4 เฝ้ามองหรือจับผิด
วันต่อมาพลอยนัชชาก็มาทำงานที่คลังสินค้าตั้งแต่เช้า พอถึงเวลาพักก็นั่งทานอาหารที่น้านลินีเตรียมมาก่อนจะเริ่มงานอีกครั้งในช่วงบ่าย
ภายในคลังสินค้า 3 อากาศร้อนอบอ้าวราวกับเตาอบเพราะเป็นจุดพักสินค้าชั่วคราวก่อนจะย้ายเข้าคลังสินค้าหนึ่งและสองพลอยนัชชาต้องปีนบันไดเหล็กขึ้นไปนับลังสินค้าที่ซ้อนกันสูงท่วมหัว เหงื่อเม็ดไหลซึมตามไรผมจนเสื้อเชิ้ตสีขาวเริ่มเปียกแนบไปกับแผ่นหลังความเมื่อยล้าเริ่มเข้าจู่โจม แต่ภาพใบหน้าของภูตะวันลูกชายก็คือแรงฮึดเดียวที่ทำให้เธอยังคงตำงานต่ออย่างไม่มีถอย
ในขณะเดียวกันที่ห้องทำงานของภูผาก็นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดในคลังสินค้า เขาเห็นหญิงสาวที่กำลังพยายามยกกล่องสินค้าหนัก ๆ ด้วยท่าทางทุลักทุเล มือที่ถือปากกาอยู่เผลอกำแน่นจนมันแทบจะหักคามือ
‘ทำไมถึงยังดื้อด้านขนาดนี้ แค่ขอร้องฉันสักคำหรือแค่บอกว่ายอมแพ้และขอโทษที่ทิ้งฉันไปหาคนอื่นฉันก็อาจจะใจอ่อน’ เขาคิดในใจด้วยความสับสน
แต่แล้วสายตาของเขาก็ต้องแสดงความไม่พอใจเมื่อเห็นในหน้าจอว่าวินัยเดินเข้าไปหาพลอยนัชชา พยายามจะช่วยพยุงเธอตอนลงจากบันได แต่มือของมันกลับจงใจจับไปที่เอวบางของหญิงสาว
ภูผาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที ความแค้นที่สั่งสมมาถูกแทนที่ด้วยความหึงหวงที่รุนแรงกว่า
.....
คลังสินค้า
“อุ๊ย!.... หัวหน้าคะ นัชชาจัดการเองได้ค่ะ” นัชชารีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของวินัยด้วยความรังเกียจ
“พี่อยากช่วย เห็นว่าไม่เคยทำงานหนักแบบนี้มาก่อน”
“ค่ะนัชชาไม่เคยทำงานนี้มาก่อนแต่นัชชาก็อยากทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แล้วหัวหน้ามาใกล้ชิดนัชชาแบบนี้คงไม่เหมาะมั้งคะ” เธอพยายามปฏิเสธเธอย่างสุภาพ
“อย่าหวงตัวไปหน่อยเลยนัชชา พี่รู้เธอมีลูกแล้วและชีวิตก็ลำบากทำดีกับพี่ไว้สิ จะได้ทำงานสบายพี่ว่าเราสองคนน่าจะ....” วินัยยังไม่ทันพูดจบ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินก้าวเข้ามาในคลังสินค้าก็ทำเอาพนักงานแถวนั้นพากันก้มหน้าก้มตาทำงาน
“งานที่สั่งไว้เสร็จแล้วเหรอวินัย ถึงได้มีเวลามาช่วยพนักงานใหม่นับของ” น้ำเสียงทรงอำนาจทำให้วินัยสะดุ้งสุดตัว ภูผาหยุดเดินใบหน้าเขาบึ้งตึงจนน่ากลัว
“ทะ....ท่านรองประธาน ผมแค่เห็นนัชชาเขาดูเหนื่อย ๆ เลยจะช่วย พอดีเธอยังไม่ชินกับงานนี้ครับ” วินัยรีบแก้ตัวหน้าซีด
ภูผาหันไปมองพลอยนัชชาที่ยืนหน้าซีดเซียว เหงื่อท่วมตัว ใบหน้าสวยที่เคยนวลเนียนบัดนี้เต็มไปด้วยเหงื่อ ใจหนึ่งเขาอยากจะคว้าตัวเธอออกมาจากที่นี่ แต่อีกใจหนึ่งกลับย้ำเตือนตัวเองถึงความเจ็บปวดในอดีต
“แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอนัชชา นี่ยังไม่ได้ครึ่งของความเหนื่อยที่ฉันต้องเจอตอนอยู่ต่างประเทศคนเดียวเลยนะ” ภูผาเดินเข้าไปใกล้เธอจนได้กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ผสมกับกลิ่นตัวหอมละมุนของเธอทำให้เขาเผลอสูดหายใจเข้าลึก
“ฉันไม่ได้บ่นว่าเหนื่อยสักคำนะคะ ถ้าท่านรองไม่มีธุระอะไร ฉันขอทำงานต่อให้เสร็จ” พลอยนัชชาตอบกลับด้วยเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น เธอต้องทำให้เขาเห็นว่าเธอมีความสุขดีแม้จะไม่ใช่งานที่เธอชอบก็ตาม
“ปากดี งั้นก็นับให้เสร็จก่อนบ่ายสาม ถ้าขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียว เธอต้องอยู่ทำโอทีเฝ้าโกดังนี่คนเดียวทั้งคืน”
ภูผาทิ้งคำสั่งไว้ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้พลอยนัชชายืนมองตามด้วยสายตาตัดพ้อ เธอไม่รู้เลยว่าเมื่อเขาพ้นสายตาเธอไปภูผาก็รีบควักโทรศัพท์ออกมากดสั่งการบางอย่างทันที
“คุณพรทิพย์ผมว่าติดแอร์เพิ่มที่คลัง 3 หน่อยนะ ผมว่ามันร้อนไปหน่อยสินค้าเราจะเสียหายได้” ภูผาเอาสินค้ามาอ้างทั้งที่เขาทำไปเพราะสงสาร
“แต่คลังนั้นเป็นแค่จุดพักสินค้าเองนะคะ”
“ผมรู้ แต่บางครั้งเราก็พักสินค้านานเป็นวันเลยนะ ตอนนี้สินค้าเราเยอะมากขึ้นถ้าเสียหายขึ้นมาผมว่ามันไม่คุ้มเอานะครับ”
“ได้ค่ะ ทิพย์จะรีบจัดการให้ค่ะ”
“มีอีกอย่างนะ ผมฝากกำชับหัวหน้าฝ่ายสต๊อกด้วยว่าอย่าทำรุ่มร่ามกับพนักงานหญิง” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความหงุดหงิด ถึงแม้เขากับเธอจะเลิกกันไปนานแต่ภูผาก็ไม่ชอบเห็นใครรังแกหรือเอาเปรียบเพราะสิ่งนั้นเขาจะเป็นคนทำกับเธอเอง
“คนไหนคะท่านรอง”
“ก็ทุกคนนั่นแหละ ผมไม่อยากให้มีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นในที่ทำงาน”
“ได้ค่ะ ทิพย์จะบอกให้ แล้วบ่ายนี้ท่านรองจะเข้ามาอีกไหมคะ”
“คงไม่แล้วล่ะ คุณมีอะไรด่วนก็โทรเข้ามือถือผมได้เลยนะ”
เวลา 17.00 น.
ขณะที่พลอยนัชชากำลังตรวจสอบรหัสสินค้า เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ก็ดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับเงาร่างสูงที่ทอดทับลงมา
“ดูเหมือนงานที่นี่จะเหมาะกับเธอดีนะ งานที่ต้องใช้แรง มากกว่าใช้สมอง”
หญิงสาวชะงักมือ เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ภูผายืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาเย็นชา เขาจงใจมาตรวจงานเพื่อจะดูความพ่ายแพ้ของเธอ
“ถ้าคุณมาเพื่อจะดูว่าฉันร้องไห้หรือยัง คุณคงผิดหวังค่ะ” เธอตอบโดยไม่หันไปมอง พยายามประคองกล่องในมือไว้
“ปากดี แต่เหงื่อท่วมตัวเชียวนะหรือว่าจริง ๆ แล้วเธอถนัดงาน ใช้แรงอยู่แล้ว”
พลอยนัชชาไม่สนใจคำพูดของเขาหญิงสาวยังคงตั้งใจทำงานต่ออย่างไม่พัก
“เห็นแข็งแรงแบบนี้สงสัยคงต้องย้ายไปแผนกอื่นที่ลำบากกว่านี้”
“ท่านรองคะ ถ้าคุณเกลียดฉันนักก็แค่ไล่ฉันออก ไม่ต้องมาใช้วิธีสกปรกแบบนี้”
“ไล่ออกมันง่ายไปสำหรับคนอย่างเธอ ฉันอยากเห็นเธอคลานมาอ้อนวอนขอลาออกเองมากกว่า ผัววิศวะของเธอคงให้เงินใช้ไม่พอใช่ไหมล่ะที่ถึงได้ต้องมาทนทำงานที่นี่หรือว่าที่ทำงานหนักเพราะอยากจะเอาไปปรนเปรอผัวกันล่ะ” ภูผาก้าวเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางสินค้า
“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะท่านรอง” พลอยนัชชาเม้มปากแน่น
“ทำไม พูดยังไม่ออกเหรอหรือว่าความจริงมันค้ำคอ” เขายังคงพูดจาถากถางและเมื่อเห็นเธอโกรธก็ยิ่งสนุก