บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 11 คุณแม่หนูชื่ออะไร

อาหารค่อย ๆ ทยอยลำเลียงออกมา พร้อมกลิ่นหอมกระจายตัวทั่วทั้งโต๊ะ เด็กหญิงตัวน้อยเลี่ยงไปเล่นกับเด็กในร้านที่สนามหญ้าหน้าร้าน เป็นสนามเล็ก ๆ มีน้ำพุตื้น ๆ ประดับอยู่ 

ส่วนบนโต๊ะอาหาร ทั้งเอกสิทธิ์ อาทิตย์และกติกร ทำหน้าปั้นยาก แยกไม่ออกว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไงกับอาหารแต่ละจานเหล่านั้น เพราะหน้าตามันประหลาดแปลก ๆ ดูไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ยกเว้นแค่ไก่ทอดตะไคร้ที่ยังพอมองออกอยู่บ้าง

"ไม่เคยเห็นอาหารหน้าตาแบบนี้มาก่อน" เอกสิทธิ์เปรยขึ้น อ่อมสีจืด ไม่มีกลิ่นปลาร้า เหมือนต้มจืดเกี๊ยวมากกว่า ส้มตำสีจืดยิ่งกว่าหน้าสถาปนิกตอนลูกค้าติเรื่องแบบจนแทบจะกลายเป็นผักเคียงของปูนิ่มทอด ลาบปลาหมึกดูคล้ายปลาหมึกนึ่งคลุกผัก ที่ดูดีสุดคือข้าวเหนียวเรียงเม็ดสวยเพราะพิมพ์ดาวใช้ข้าวใหม่ในการนึ่ง อาทิตย์จึงล้วงหยิบเอาข้าวเหนียวมาปั้นในมือ ไม่รู้จะจิ้มลงไปยังจานไหนเป็นจานแรก

กระทั่งวินาทีต่อมา ผู้กล้าอย่างกติกรก็ตัดสินใจตักลาบปลาหมึกเข้าปาก

"หือ" ชายหนุ่มคลี่ยิ้มแสนประหลาดใจออกมา เมื่อรสชาติอาหารในปากไม่ได้แย่ตามหน้าตาอันจืดชืด  “อร่อยนะครับ” เขาหันไปบอกเพื่อนและหัวหน้า

อชิรวิชย์ยังไม่เชื่อ เขาไม่เคยสั่งร้านอาหารตามความต้องการของตัวเองแล้วเจออาหารอร่อยสักกะที่ 

คนเดียวที่ทำอาหารอร่อยให้เขาได้คือพิมพ์ดาว

เอกสิทธิ์ตักอาหารเข้าปากตามมาอีกคน หนุ่มผิวเข้มรูปร่างท้วมสีหน้าประหลาดใจ 

"เออว่ะ อร่อย โคตรเก่ง ทำให้อร่อยได้ไง" คนเป็นเพื่อนละคำพูดว่า 'สั่งจุกจิกฉิบหายขนาดนั้น' เอาไว้ แม่ครัวไม่เดินมาเอาตะหลิวโยนโครมลงบนโต๊ะอาหารนี่ก็นับว่าบุญเก่ายังมากโขแล้ว

อชิรวิชย์ขมวดคิ้ว ยังเชื่อว่าเพื่อนขายฝัน ลองตักเข้าปากตามอีกคน แล้วดวงตาคมก็วาวขึ้นเล็กน้อย เมื่อรสชาติอาหารนั้นอร่อยตามที่เพื่อนบอกจริง ๆ เขาลองชิมเมนูอื่น ๆ รสชาติกลมกล่อมไม่แพ้กัน

“แม่ครัวเก่งมากเลยนะครับเนี่ย” กติกรชื่นชมจากใจจริง อาทิตย์ยิ้มปลื้มแทน

ทั้งโต๊ะเบาใจว่ามื้อนี้จะไม่ล่มเพราะความกินยากของอชิรวิชย์

"อาหย่อยมั้ยคะ" เด็กหญิงตัวน้อยคนที่หายไปจากวงกลับเข้ามาอีกครั้ง เกยคางกับโต๊ะอาหารมองคนนั้นคนนี้ตาปริบ ๆ

อาทิตย์ถือโอกาสถามหามารดาของเด็กหญิง ปกติพิมพ์ดาวจะออกมาต้อนรับเขาทว่าวันนี้ยังไม่เห็น หรือมึนกับการโดนเปลี่ยนสูตรอาหารของอชิรวิชย์ไปแล้วก็ไม่รู้ ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าหัวหน้าจะจุกจิกยิบย่อยขนาดนี้

"อร่อยค่ะ คุณแม่น้องพลอยไปไหนคะ"

"ฉับผัก"(สับผัก) เด็กหญิงวางสันมือเลียนแบบการสับผักบนโต๊ะ 

อชิรวิชย์หันมาจ้องหน้าไร้เดียงสา แววตา จมูก ปากคอคิ้วคาง เหมือนพิมพ์ดาวจนเขาอดไม่ได้

"คุณแม่หนูชื่ออะไร"

เด็กน้อยเบือนสายตามาหาชายหนุ่ม ยิ้มยิงฟันให้หนึ่งที ถอยหน้าออกไปกระชับกระเป๋าสะพายที่หลังเอาไว้มั่น เตรียมตัวจะตอบด้วยความภูมิใจในตัวคุณแม่แสนสวยซ้ำยังทำอาหารเก่งนักหนา

“อ๊ะ ทำไมหนูสะพายกระเป๋าตลอดเวลาเลยคะเนี่ย จะไปโรงเรียนเหรอคะ” คำถามจากเอกสิทธิ์แทรกขึ้นมา สังเกตเห็นว่าเด็กหญิงไม่ยอมปล่อยกระเป๋าเลย สะพายไว้ราวกับมันเป็นสิ่งของมูลค่ามหาศาล  ความสนใจของเด็กน้อยจึงเปลี่ยนทิศทาง

“จะไปอาติ๊ดหน้า” (จะไปอาทิตย์หน้า) เจ้าตัวหันหลังอวดกระเป๋าสีหน้าแววตาสุดแสนจะปลาบปลื้ม “จุนแม่ซื้อให้น้องปอยค่า เป็นตัวคุโรมิ” (คุณแม่ซื้อให้น้องพลอยค่ะ เป็นตัวคุโรมิ)  กระเป๋าเด็กหญิงสีม่วงแซมดำนิด ๆ ลายตัวการ์ตูนน่ารักชื่อดัง เป็นตัวร้ายเสียด้วย “ใบละพันล้าน”

“หาา” คนบนโต๊ะอาหารตกใจ “กระเป๋าอะไรคะใบละพันล้าน” เอกสิทธิ์ทำตาโต โอเวอร์แอคติ้งคุยกับเด็ก “หลอกลุงหรือเปล่าคะเนี่ย”

“จุนยายบอกให้เก็บดี ๆ จุนแม่ซื้อมาพันล้าน”  (คุณยายบอกให้เก็บดี ๆ คุณแม่ซื้อมาพันล้าน)

บนโต๊ะหัวเราะร่วน หันมาสนใจกระเป๋าราคาพันล้านด้านหลังเด็กหญิงแทน อาทิตย์แซวว่าสงสัยซิปจะทำจากทองคำแท้ ส่วนกติกรบอกว่า

“ถ้ากระเป๋าพันล้านค่าเทอมจะเท่าไหร่ล่ะเนี่ย คงแพงน่าดู”

“ค่าเทอมจองบาท” (ค่าเทอมสองบาท) เด็กหญิงพิมพ์ประภาพูดพาซื่อ เพราะยายบอกมาอย่างนั้นจริง ๆ ทั้งโต๊ะเลยได้หัวเราะอีกรอบ เอ็นดูในความไร้เดียงสา มีแค่อชิรวิชย์ที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดยังไม่ได้คำตอบของคำถามที่ว่า

 "คุณแม่หนูชื่ออะไร"

 

 

 #รัก #นิยายรัก #หย่าร้าง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel