คุณหนูสายเผือก

61.0K · จบแล้ว
B.J.
33
บท
1.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จากแอดมินเพจบันเทิงสายเผือกตัวแม่ ลืมตาอีกทีเจียงซือซือกลับทะลุมิติมาเป็นคุณหนูสายรองผู้ไร้ตัวตน แถมยังพ่วงมากับ “ระบบกินเผือกระดับจักรวาล” ที่ยิ่งขุดความลับคนอื่นได้มากเท่าไร นางก็ยิ่งมีเงิน มีของกิน และมีชีวิตดีขึ้นเท่านั้น แต่ปัญหาคือระบบดันเกิดบั๊ก จนเสียงในใจของนางกระจายออกไปให้คนรอบตัวได้ยินเสียอย่างนั้น จากความลับสาวใช้ แม่เลี้ยง ขุนนาง สนม ไปจนถึงแผนกบฏระดับแผ่นดิน ทุกคนที่ถูกนางมองหน้าต่างพากันหน้าซีด เพราะไม่มีความลับใดรอดพ้นสายตาของคุณหนูสามเจียงไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ได้ยินเสียงในใจนางชัดที่สุดกลับเป็น “เซียวอี้หราน” เจิ้งกั๋วกงผู้เย็นชาดุจพญายมหน้าหยก จากที่คิดจะใช้คุณหนูสายเผือกเป็นหน่วยข่าวกรองส่วนตัว ไฉนสุดท้ายกลับกลายเป็นว่าแม่ทัพผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อผู้ใด ดันตกหลุมรักเสียงบ่น เสียงนินทา และความตะกละของนางเสียเอง เมื่อความลับทั้งใต้หล้าถูกเปิดโปง เรื่องรักจึงเริ่มวุ่นวาย ส่วนเจียงซือซือก็เพิ่งรู้ตัวว่า คนที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่กบฏหรือขุนนางฉ้อฉล แต่เป็นท่านแม่ทัพที่ได้ยินทุกความคิดในหัวของนางมาตั้งแต่วันแรกต่างหาก

นิยายรักโรแมนติกนางเอกเก่งข้ามมิติจีนโบราณพระชายาเทพสงคราม

1

ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัสของเจียงซือซือ คือกลิ่นกำยานหอมเอียนชวนเวียนศีรษะ ผสมกับกลิ่นอับจางๆ ของไม้เก่า และสัมผัสจากฟูกนอนแข็งกระด้างราวกับแผ่นกระดานที่ตากแดดจนแห้งกรอบ

‘เดี๋ยวนะ ห้องเช่าราคาเดือนละสี่พันของฉัน มันเปลี่ยนเป็นเตียงไม้โบราณตั้งแต่เมื่อไหร่’

เปลือกตาบางค่อยๆ กะพริบถี่เพื่อปรับรับแสงสลัว ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่เพดานปูนเปลือยที่มีคราบน้ำรั่วซึมจากห้องชั้นบน แต่กลับเป็นม่านเตียงผ้าโปร่งสีคราม เสาไม้สลักลายดอกท้อแบบโบราณ และโต๊ะเครื่องแป้งเก่า ๆ ที่สีหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้ด้านใน

ยิ่งไปกว่านั้น สองมือที่นางยกขึ้นจับใบหน้าตัวเองยังขาวผ่อง เรียวเล็ก ไร้รอยด้านจากการรัวคีย์บอร์ดปั่นข่าวซุบซิบดาราจนถึงรุ่งเช้า

ความทรงจำสุดท้ายของนางคือการนั่งทำงานล่วงเวลาติดต่อกันเจ็ดสิบสองชั่วโมง เพื่อขุดคุ้ยข่าวฉาวของดาราชายชื่อดังคนหนึ่งลงเพจแท็บลอยด์อันดับต้นๆ ที่นางเป็นแอดมินอยู่ กาแฟกระป๋องที่ห้าเพิ่งหมดไป หัวใจก็พลันบีบรัดอย่างรุนแรง ก่อนภาพตรงหน้าจะดับวูบลงในทันที

‘อย่าบอกนะว่าหัวใจวายตายคาคีย์บอร์ด แล้ววิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นตามพล็อตนิยายเกรดบีที่เคยอ่าน’

ยังไม่ทันที่ซือซือจะได้ตั้งสติหรือสำรวจความทรงจำของร่างนี้ สรรพสิ่งรอบตัวพลันหยุดนิ่ง ละอองฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศชะงักค้าง ประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมเสียงสังเคราะห์ไร้อารมณ์ที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างชัดเจน

ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นจิตวิญญาณระดับมืออาชีพ ขอต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ “ระบบกินเผือกระดับจักรวาล”

ท่านได้เข้ามาอยู่ในร่างของ ‘เจียงซือซือ’ บุตรสาวสายรองลำดับที่สามแห่งจวนตระกูลเจียง เมืองหลวงแคว้นต้าฉิน ผู้มีสถานะเป็นดั่งอากาศธาตุ ไร้ตัวตน และกำลังจะอดตายในเรือนท้ายจวน

ภารกิจหลักของระบบ สแกนข้อมูล ค้นหาความลับดำมืด และสะสมแต้มความฟินจากการซุบซิบเรื่องชาวบ้าน โดยแต้มเผือกทุกๆ 100 แต้ม สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินตำลึงแท้ อาหารชั้นเลิศ หรือของรางวัลยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ได้ทันที

ดวงตากลมโตของซือซือเบิกกว้าง ความตกใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายตื่นเต้นในพริบตา

‘ระบบกินเผือก นี่มันเข้ากับอาชีพเดิมของอดีตแอดมินเพจสายเผือกตัวแม่เกินไปแล้ว ยุคโบราณไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่ข้ามีระบบป้อนข่าวกรองถึงสมอง รวยแน่ คราวนี้ข้าจะได้นอนกระดิกเท้ากินขนม ไม่ต้องนั่งเขียนแคปชันส่งบก. ยันเช้าอีกต่อไป’

คำเตือนจากระบบ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนติดตั้งเบื้องต้นบนเครือข่ายวิญญาณข้ามภพ ระบบอาจเกิดสัญญาณแทรกซ้อนเล็กน้อย แต่ไม่มีผลกระทบต่อฟังก์ชันการทำงานหลัก ขอให้โฮสต์เพลิดเพลินกับการกินเผือก

ซือซือปัดหน้าต่างคำเตือนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ สิ่งเดียวที่นางสนใจในยามนี้คือกระเพาะอาหารที่กำลังส่งเสียงโครกครากประท้วงด้วยความหิวโหย

ร่างเดิมดูเหมือนจะนอนซมเพราะพิษไข้มาหลายวัน ข้าวปลาแทบไม่ได้ตกถึงท้อง เสื้อผ้าที่สวมอยู่แม้เป็นผ้าเนื้อดี แต่กลับเก่าจนสีซีดและเนื้อผ้าบาง บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าบุตรสาวสายรองผู้นี้ไม่ได้รับความใส่ใจจากคนในจวนมากนัก

“แอ๊ด...”

เสียงบานประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบา สตรีร่างเล็กในชุดสาวใช้สีเขียวอ่อนก้าวเข้ามาในห้อง บนถาดไม้ในมือมีโจ๊กข้าวฟ่างจืดชืดสีซีดหนึ่งชาม กับพุทราจีนแห้งเหี่ยวอีกสองสามลูก

ทันทีที่เห็นหญิงสาวบนเตียงลืมตาตื่น สาวใช้ก็รีบกุลีกุจอเข้ามาคุกเข่าข้างเตียง ใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนหวานจนดวงตาหยีโค้ง

“คุณหนูสามฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ บ่าวเป็นห่วงแทบแย่ นอนซมไปถึงสองวันเต็มๆ บ่าวคอยเฝ้าเช็ดตัวให้มิได้ห่าง ดื่มโจ๊กร้อนๆ สักหน่อยนะเจ้าคะ จะได้มีเรี่ยวแรง”

สาวใช้ผู้นี้มีนามว่า ‘ชุนหลาน’ เป็นสาวใช้ประจำตัวเพียงคนเดียวของร่างเดิม ภายนอกดูซื่อสัตย์ ว่านอนสอนง่าย กิริยาเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้

ซือซือยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะทดลองใช้ฟังก์ชันของระบบเป็นครั้งแรก

‘ระบบ เปิดโหมดสแกนเป้าหมายตรงหน้าทันที’

ติ๊ง! ดำเนินการสแกนเป้าหมาย ชุนหลาน สาวใช้ประจำตัว

ระดับความเผือก 2 ดาว

ข้อมูลลับ ภายนอกทำทีเป็นสาวใช้ผู้ภักดี คอยปรนนิบัติด้วยความยากลำบาก แต่แท้จริงเมื่อวานตอนบ่ายเพิ่งแอบย่องไปขโมย ‘แป้งผัดหน้ากลิ่นกุหลาบนำเข้าจากแดนใต้’ ของฮูหยินใหญ่ เพื่อนำไปมอบเป็นของแทนใจให้ ‘เสี่ยวจื่อ’ คนสวนหนุ่มรูปหล่อที่ตนแอบชอบ โดยแอบซ่อนตลับแป้งไว้ในสาบเสื้อด้านซ้าย

ซือซือนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะกระตุกเบาๆ นางหยิบพุทราจีนแห้งขึ้นมาหนึ่งลูก โยนเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ พลางวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในใจอย่างออกรส

‘โอ้โห หน้าตาดูเรียบร้อยเหมือนบวชชีมาสิบพรรษา ที่แท้ก็แม่เสือสาวสายเปย์นี่เอง กล้าไปลูบคมขโมยแป้งผัดหน้าของฮูหยินใหญ่เพื่อเอาไปเปย์ผู้ชายเอาไปขายแลกเงินเนี่ยนะ ช่างกล้าหาญชาญชัยแท้ๆ ยัยหนูเอ๋ย แป้งตลับนั้นฮูหยินใหญ่สั่งทำพิเศษ ก้นตลับสลักตราประจำตระกูลเดิมไว้ชัดเจน ถ้าโดนจับได้มีหวังถูกลากไปโบยจนก้นลายแน่’

ทว่าสิ่งที่ซือซือไม่รู้เลยแม้แต่น้อยก็คือ สัญญาณแทรกซ้อนที่ระบบแจ้งเตือนไว้ ได้เปลี่ยนความคิดในหัวของนางให้กลายเป็นคลื่นเสียงก้องกังวาน กระจายออกไปรอบตัวในรัศมีห้าเมตรอย่างชัดเจน ประหนึ่งมีลำโพงไร้สายติดอยู่ในหัวของนาง

ชุนหลานที่กำลังประคองชามโจ๊กยื่นให้ชะงักค้างไปทั้งตัว รอยยิ้มอ่อนหวานแข็งค้างอยู่บนใบหน้า

‘สะ... เสียงใครกัน’

ชุนหลานหันซ้ายแลขวาด้วยความตื่นตระหนก สายตากวาดมองทั่วห้องนอนอันทรุดโทรม แต่ในห้องนี้ไม่มีผู้ใดนอกจากนางกับคุณหนูสามที่กำลังนั่งเคี้ยวพุทราจีนตาแป๋ว ริมฝีปากของอีกฝ่ายไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย

ทว่าเสียงแจ๋วๆ ปนเย้ยหยันยังคงดังสะท้อนเข้ามาในโสตประสาทอย่างต่อเนื่อง ราวกับมีคนมายืนกระซิบอยู่ข้างหู

‘แถมเจ้าคนสวนเสี่ยวจื่ออะไรนั่น ระบบยังบอกอีกว่ามันมีเมียซ่อนอยู่ท้ายจวนตั้งสองคน กะจะหลอกเอาของมีค่าจากสาวใช้ไปขายต่อร้านรับซื้อของโจรชัดๆ โดนหลอกจนหัวปักหัวปำแท้ๆ โถ... ช่างโง่เง่าสิ้นดี ตัวเองต้องเสี่ยงโดนตีตาย แต่ผู้ชายกลับเอาของไปเสวยสุขกับเมียอื่น สภาพ’

มือของชุนหลานสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ ชามโจ๊กกระทบถาดไม้เกิดเสียงดังกิ๊ง ๆ ใบหน้าที่เคยผุดผ่องซีดเผือดลงราวกระดาษ เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก ดวงตาเบิกกว้างมองคุณหนูสามตรงหน้าราวกับเห็นภูตผีที่ล่วงรู้ความลับสวรรค์

‘คุณหนูรู้ได้อย่างไร ข้าเพิ่งแอบหยิบมาเมื่อวาน และยังไม่ได้บอกใครสักคำ แม้แต่พี่เสี่ยวจื่อก็ยังไม่รู้เลยว่าข้าจะเอาอะไรไปให้’

เมื่อได้ยินว่าคนรักมีภรรยาอยู่แล้วถึงสองคน ประกอบกับความหวาดกลัวต่อบทลงโทษของฮูหยินใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด ชุนหลานก็ไม่อาจทนรับแรงกดดันจากเสียงลึกลับนี้ได้อีกต่อไป

นางวางถาดโจ๊กลงข้างเตียงอย่างลนลาน ก่อนทรุดตัวลงหมอบกราบกับพื้นกระดานไม้เสียงดังตึง ร่างกายสั่นเทาราวลูกนกกลางพายุฝน

“คุณหนูสามโปรดเมตตา บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวหน้ามืดตามัว บ่าวโง่เขลาเองเจ้าค่ะ บ่าวจะเอาแป้งไปแอบคืนที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ ได้โปรดอย่าส่งบ่าวให้ฮูหยินใหญ่เลยนะเจ้าคะ”

ซือซือที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบพุทราจีนลูกที่สองถึงกับสะดุ้ง มือชะงักค้างอยู่กลางอากาศ มองสาวใช้ที่ก้มกราบขอขมานางไม่หยุดด้วยความงุนงง

‘เอ้า อะไรของนางเนี่ย อยู่ดีๆ ก็ลงไปกราบพื้นขอขมาฟ้าดินทำไม หรือว่าการฟื้นไข้ของข้ามันดูขลังจนมีออร่าเทพเจ้าเปล่งประกาย คนโบราณนี่จิตใจเปราะบางกันจังแฮะ’

ชุนหลานที่ได้ยินเสียงวิจารณ์ในหัวอีกระลอก ยิ่งหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ นางรีบล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อด้านซ้าย ดึงตลับแป้งกระเบื้องเคลือบสีชมพูลายกุหลาบอันประณีตออกมา วางลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างลนลาน จากนั้นจึงโขกศีรษะกับพื้นอีกสามครั้งรวด