6
“ผัวกับแฟนใครสำคัญกว่ากัน” ประโยคของเขาทำให้เธออ้าปากค้าง ก่อนที่ร่างสูงจะกอดร่างบางเอาไว้แน่นจากด้านหลัง
“นี่ปล่อยนะคะคุณอธิป”
“เรียกฉันว่าพี่อธิปเหมือนสมัยก่อน”
“เรียกแล้วจะปล่อยใช่ไหมคะ”
“ต้องดูอารมณ์ก่อน” เขาพูดกวน
“งั้นไม่เรียก อื้อ...” เธอโดนหมุนกายไปหาก่อนจะบดจูบอย่างดูดดื่ม
“ไม่เรียกโดนทำโทษ ถ้าเรียกจะคิดดูก่อน”
“พี่อธิป” เธอรีบเรียกก่อนจะปิดปากตัวเองเอาไว้
“รับสิ มันโทร. มาหลายสายแล้วนะ บอกว่าต้องกินข้าวกับผัว ไม่ว่างกินข้าวกับชู้ ไม่รับงั้นฉันรับเอง”
“เอาโทรศัพท์มานี่นะคะ” เธอกระโดดเพื่อแย่งโทรศัพท์จากมือของเขา ในขณะที่เขาชูขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะกดรับและเปิดลำโพง
“จุ๊ ๆ เสียงดังเดี๋ยวชู้ก็ได้ยินหรอก” เธอทำปากจุ๊ ๆ ก่อนที่จะกระซิบที่ริมหู ทำให้เธอต้องปิดปากเงียบ
“พี่รออยู่หน้าบริษัทแล้วนะครับ เดี๋ยวเราไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือร้านประจำกัน”
“ลลินไม่ว่าง มีงานเร่ง”
“คุณเป็นใคร”
“บอกเขาไปสิว่าฉันเป็นใคร” อธิปเลิกคิ้วให้เลขาคนสวย เธอหน้าแดงก่อนที่จะแย่งโทรศัพท์ไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขายอมปล่อยแต่โดยดี
“พี่ณุคะ พอดีมีงานด่วน ไม่สะดวกออกไปกินข้าวกลางวันกับพี่ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“งานอะไร นี่มันเวลาพัก”
“เอ่อ... พอดีลินทำงานพลาดน่ะค่ะ ต้องแก้งาน เดี๋ยวลินว่าจะหาอะไรกินที่ศูนย์อาหารของบริษัทน่ะค่ะ ต้องขอโทษพี่ณุด้วยนะคะ อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อเขาแย่งโทรศัพท์ไปจากมือก่อนจะกดวางสาย
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด…
“นี่คุณ อื้อ...” เธอโดนจูบเต็มเหนี่ยวก่อนที่เขาจะปล่อยและยกคิ้วอย่างยียวน
“พี่... พี่อธิป ทำไมเสียมารยาทแบบนี้คะ” เธอรีบเปลี่ยนสรรพนามเพราะรู้ดีว่าเขาลงโทษด้วยการจูบเพราะอะไร
“ใครกันแน่เสียมารยาท คุยกับชู้ต่อหน้าผัว”
“พี่ไม่ใช่”
“อะไรที่บอกว่าไม่ใช่ เราเอากันตั้งหลายยก หรือว่าต้องให้ทวนความจำ”
“ลินหิวแล้วค่ะ”
“ฉันสั่งอาหารเอาไว้แล้ว กินด้วยกันที่นี่แหละ” ไม่นานประตูห้องก็ถูกเคาะ คนสนิทของเขานำอาหารมาส่ง
ลลินมองราดหน้าทะเลยอดผักร้านประจำที่สมัยก่อนเขาเคยพาเธอไปกินก็มองหน้าเขานิ่ง
เขายังจำได้เหรอว่าเธอชอบกินราดหน้ายอดผักร้านนี้
“วันนี้ฉันอยากกิน ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ อย่าคิดเข้าข้างตัวเองล่ะ ไปจัดใส่จานสิ”
“ค่ะ” ลลินรับคำ หัวใจเต้นแรง
เธอนั่งกินราดหน้าร้านโปรดเงียบๆ แต่ก็เหลือบมองคนหน้านิ่งเย็นชากินไปด้วย ไม่คิดว่าคนรวยแบบเขาจะใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนสมัยก่อนไม่มีผิด ตอนเรียนมหาวิทยาลัย แม้เขาจะร่ำรวยเพียงใด แต่ก็ใช้ชีวิตติดดิน วันนั้นเธอเข้าใจเขาผิดไหมนะ พอมาคิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้ เธอรู้สึกว่าเธอยังเด็กมาก ความจริงน่าจะถามเขาให้แน่ใจ มากกว่าเชื่อพิมพ์ชนก เธอไม่ได้คิดว่าพิมพ์ชนกโกหก เพื่อนอาจได้ยินข่าวลือมาจริง แต่ข่าวลือนั้นจะจริงหรือไม่ เธอควรถามอธิปให้รู้เรื่องมากกว่าจะปฏิเสธเขาและลาจากกันแบบค้างคาเช่นนั้น
แต่จะให้พูดถึงเรื่องวันนั้นเธอก็ไม่กล้าเอ่ยปาก กลัวไปสะกิดแผลใจของเขา
วันนั้นเธอทำงานอย่างเหนื่อยล้า รับรู้ไปโดยปริยายว่าโดนเขาแกล้งเข้าให้แล้ว แต่เพื่องานเพื่อเงิน เพื่อครอบครัวเธอต้องอดทน
รุ่งเช้าของวันใหม่ ลลินเดินเข้ามาในห้อง CEO ด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อวานผ่านไปได้ด้วยดี วันนี้ก็เช่นกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็จะสู้ให้ถึงที่สุด แต่ก่อนที่เธอจะนั่งลงทำงาน ก็ได้ยินเสียงเย็นชาพูดขึ้นเสียก่อน
“ย้ายโต๊ะของเธอเข้ามาในห้องนี้เลย”
ลลินชะงัก ทำหน้าเหลอหลาเมื่อพนักงานย้ายโต๊ะทำงานเข้าไปในห้องทำงานของอธิป
“นี่มันอะไรกันคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงุนงง
“ฉันต้องการให้เลขาอยู่ใกล้ ๆ” เขาพูดสั้น ๆ แล้วก้มลงมองเอกสารต่อ ไม่สนใจสีหน้าตกใจของเธอ
พนักงานย้ายโต๊ะของเธอเข้ามาในห้องทำงานขนาดใหญ่โดยตั้งไว้ห่างจากโต๊ะ CEO ไม่ถึงสามเมตรและจากนั้น ฝันร้ายก็เริ่มต้น อธิปใช้งานเธอไม่ยั้ง
รายงานห้าชุด ประชุมสามรอบ โทรศัพท์จากหุ้นส่วนยี่สิบสาย สัญญาที่ต้องตรวจห้าสิบหน้า กาแฟดำเปลี่ยนใหม่สามครั้ง
ลลินทำงานจนหัวหมุน มือสั่น หลังเหงื่อซึม แต่เธอกันฟันทนจนกระทั่งบ่ายสามโมงครึ่ง ห้องทำงานเงียบสงัด
อธิปลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอ มือใหญ่จับไหล่บางดึงให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วกดร่างบางลงกับโซฟาหนังตัวยาวทันที
“พี่อธิป” ลลินตกใจ ดิ้นรนขัดขืนเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรอุกอาจในห้องทำงานเช่นนี้
“เงียบ” เขาก้มลงจูบเธออย่างดุเดือด แทรกลิ้นเข้าไปดูดกลืนอย่างหิวโหย มือใหญ่กระชากกระดุมชุดสูทจนหลุดกระเด็น กระโปรงถูกดึงขึ้นสูง กางเกงในถูกดึงลงในชั่วพริบตา
“อ๊ะ! ไม่นะ พี่อธิป พี่จะทำอะไรของพี่นี่” ลลินเอ่ยถามเสียงสั่น
“เอาเธอไง วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันอยากปลดปล่อย”
“พี่จะแกล้งลินไปถึงไหนคะ ลินจะไม่ยอมพี่อีกแล้ว”
คำว่า “จะไม่ยอมอีกแล้ว” ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากน้อย ทำให้ดวงตาของอธิปวาววับขึ้นทันที
เขาถอดเข็มขัดและกางเกงออกอย่างรวดเร็ว ร่างกายกำยำเปลือยเปล่ากดทับเธอเต็มเหนี่ยว
“จะไม่ยอมอีกแล้วงั้นหรือ”
“ใช่ค่ะ”
“ถ้ามีความสามารถก็ลองแสดงให้ดูหน่อยสิว่าจะไม่ยอมอีกแล้วยังไง”
“นี่อย่านะ อย่าถอดนะ” ลลินโวยวายลั่นอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจู่ ๆ เขาจะเข้ามาจู่โจมเธอรวดเร็วขนาดนี้
“เรียกพี่อีกครั้งสิลลิน ฉันอยากให้เธอเรียกฉันว่าพี่เวลาฉันเข้าไปอยู่ในตัวเธอ” เขากัดฟันกรอด แล้วดันความแข็งแกร่งร้อนผ่าวเข้าไปในตัวเธอจนมิดโคน
“อ๊า...” ลลินร้องเสียงหลง น้ำตาไหลพราก
อธิปจูบซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระแทกสะโพกกำยำเข้าออกอย่างดุเดือด ไม่มีจังหวะให้เธอได้หายใจ ทุกครั้งที่ดันลึกสุด เขาจะกระซิบเสียงแหบพร่า
“ของพี่ น้องเป็นของพี่คนเดียว”
ลลินครางสะอึกสะอื้น ร่างกายสั่นเทาเสร็จสมอารมณ์ก่อนเขาเล็กน้อย ก่อนที่อธิปจะปล่อยน้ำรักร้อนฉ่าเข้าไปในร่องสาวจนหมดแม็กซ์
ลลินกอดเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นไว้แน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น เนื้อตัวเปลือยเปล่าอยู่บนโซฟา ใบหน้าซ่อนอยู่ในฝ่ามือด้วยความอาย ไม่คิดว่าเขาจะล่วงเกินเธออีก
อธิปนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ มือใหญ่ยกคางนุ่มขึ้นเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา แต่สายตาคมกริบยังวาววับด้วยความปรารถนาและชัยชนะที่เปิดเผย
“เป็นเลขาของฉัน ก็ต้องทำได้ทุกอย่าง” เขาพูดเสียงเย็นชา ลลินน้ำตาไหลพราก
“พี่ยังโกรธเรื่องตอนนั้นอยู่อีกใช่ไหมคะ เรื่องที่ลินปฏิเสธพี่” อธิปยิ้มมุมปาก
“เรื่องไร้สาระแบบนั้นใครจะไปสนใจ มันตั้งนานมาแล้ว” เขาพูดอย่างเย็นชา แต่นั่นทำให้เธอรู้ว่าเขาสนใจ
