4 ยั่วรัก
“อื้บ!” พีรวิทย์อุทานเบาๆ ขณะประคองร่างบางลงบนเตียงหนานุ่ม เขาพลิกตัวเธอให้นอนในท่าที่สบายที่สุด ก่อนจะก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงสีทองระยิบระยับออกให้ ทว่าสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมนต์นภาที่ดูเหมือนจะไร้สติกลับขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล มือเรียวเอื้อมไปด้านหลังเพียงนิด ชุดเดรสสีแดงเพลิงที่รัดรึงอยู่ก็ถูกปลดออกและดึงลงมากองกับพื้นอย่างไม่ไยดี
พีรวิทย์ถึงกับตาค้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อพบว่าภายใต้ชุดนั้นเธอไม่ได้สวมบรา มีเพียงแผ่นแปะปิดส่วนยอดปทุมถันไว้เพียงบางเบา เผยให้เห็นผิวขาวผ่องนวลเนียนที่ล้อกับแสงไฟสลัวในห้องนอน
“อะไรกันวะเนี่ย... แม่เจ้าโว้ย!” เขาสบถในใจอย่างข่มอารมณ์ ร่างกายสาวที่ปรากฏแก่สายตานั้นร้อนแรงเกินกว่าที่ลูกผู้ชายคนไหนจะต้านทานไหว แสงและเงาที่ตกกระทบส่วนโค้งเว้ามันช่างเชิญชวนให้เขากระโจนเข้าหาเสียเหลือเกิน
แต่ชายหนุ่มยังคงพยายามรักษาเศษเสี้ยวแห่งสุภาพบุรุษเอาไว้ เขาคว้าผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นออกมาจากห้องน้ำ หวังจะช่วยซับใบหน้าให้เธอสร่างเมาบ้าง “คุณมนต์... เช็ดหน้าหน่อยนะครับ จะได้รู้สึกดีขึ้น”
ทว่ามนต์นภากลับไม่อยู่เฉย ในจังหวะที่เขาโน้มตัวลงมาหา เธอใช้แขนเรียวทั้งสองข้างโอบรอบลำคอแกร่งแล้วกระชากเขาลงมาทาบทับร่างของเธอทันที แรงดึงดูดจากคนตัวเล็กกว่าทำให้พีรวิทย์เสียหลัก ล้มลงไปนอนอยู่ใต้ร่างของหญิงสาวที่บัดนี้ดูเหมือนจะถูกเพลิงสวาทเข้าครอบงำ
“คุณ... คุณมนต์ หยุดก่อนครับ...” เขาร้องห้ามเสียงพร่า แต่กลับถูกริมฝีปากนุ่มที่เคลือบด้วยรสวิสกี้ปิดกั้นคำพูดทั้งหมดไว้
มนต์นภาถาโถมจูบเขาอย่างเงอะงะทว่าเร่าร้อน ลมหายใจร้อนระอุที่รินรดกันทำให้สติของพีรวิทย์กระเจิดกระเจิง กลิ่นกายสาวผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ช่างเป็นส่วนผสมที่มอมเมาเขาได้ดียิ่งกว่าสิ่งใด ชายหนุ่มเริ่มเปลี่ยนจากการถูกกระทำมาเป็นฝ่ายคุมเกม ลิ้นร้อนๆ ของเขาเกี่ยวกระหวัดตอบรับความหวานล้ำอย่างช่ำชอง ดูดดื่มความนุ่มนวลจนมนต์นภาส่งเสียงครางแผ่วในลำคอด้วยความซ่านหวิว
เขารวบรวมสติครั้งสุดท้ายที่เริ่มจะเลือนลาง ถอนจูบออกมาเพียงนิดแล้วกระซิบชิดริมฝีปากแดงฉ่ำ “ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะคุณ...”
“ทนไม่ไหวก็ทำสิคะ...” เสียงอ้อแอ้ทว่าเต็มไปด้วยการเชื้อเชิญนั้นคือฟางเส้นสุดท้าย
พีรวิทย์ไม่รอช้า เขาเลื่อนใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ใบหูเล็ก ขบเม้มหยอกเย้าจนหญิงสาวตัวสั่นสะท้าน มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาเลื่อนไปดึงขอบชั้นในตัวจิ๋วให้พ้นทาง ความเยือกเย็นที่เคยมีหายวับไปสิ้น เหลือเพียงไฟปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาคนทั้งสองให้มอดไหม้ไปพร้อมกันในค่ำคืนนี้
“อือออ...” เสียงครางเครือในลำคอที่ดังออกมาอย่างแผ่วเบา กลับเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงอารมณ์ของพีรวิทย์ให้ลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณดิบในกายชายหนุ่มตื่นตัวจนยากจะยับยั้ง เขาค่อยๆ แยกเรียวขาสวยที่เนียนละเอียดออกอย่างเชื่องช้า เพื่อเชยชมความงดงามเบื้องหน้าที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างไร้ที่ติ
“สวย... สวยไปทั้งตัวเลยมนต์” พีรวิทย์พึมพำชิดผิวเนื้อนุ่ม พรมจูบอย่างโหยหาไปทั่วใบหน้าหวานและซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นกายสาวที่มอมเมาเขาได้ดียิ่งกว่าวิสกี้ชั้นเลิศ มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยความชำนาญเลื่อนขึ้นมานวดเฟ้นทรวงอกอวบหยุ่น สลับกับการก้มลงดูดกลืนความหวานล้ำอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงที่ทำให้บรรยากาศยิ่งทวีความเร่าร้อน
“อือ... อ๊ะ!” มนต์นภาส่ายหน้าไปมาบนหมอนหนา ดวงตาปรือปรอยสะท้อนถึงความซ่านหวิวที่จู่โจมร่างกายนอกเหนือความควบคุม
พีรวิทย์ที่ตอนนี้ความต้องการพุ่งทะลุขีดจำกัด รีบจัดการสลัดอาภรณ์ของตนทิ้งไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำสมชายชาตรีที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยงาม ทว่าเขายังคงเหลือเศษเสี้ยวความรับผิดชอบสุดท้าย มือหนาคว้าซองถุงยางอนามัยในกระเป๋ากางเกงออกมาสวมใส่เพื่อป้องกันอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มกลับมาประคองร่างบางอีกครั้ง เขามองดูร่องรอยแห่งความงดงามที่ยังดูบริสุทธิ์ผุดผ่องจนใจหาย ‘นี่อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่เคย...’ ความคิดนั้นทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เพียงแค่เห็นร่างเล็กเบียดกายเข้าหาและเสียงลมหายใจที่กระหืดกระหอบ ความต้องการปลดปล่อยก็มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง
“คุณสวยเหลือเกินครับ...”
แม้เธอจะยังอยู่ในห้วงนิทราที่ปนเปด้วยฤทธิ์สุรา แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างซื่อตรง พีรวิทย์ก้มหน้าลงชิมรสชาติความหวานล้ำของเกสรดอกไม้ที่เบ่งบานอย่างกระหาย มนต์นภาสะดุ้งสุดตัว บิดสะโพกไปมาด้วยความทรมานปนเสียวซ่านที่เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก มือบางขยุ้มลงบนกลุ่มผมของเขาแน่นเพื่อระบายความรัญจวนใจที่อัดแน่นอยู่ในอก ในค่ำคืนนี้... เส้นกั้นระหว่างความถูกผิดถูกลบเลือนด้วยสัมผัสที่แผดเผา นำพาคนสองคนให้จมดิ่งลงสู่ห้วงมหาสมุทรแห่งความเสน่หาที่ไม่มีทางหวนคืน