮูหยินใหญ่กับพวกพี่สาวสายตรงตัวแสบ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ คราวนี้แอดมินเจียงจะไปสแกนความลับให้เกลี้ยงเรือนเลย’
เจียงซือซือเดินตามแม่นมจางมุ่งหน้าไปยังเรือนหลักด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ภายนอกนางสวมชุดผ้าโปร่งสีฟ้าหม่นตัวเก่า ก้มหน้าก้มตา ดูอย่างไรก็เป็นคุณหนูสามผู้เจียมเนื้อเจียมตัว ไม่กล้ามีปากมีเสียงกับผู้ใด
ทว่าภายในใจกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง นางกำลังเปิดระบบสแกนสำรวจสิ่งรอบตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจ ราวกับนักข่าวบันเทิงที่เพิ่งได้รับสิทธิ์เข้าหลังเวทีงานประกาศรางวัลครั้งใหญ่
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงเรือนหลัก กลิ่นกำยานราคาแพงลอยมาแตะจมูก พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักของสตรีสองคน
บนตั่งไม้แกะสลักมีสตรีวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดผ้าไหมปักดิ้นทองหรูหรานั่งเด่นเป็นสง่า นั่นคือ ‘หลิวฮูหยิน’ หรือฮูหยินใหญ่แห่งจวนเจียง ถัดไปด้านข้างคือ ‘เจียงหว่านเอ๋อร์’ คุณหนูใหญ่ผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาของนาง ใบหน้างดงามหมดจด ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส
สองแม่ลูกกำลังจิบชาพลางสนทนากันอย่างอารมณ์ดี กระทั่งเห็นซือซือเดินเข้ามา เสียงหัวเราะจึงค่อยๆ เงียบลง
“คารวะท่านแม่ใหญ่ คารวะพี่หญิงใหญ่เจ้าค่ะ” ซือซือประสานมือย่อกายทำความเคารพอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม
หลิวฮูหยินปรายตามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนกระแอมเบาๆ แล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ
“หายไข้แล้วรึซือซือ ที่เรียกเจ้ามาวันนี้ เพราะอีกสามวันจะมีงานเลี้ยงน้ำชาตระกูลใหญ่ เจ้าในฐานะบุตรสาวสายรอง ย่อมต้องรู้หน้าที่ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ อย่าได้ไปทำตัวขายหน้าจนเสื่อมเสียถึงหว่านเอ๋อร์เชียว”
เจียงหว่านเอ๋อร์ยกพัดขนนกขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ
“ท่านแม่ก็กังวลเกินไป น้องสามนางหัวทื่อปานนั้น วันๆ คงทำได้แค่นั่งก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองนั่นแหละเจ้าค่ะ จะไปกล้าทำเรื่องขายหน้าอันใดได้”
ซือซือยืนนิ่ง รับฟังถ้อยคำเหน็บแนมโดยไม่ตอบโต้แม้แต่คำเดียว ทว่าในหัวกลับสั่งการระบบทันควัน
‘ระบบ สแกนสองแม่ลูกนี่ให้ข้าทีซิ มีเรื่องเด็ดอะไรซ่อนอยู่บ้าง’
ติ๊ง! ทำการสแกนเป้าหมายคู่ หลิวฮูหยิน และ เจียงหว่านเอ๋อร์
ระดับความเผือก 4 ดาว ข่าวกรองระดับท็อปฟอร์ม
ข้อมูลลับ 1 หลิวฮูหยิน วางท่าเป็นฮูหยินผู้เคร่งครัดในศีลธรรม แต่แท้จริงแอบยักยอกเงินกองกลางของจวนไปถึงสามพันตำลึง ซ่อนตั๋วเงินไว้ใต้กระถางบอนไซหินอ่อนในเรือนตะวันตก เพื่อเตรียมส่งให้ ‘พี่จ้าว’ อดีตคนรักวัยเยาว์ที่ปัจจุบันผันตัวไปเปิดบ่อนการพนันนอกเมือง
ข้อมูลลับ 2 เจียงหว่านเอ๋อร์ วันนี้แสร้งทำเป็นใส่ชุดผ้าไหมเรียบร้อย แต่เมื่อคืนเพิ่งแอบนำปิ่นทองคำฝังหยกขาวของบิดาไปฝากจำนำ เพื่อเอาเงินไปเปย์ ‘บัณฑิตหลี่’ ชายหนุ่มหน้าขาวที่หลอกว่าจะแต่งนางเป็นภรรยาเอกหลังสอบติดจอหงวน
ซือซือที่ได้รับข้อมูลถึงกับเบิกตากว้าง ความเป็นนักล่าข่าวในสายเลือดพลันตื่นตัวขึ้นมาทันที
‘โอ้โห แม่ลูกคู่นี้มันตัวท็อปวงการบันเทิงยุคโบราณชัดๆ คนแม่ก็ไม่เบา วางมาดผู้ดีแปดสาแหรก แต่แอบซ่อนตั๋วเงินไว้ใต้กระถางบอนไซเรือนตะวันตก เตรียมเอาไปเปย์คนรักวัยเด็กที่เปิดบ่อนเนี่ยนะ ป่านนี้พี่จ้าวเอาเงินไปเสวยสุขกับสาวงามหมดแล้วมั้งคุณป้า’
มือของหลิวฮูหยินที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบพลันชะงักค้าง
นางเบิกตากว้าง ก่อนกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความตระหนก มือที่ถือถ้วยชากระเบื้องเคลือบสั่นระริก ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตเริ่มมีเหงื่อเย็นผุดซึมตามไรผม
‘สะ... เสียงใคร ใครมันบังอาจพูดเรื่องกระถางบอนไซ’
หลิวฮูหยินพยายามมองหาต้นเสียง แต่ไม่พบผู้ใดกำลังเอ่ยปากพูดแม้แต่คนเดียว
ทว่าเสียงนั้นยังคงดังเจื้อยแจ้วอยู่ในหัวอย่างไม่ยอมจบ
‘ส่วนคนลูกก็น่าสงสารปนสมน้ำหน้า ขโมยปิ่นหยกของพ่อไปเปย์บัณฑิตหน้าขาว คิดว่าเขาจะสอบได้จอหงวนจริงหรือ ระบบแฉหมดเปลือกแล้วจ้า บัณฑิตหลี่นั่นสอบตกมาห้ารอบ แถมเอาเงินจากปิ่นหยกไปเปย์หญิงงามเมืองในหอนางโลมเรียบร้อยแล้ว ยัยโง่เอ๊ย! โดนหลอกซ้ำรอยแม่ไม่มีผิด กรรมพันธุ์ความโง่เรื่องผู้ชายนี่มันถ่ายทอดทางสายเลือดจริงๆ’
เพล้ง!
ถ้วยชาราคาแพงในมือหลิวฮูหยินร่วงกระแทกพื้นแตกกระจาย น้ำชาร้อนกระเด็นเปื้อนชายกระโปรง แต่นางกลับไม่มีแก่ใจสนใจ
นางหันขวับไปมองเจียงซือซือ คุณหนูสามยังคงยืนก้มหน้า มือประสานอยู่เบื้องหน้าอย่างเรียบร้อย ริมฝีปากปิดสนิท ไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย
แต่เสียงนินทานั่นกลับดังก้องอยู่ในหัวของนางอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ทะ... ท่านแม่ เป็นอะไรไปเจ้าคะ” เจียงหว่านเอ๋อร์ตกใจที่เห็นมารดาทำถ้วยชาแตก แต่นางเองก็หน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน ร่างกายสั่นเทา เพราะคำว่า ‘ปิ่นหยก’ และ ‘บัณฑิตหลี่’ ยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหู
‘นางรู้ได้อย่างไร นางรู้เรื่องปิ่นหยกได้อย่างไรกัน’
หว่านเอ๋อร์แทบอยากกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เรื่องนี้นางทำอย่างลับที่สุด แม้แต่มารดายังไม่รู้ แล้วเจียงซือซือที่วันๆ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือนท้ายจวนจะล่วงรู้ได้อย่างไร
ซือซือเห็นสองแม่ลูกมีท่าทีประหลาด ถ้วยชาหลุดมือแตกกระจาย แต่กลับพากันหน้าซีดตัวสั่น แถมยังมองนางราวกับเห็นภูตผี ก็อดนึกสงสัยไม่ได้
‘เอ้า อะไรกันอีกเนี่ย ถ้วยชาหลุดมือแล้วทำไมต้องมองหน้าข้าเหมือนข้าเป็นคนปาใส่ หรือว่าชาจวนนี้มีอะไรแปลกๆ กินเข้าไปแล้วหลอนประสาทกันทั้งคู่ แปลกคนจริง’
