บทที่ 3 ประสบเคราะห์ 2/2
ฉึก!
อามู่ถูกลูกดอกปักเข้าที่แขนอย่างจัง เขาดึงลูกดอกนั้นขึ้นมาก่อนจะเขวี้ยงใส่ตาของผู้เป็นเจ้าของอย่างแม่นยำ
"อ๊ากกก!!"
ตาข้างซ้ายพลันมืดสนิทในทันที เลือดสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาจากปากแผล จนอาบย้อมใบหน้าของหัวหน้าพ่อค้าเป็นสีแดงสด อามู่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะรีบหนีไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทว่าตัวเขาหนีมาได้ไม่ไกลนักก็ต้องทรุดไปกับพื้น ลูกดอกเมื่อครู่อาบยาพิษเอาไว้ด้วย อามู่กระเสือกกระสนไปทางหมู่บ้านจางที่อยู่ไม่ไกลนัก ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยเลือดเพราะบาดแผลฉกรรจ์ เขาคงมาไกลที่สุดได้เพียงแค่นี้แล้วสินะ
"คุณหนูของบ่าว... บ่าวมิอาจตามไปได้แล้วขอรับ… บ่าวขอโทษ" เสียงของอามู่เบาลงเรื่อย ๆ พร้อมกับดวงตาคู่คมที่ปิดสนิทลง
ทางฝั่งของซืออี้วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งมาถึงยังหน้าผาสูงชัน ด้านล่างมีแม่น้ำใหญ่ทอดตัวเป็นเส้นคดโค้งไปมา นางหันไปทางด้านหลังเมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าติดตามมา ในใจของซืออี้หวาดกลัวจับใจนักกลัวเหลือเกินว่าท่านลุงมู่จะเป็นอะไรไป ในชีวิตนี้นางเหลือเพียงท่านลุงมู่แค่คนเดียวเท่านั้น
"ฮึก ๆ ท่านลุงมู่จะต้องปลอดภัย ท่านลุงมู่จะต้องปลอดภัย"
ซืออี้ใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทิ้งไป นางจะไม่แสดงด้านที่อ่อนแอของตนเองออกมาอีกแล้ว หัวเล็ก ๆ พลันคิดหาทางรอด ทว่าเหมือนสวรรค์จะไม่ต้องการให้นางได้มีชีวิตอยู่ต่อไป เมื่อซืออี้หันหลังกลับไปต้องชะงัก เมื่อสายตาสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเหลืองอำพันที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ลำตัวขนาดใหญ่ปกคลุมไปด้วยขนสีดำสลับเทา ปากขนาดใหญ่อ้ากว้าง จนเห็นฟันแหลมคมที่พร้อมจะขบกัดนางได้ทุกเมื่อ น้ำลายหยดหนึ่งไหลลงมาช้า ๆ ราวกับกำลังแสดงว่ามันหิวโหยเพียงใด
ขนกายของซืออี้พลันลุกชันด้วยความหวาดกลัว แผ่นหลังเล็กเย็นวาบเมื่อกำลังเผชิญกับหมาป่าดุร้ายขนาดใหญ่ มันค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหาซืออี้ทีละก้าวอย่างใจเย็น นัยน์ตาสีเหลืองจับจ้องเหยื่อตรงหน้าไม่วางตา ขอแค่ซืออี้พลั้งเผลอมันก็พร้อมจะกระโจนเข้าตะครุบทันที
"ข้าไม่ยอมตายเพราะเดรัจฉานอย่างเจ้าหรอก"
ซืออี้ยืดแผ่นหลังให้ตั้งตรง นางขยับถอยหลังทีละก้าวโดยจ้องตาของหมาป่าไม่กะพริบ และในช่วงเวลานั้นนางก็กระโดดลงไปจากหน้าผาทันที ปลายทางของนางคือแม่น้ำอันกว้างใหญ่ที่อยู่เบื้องล่าง
"บรู๊ววว"
หมาป่ากระโจนไปยังตำแหน่งเดิมของซืออี้อย่างผิดหวัง มันก้มหมอบอยู่ตรงหน้าผาแล้วมองไปยังเบื้องล่าง ร่างเล็กๆ ของซืออี้ลอยละลิ่วก่อนจะจมหายไปในแม่น้ำ ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของหมาป่า เมื่อเห็นว่าเหยื่อหลุดรอดไปได้มันจึงเดินกลับไปยังที่ที่มันจากมา ไม่ได้สนใจที่จะกระโดดลงไปตายอย่างเช่นมนุษย์ตัวน้อย
หลายวันผ่านไป
"แค่ก ๆ"
ซืออี้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนศีรษะ และปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว นางพยายามจะขยับกายทว่ารู้สึกหนักอึ้งไปทั่วทั้งร่าง ก่อนที่จมูกเล็ก ๆ จะได้กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยเข้ามา
"ตื่นแล้วหรือ เจ้าหลับไปนานถึงเจ็ดวันเชียว"
น้ำเสียงแหบต่ำดังขึ้นมาจากร่างของหญิงชราที่มีผมสีดอกเลา ทว่าใบหน้าของนางกลับยิ้มแย้มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อคลี่ยิ้มให้กับซืออี้ด้วยความโล่งใจ
"ทะ ท่านยายเป็นคนช่วยชีวิตข้าหรือเจ้าคะ"
"ไม่ใช่ข้าหรอก แต่เป็นตาเฒ่าที่ชอบออกไปล่าสัตว์ต่างหาก เขาพบเจ้านอนหมดสติที่ริมฝั่งของแม่น้ำนู่น แล้วนี่เจ้าเป็นลูกหลานบ้านใดเล่า ป่านนี้พวกเขาคงจะเป็นห่วงเจ้าเต็มทีแล้ว หากดีขึ้นข้าจะให้ตาเฒ่าไปส่งเจ้าถึงบ้านเลย"
หญิงชราวางชามข้าวต้มที่หอมกรุ่นบนโต๊ะข้างเตียง นางเดินไปหยิบผ้ามาชุบน้ำแล้วเช็ดหน้าเช็ดตาให้กับเด็กน้อย ก่อนจะรินน้ำให้ดื่มอย่างช้า ๆ
"ทะ ที่บ้านของข้าไม่มีผู้ใดแล้วเจ้าค่ะ... ทุกคนตายกันหมดแล้ว ฮึก ๆ"
ซืออี้พลันร้องไห้โฮออกมาด้วยความเสียใจ ยิ่งร่างกายของนางอ่อนแอยิ่งทำให้จิตใจอ่อนไหวง่าย อีกทั้งเรื่องก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้เอง
หญิงชราเห็นเด็กน้อยร้องไห้มิยอมหยุดก็รีบเข้าไปกอดปลอบ ฝ่ามือที่แห้งเหี่ยวลูบเรือนผมดำยาวของซืออี้อย่างอ่อนโยน
"โอ๋ ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะ หากเจ้าไม่มีที่ไปก็อยู่กับข้าและตาเฒ่าเสียที่นี่เถิด ข้าจะเป็นครอบครัวใหม่ให้กับเจ้าเอง"
หญิงชราทั้งรู้สึกเอ็นดูและสงสารซืออี้ยิ่งนัก ด้วยเหตุนี้นางจึงอยากจะเมตตาเด็กน้อยที่เหมือนกับลูกนกพลัดถิ่น อีกอย่างตัวนางเองก็อยู่ที่นี่กับตาเฒ่าอย่างหงอยเหงา หากมีซืออี้มาอยู่ด้วยอีกคนก็คงจะดีไม่น้อย
"ฮึก ๆ แต่ข้ายังมีท่านลุงมู่ด้วยเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านลุงมู่เป็นอย่างไรบ้าง พวกเราหนีจากพ่อค้าทาสกันมาเจ้าค่ะ ข้าพลัดตกจากหน้าผา ไม่รู้ว่าท่านลุงมู่จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง"
ซืออี้ค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของท่านยายแปลกหน้าอย่างอ้อยอิ่ง แม้นางจะโหยหาใครสักคนที่จะมาโอบกอดนางเช่นนี้ ทว่าตอนนี้ความเป็นความตายของท่านลุงมู่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
"ข้าจะให้ตาเฒ่าช่วยสืบเรื่องของท่านลุงมู่อีกแรงหนึ่ง ตอนนี้เจ้าทานข้าวและทานยาเสียก่อนเถิด เจ้าอายุยังน้อยประสบเคราะห์หนักเช่นนี้จำต้องทานให้มากนอนให้มาก เข้าใจหรือไม่"
"เจ้าค่ะ"
ซืออี้ยิ้มรับ... นี่คือเป็นรอยยิ้มแรกของนาง หลังจากผ่านเรื่องราวเลวร้ายที่โหมกระหน่ำเข้ามามิหยุด ไม่รู้ว่านางจะยังสามารถยิ้มได้อีกบ่อย ๆ หรือไม่
