บทที่ 5 เงื่อนไขสองฝ่าย
“คน!” หญิงสาวขมวดคิ้ว ในใจนางไพล่คิดไปว่าเขา คิดจะกำลังคน เรื่องฆ่าฟันสำหรับนางนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดา ทว่านางมิเคยฆ่าผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้ทำร้ายตนเองก่อน หากว่าเขาคิดจะให้นางไปแก้แค้นแทนเล่า จะทำเช่นไร “ว่ามาเถิด เจ้าต้องการให้ข้าไปกำจัดผู้ใด”
ชายหนุ่มส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ให้ท่านไปกำจัดคน แต่ข้าต้องการแต่งงานต่างหาก”
“อ้อ! เจ้าต้องการให้ข้าไปฉุดสตรีที่พึงใจมาให้แต่งงานด้วยอย่างนั้นหรือ”
“มิได้ ข้าต้องการแต่งงานกับท่านต่างหาก” ชายหนุ่มยิ้มละไม
“ไอหยา!” หรูหยู่เยียนเพิ่งรู้สึกว่าใบหน้าของท่านหมอรูปงามยามนี้ดูคล้ายปีศาจจำแลงมา ริมฝีปากบางสีชมพูคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์คล้ายแสยะน้อยๆ
“ท่านฟังไม่ผิด นายน้อยหรู การช่วยชีวิตบิดาของท่านในครานี้ ข้าไม่ต้องการทรัพย์สินเงินทองเป็นของตอบแทน ขอเพียงท่านยอมแต่งงานเข้าหอกับข้าเท่านั้น ข้ารับปากจะทำทุกวิธีเพื่อช่วยชีวิตเขา ช่วงนี้ที่บ้านข้ารบเร้าให้ข้าแต่งงานอยู่พอดี หากเราแต่งงานกันแล้ว ข้าจะได้ให้คนไปแจ้งแก่ทางบ้าน”
สายตาที่แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าของฮัวชวินทำให้หรูหยู่เยียนรู้สึกว่าร่างกายของตนเองหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาทันควัน คำพูดจริงจังของฮัวชวินหัวใจของนางแทบจะทะลุออกมานอกร่าง มันเต้นรัวกระหน่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“หากข้าตกลง แต่สุดท้ายเจ้ารักษาท่านพ่อข้าไม่หายเล่า เจ้าจะยินดีให้ข้าเอาชีวิตเจ้าหรือไม่” นางยื่นเงื่อนไขกลับไปในทันที
“นายน้อยหรู หากท่านกล้าตกลง ข้าก็กล้าตกลง เช่นนี้เป็นอย่างไรเล่า”
แม้จะเอ่ยคำท้าทายน่ากลัวถึงเพียงนั้น ฮัวชวินกลับมิได้หวาดหวั่นเลยสักนิด แต่เป็นหรูหยู่เยียนเองที่ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา
“ข้าขอคิดดูก่อน!”
“ได้! ข้าให้เวลาท่านคิดสามวัน แล้วค่อยมาพูดจากัน ต่อหน้านายท่านหรู”
หรูหยู่เยียนเพิ่งรู้ว่ากลายเป็นตนที่เป็นฝ่ายขอเวลาคิด เมื่อครู่นางเพิ่งบีบบังคับให้เขาคิดหนึ่งคืน แต่ตอนนี้เป็นเขาที่บังคับให้นางคิดหนึ่งคืน
“ข้ารู้ว่าท่านใจเต้นรัวตอนที่กอดข้าขึ้นบนม้า และยังมีตอนที่แบกข้าเข้ามานอนบนเตียงนี้ด้วย จริงหรือไม่” ใบหน้าหล่อเหลาราวเซียนจำแลงของฮัวชวินยื่นเข้ามาใกล้
หรูหยู่เยียนเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “เหลวไหล!”
ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ เป็นเพราะได้สูดดมกลิ่นหอมประหลาดร่างกายของฮัวชวินตอนอยู่บนหลังม้า ทำให้ขนในร่างกายนางลุกเกรียว ใจสั่นระรัว รู้สึกอยากจะแนบชิดกับเขาจนต้องล้วงเอาเข็มที่ซ่อนไว้ในสายรัดเอวออกมาแทงตนเองเพื่อลดอาการกำเริบ
“ความจริง ข้ารู้ตัวตั้งแต่ท่านคิดจะสับคอข้าแล้ว แต่ข้าเห็นว่าท่านมีปณิธานจะลักพาตัวข้าอย่างแรงกล้าจึงได้ยินยอม ข้าก็แค่สะกดร่างกายตนเองให้ทนต่อเจ็บปวดระหว่างถูกพาดไว้บนหลังม้าจนมาถึงที่นี่เท่านั้นเอง”
“บัดซบ! หมอเจ้าเล่ห์! ที่แท้เจ้าแสร้งไร้สติ ปล่อยให้ข้าอุ้มขึ้นลงหลังม้าอย่างนั้นหรือ”
ฮัวชวินหัวเราะหึๆ “ก็เห็นว่านายน้อยอุตส่าห์ลงแรงกับข้าตั้งมาก ข้าก็เลยเล่นตามน้ำ ข้าขอตัวกลับไปเรือนพักก่อน เอาไว้ค่อยพบกันวันพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะ นายน้อยหรู”
หรูหยู่เยียนยืนเซ่ออยู่ครู่ใหญ่ นางเติบโตอยู่ในกองทัพ บิดาให้แต่งกายเป็นชายมาโดยตลอด นางหลงใหลในการต่อสู้และหมกมุ่นอยู่กับตำราพิชัยสงครามจนกลายเป็นขุนพลตั้งแต่อายุสิบหก ทหารเรือนหมื่นล้วนเคารพเชื่อฟัง แต่พอพบกับบุรุษผู้นี้ นางกลับกลายเป็นสตรีไร้ยางอายที่อยากจะแนบชิดกับเขาอยู่ร่ำไป
เสี่ยวไป๋แปลกใจที่แขกรับเชิญคนสำคัญถูกย้ายไปให้พักที่เรือนท้ายค่ายซึ่งดูอย่างไรก็ไม่เหมาะกับการต้อนรับท่านหมอฮัวเลยสักนิด เพราะที่นั่นเล็กกว่าเรือนพักเดิมหลายเท่า
ทว่าฮัวชวินกลับยิ้มน้อยๆ และบอกกับเสี่ยวไป๋ว่า เขาพอใจในเรือนท้ายค่ายมาก เพราะอยู่ห่างไกลผู้คน
“แต่เรือนนั้น มันเก่ามากเลยนะขอรับ” เสี่ยวไป๋แย้งด้วยสีหน้าห่วงใย
ฮัวชวินกลับคิดว่าที่นี่ช่างเหมาะนัก เขาคาดว่าคืนนี้ นางจะต้องทนไม่ไหว แอบมาหาเขาอย่างแน่นอน
หรูหยู่เยียนที่สั่งให้ย้ายที่พักให้หมอหนุ่มเจ้าเล่ห์ แสร้งทำหน้าเคร่งขรึม “หมอฮัวต้องการสถานที่ปรุงยาที่เงียบๆ ห้ามคนรบกวน”
พ่อบ้านฝางย่นหัวคิ้ว “จะดีหรือขอรับ เรือนท้ายค่ายนั่นแต่เดิมเราก็ใช้เป็นห้องเก็บอาวุธ ยามนี้ก็ให้พวกคนงานที่เพิ่งมาค่ายได้พักอาศัย”
“พ่อบ้านฝาง เจ้าไม่ต้องขัดคำพูดข้า ให้พวกเขาย้ายออกแล้วปรับปรุงทำเป็นเรือนปรุงยาให้หมอฮัวโดยเร็วที่สุด เดี๋ยวข้าให้ฉางตงกับเซียงจวิ้นระดมคนมาช่วยเจ้า”
“ขอรับ”
นายกองฉางได้ยินชื่อฮัวชวินก็ชักสีหน้า เขาคือหัวหน้ากลุ่มห้าคนที่ไปซุ่มรอจับตัวท่านหมอหนุ่มในตรอกมืด สุดท้ายกลับถูกฮัวชวินซัดผงนิทราใส่ ผลคือนอนหลับไปข้ามคืน ทำให้ถูกขุนพลหรูลงโทษจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว
“ผู้ใดจะอยากไปช่วยเหลือเขาเล่า ที่ข้าต้องเจ็บตัวอยู่นี่ก็เพราะหมอฮัวผู้นั้นนะ”
“ฉางตง คำสั่งของคุณชาย เจ้าคิดจะบ่ายเบี่ยง ไม่กลัวจะถูกลงโทษซ้ำหรือ” เซียวจวิ้นเอ่ยเสียงเข้ม
ใบหน้าของนายกองหนุ่มบิดเบี้ยว “ก็ได้”
ด้วยการระดมคนร่วมสามสิบคน การต่อเติมและซ่อมแซมเรือนท้ายค่าย เพียงสามวันก็กลายเป็นเรือนใหญ่โล่งที่มีห้องนอนเดียว เหมาะแก่การเป็นเรือนปรุงยา
ฉางตงที่ยืนอยู่กับเซียงจวิ้นได้เห็นรูปร่างหน้าตาของท่านหมอชัดๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ที่ผ่านมาพวกเขามิเคยได้เห็นฮัวชวินชัดๆ
“ท่านหมอฮัวผู้นี้ช่างหล่อเหลาเหลือเกิน ชั่วชีวิตข้าไม่เคยเห็นคนรูปงามขนาดนี้มาก่อน”
“อืม...ข้าก็เหมือนกัน ถ้าหากว่าเขาเดินอยู่ตามถนน เห็นทีหญิงสาวทั้งหลายคงจะตกตะลึงกันเป็นแถว” เซียงจวิ้นเอ่ยชื่นชม
“เซียงจวิ้น เจ้าคงมิได้เป็นต้วนซิ่ว หรอกนะ” ฉางตงเบือนหน้าไปมองสหาย สายตาของเขาดูตกใจเล็กน้อย
“ข้ามิใช่ แต่หากข้ายังไม่มีจิงจิงก็ไม่แน่ อาจจะคิดเปลี่ยนใจตอนได้เห็นท่านหมอฮัวนี่ล่ะ เจ้าก็ดูสิ บุรุษผู้นี้ทั้งผิวพรรณงดงาม ใบหน้าหวานฉ่ำ น่าสัมผัสลูบไล้”
ฉางตงทำปากจิ๊จ๊ะ ส่ายหน้าเบาๆ “พอๆ อย่าให้จิงจิงได้ยินเรื่องนี้เข้าเชียว นางอาจจะถอนหมั้นเจ้าก็ได้ ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายจิตใจญาติผู้น้องของข้าเด็ดขาด”
“เรื่องท่านหมอฮัวก็เหมือนกัน อย่าพูดให้จิงจิงได้ยินเด็ดขาด หากว่านางได้เห็นท่านหมอรูปงามผู้นี้เข้าเกรงว่านางอาจจะเปลี่ยนใจไปขอแต่งงานกับท่านหมอแทน”
*******************
