2
“พี่อธิปน่ะสิ เขาเป็นเสือผู้หญิงตัวจริงเลย ฟันแล้วทิ้งมานักต่อนักแล้ว รุ่นพี่ทั้งมหาวิทยาลัยเขารู้กันทั้งนั้น พี่อธิปเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก บางคนถูกเขาทิ้งแล้วคิดสั้น น่าสงสารสุด ๆ อาศัยว่าบ้านรวยแล้วใช้เงินปิดปาก”
ลลินตัวแข็งทื่อ มือที่ถือช้อนสั่นเล็กน้อย ภาพรอยยิ้มอบอุ่นและมือใหญ่ที่เคยจับไหล่เธอในวันแรกผุดขึ้นมาในหัว
“และที่หนักกว่านั้น” พิมพ์ชนกลดเสียงลงอีก
“ได้ยินข่าววงในมาว่า พี่อธิปพนันกับเพื่อน ๆ ว่าจะจีบเด็กปีหนึ่งให้ติด ถ้าตกลงเป็นแฟนด้วย จะกลายเป็นตัวตลกของทั้งมหาวิทยาลัยเลยนะ เขาทำแบบนี้บ่อย”
ลลินกลืนน้ำลายเสียงดัง หัวใจที่เคยสั่นไหวด้วยความดีใจในวันแรก ตอนนี้กลับหนักอึ้งด้วยความผิดหวัง เธอไม่เคยซอกแซกเรื่องใคร ไม่เล่นโซเชียล ไม่รู้ข่าวลือใด ๆ เธอเชื่อคำพูดของเพื่อนที่หวังดีคนนี้อย่างสนิทใจ
“ขอบคุณที่เตือนนะพิมพ์ ฉันจะระวังตัวให้มากขึ้น”
ลลินยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนถูกมีดแทงตัดขั้วหัวใจ
ตั้งแต่วันนั้น ลลินเริ่มถอยห่างจากอธิปแต่อธิปยังคงดูแลเธออย่างไม่ลดละ
ทุกเช้าเขาจะส่งสรุปวิชาที่เธออาจจะไม่ทันบันทึกให้ทางไลน์
บ่าย ๆ เขาจะซื้อข้าวกล่องโปรด ไก่ทอดราดน้ำจิ้มแจ่วที่เธอเคยบอกว่าชอบ วางไว้ที่โต๊ะเรียนของเธอเงียบ ๆ
ตอนเย็นเขาชวนเธอไปห้องสมุดเพื่อช่วยสอนวิชาคณิตศาสตร์
ช่วงเย็นในห้องสมุดที่ไร้ผู้คน อธิปนั่งติดกับเธอ ไหล่กว้างของเขาชิดใกล้จนลลินได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายหอมกรุ่น และแฝงไปด้วยอบอุ่น มือใหญ่ของเขาชี้ตรงตำรา ขณะที่สายตาคมกริบมองใบหน้าของเธอไม่วาง
“ตรงนี้เข้าใจไหม” เสียงทุ้มนุ่มหู เอ่ยถามใกล้หู ลลินหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าลงต่ำด้วยหัวใจหวั่นไหว
“เข้าใจแล้วค่ะพี่ ขอบคุณมาก”
เธออยากถามเรื่องข่าวลือตรง ๆ แต่กลัวจะเสียมารยาท จึงได้แต่เงียบและถอยห่างออกมาเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่อธิปเข้าใกล้
อธิปเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น สายตาที่เคยเป็นประกายเมื่อเจอเขา ตอนนี้กลับหลบสายตาเขาเสมอ รอยยิ้มที่เคยหวานหยด ตอนนี้กลับบางเบาและแข็งทื่อ แต่เขายังไม่ยอมแพ้ เพราะยิ่งเห็นเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งอยากเข้าใกล้มากขึ้น ส่วนพิมพ์ชนกที่นั่งมองจากระยะไกล ยิ้มเยือกเย็นอย่างพึงพอใจ
ใกล้สิ้นภาคเรียนปีสี่ของอธิป อากาศเย็นลงทุกค่ำคืน ใบไม้ในมหาวิทยาลัยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง
ลลินยังคงใช้ชีวิตวนเวียนระหว่างห้องเรียน หอพัก และห้องสมุด เธอพยายามลืมรอยยิ้มของอธิปและคำเตือนของพิมพ์ชนก แต่ยิ่งพยายามลืม ภาพใบหน้าคมเข้มและมือใหญ่ที่เคยช่วยยกกระเป๋าให้เธอกลับยิ่งชัดเจนขึ้น
คืนวันศุกร์ ฝนเพิ่งหยุดตก เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตหรูสีดำเงาวับดังก้องเบา ๆ หน้าหอพักหญิง
อธิป วัฒนโชติสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบหรู รัดรูปพอดีกับกล้ามเนื้ออกกว้างและไหล่กว้าง ผมดำเปียกฝนเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มใต้แสงไฟสีส้ม
เขาเดินลงจากรถ มือข้างหนึ่งถือช่อกุหลาบสีแดงสด หอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ
ลลินกำลังเดินลงบันไดหอพักเพื่อไปซื้อนมที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ พอเงยหน้าขึ้นก็ต้องชะงักค้าง
“พี่อธิป” เสียงเธอสั่นระรัว ดวงตาโต ๆ เบิกกว้างด้วยความตกใจ
อธิปยืนตรง มองตรงเข้าไปในดวงตาของเธอ ไม่ยอมหลบสายตาแม้แต่น้อย กลิ่นกุหลาบแดงผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายหอมเย้ายวน ลอยมาแตะจมูก เขาก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ จนลลินต้องถอยหลังติดกำแพงหอพัก
“ลลิน” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังนุ่มแต่หนักแน่น
“พี่รอไม่ไหวแล้ว” เขายื่นช่อกุหลาบแดงให้เธอ มือใหญ่แตะนิ้วเรียวยาวของเธอเบา ๆ ด้วยสัมผัสอ่อนโยน
“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน พี่ก็ตกหลุมรักเธอแล้ว ไม่ใช่เพราะเป็นพี่รหัส ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เพราะน้องทำให้พี่หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่น้องยิ้ม พี่อยากดูแลน้องไปตลอดชีวิต ให้โอกาสพี่ได้พิสูจน์ว่าพี่รักน้องจริง ๆ ได้ไหม เป็นแฟนกับพี่นะครับ”
อธิปก้าวเข้าไปอีกนิด ร่างสูงใหญ่ของเขาบังลมหนาวที่ปะทะร่างอรชรของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาปะทะแก้มนุ่ม
“พี่อยากเป็นแฟนกับน้องจริง ๆ อยากพาน้องไปกินข้าว อยากพาน้องเที่ยว อยากพาไปพบครอบครัวของพี่ น้องจะให้โอกาสพี่ได้ไหม”
ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องใบหน้าหวานละมุนของเธอ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจและความปรารถนาที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด
ริมฝีปากหยักหนาของเขาอยู่ใกล้จนลลินเกือบรู้สึกถึงความอบอุ่นนั้น
หัวใจลลินเต้นแรงจนแทบโลดออกมาจากอก ภาพช่อกุหลาบแดงที่สวยงาม ใบหน้าหล่อเหลาของเขา และคำสารภาพที่หวานจนล้ำ ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง
แต่คำพูดของพิมพ์ชนกดังก้องอยู่ในหัว
“พี่อธิป ขอโทษค่ะ” เธออึกอักอ้ำอึ้งเพราะตกใจ ไม่คิดว่าจู่ ๆ เขาจะมาสารภาพรักเช่นนี้ แม้ตลอดเขาจะมีท่าที แต่ก็ไม่เคยสารภาพตรง ๆ เช่นนี้ และเธอก็พยายามหลบเลี่ยงเขามาตลอด
“ลิน... ลินยังไม่พร้อมคบใคร ลินอยากตั้งใจเรียนก่อนน่ะค่ะ ยังไม่อยากมีความรัก ขอโทษพี่อธิปจริง ๆ นะคะ” อธิปยืนนิ่งราวกับถูกฟ้าผ่า ใบหน้าคมเข้มซีดลงในพริบตา รอยยิ้มมุมปากที่เคยมั่นใจหายไปหมด ดวงตาที่เคยเปล่งประกายกลายเป็นความเจ็บปวดและอับอายที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต
เขายิ้มฝืด ๆ มือใหญ่ที่ถือช่อกุหลาบสั่นเล็กน้อยก่อนจะวางมันลงบนพื้นช้า ๆ กลีบกุหลาบแดงตกกระจายทั่วพื้น
“เข้าใจแล้ว” เสียงเขาแผ่วเบาและแหบพร่า
“พี่จะไม่รบกวนน้องอีก” อธิปหันหลังเดินจากไปทันที โดยไม่หันกลับมามองมองอีก แต่ละก้าวของเขาดูหนักหน่วง ไหล่กว้างห่อลงอย่างเห็นได้ชัด คล้ายทนกับความผิดหวังไม่ได้
ภายใต้แสงไฟ ลลินทรุดตัวลงนั่งกับพื้น น้ำตาไหลพราก เธอกอดเข่าตัวเองแน่น มือเล็ก ๆ สัมผัสกลีบกุหลาบที่ยังอบอุ่นจากมือของเขา
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมพี่ต้องหลอกลินด้วย” เธอร้องไห้เงียบ ๆ
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วมหาวิทยาลัยภายในคืนนั้น
“เด็กปีหนึ่งนั้นโง่จริง ๆ ปฏิเสธอธิป”
“บ้านจนขนาดนั้น ยังเลือกอีกเหรอ พี่อธิปหล่อ บ้านรวย เรียนเก่ง นักกีฬามหาวิทยาลัยเลยค่ะ”
“ยายนั่นคงไม่รู้ตัวเองว่าพลาดอะไรไป”
ลลินไม่รู้เรื่องข่าวลือเหล่านั้น เธอเพียงแค่ปิดไฟในห้องนอน กอดหมอนร้องไห้เงียบ ๆ จนหลับไปด้วยหัวใจที่แตกสลาย มีเพียงพิมพ์ชนกที่คอยปลอบโยนด้วยข้อความดี ๆ ทำให้สบายใจขึ้น
ส่วนอธิป เขาขับในรถสปอร์ตกลับบ้าน มือกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน สายตาคมกริบจ้องมองหอพักของเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเหยียบคันเร่งจากไปด้วยความเจ็บปวดความอับอายครั้งนี้ เขาจะไม่มีวันลืม
หลังคืนสารภาพรักนั้น ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อธิปหายไปจากชีวิตของลลินโดยสิ้นเชิง ไม่มีข้อความ ไม่มีสรุปวิชา ไม่มีข้าวกล่องวางไว้ที่โต๊ะอีกต่อไป แม้แต่ในมหาวิทยาลัย เธอก็ไม่เคยเห็นเงาของเขาอีกเลย
เขาจบการศึกษาและกลับไปช่วยงานบริษัทครอบครัว “วัฒนโชติกรุ๊ป” ทันที ราวกับพยายามตัดขาดจากความทรงจำที่ทำให้เขาอับอายที่สุดในชีวิต
ลลินยังคงเรียนต่อปีสอง ปีสาม ปีสี่ อย่างขยันขันแข็ง เธอไม่สนใจอะไรอีก มีผู้ชายมาจีบบ่อยครั้ง แต่เธอกลับปฏิเสธและถอยห่าง
