Ep2 เรื่องไม่คาดฝัน
“ว๊ายยยยยยย!!”
เสียงของมีนรดาดังลั่น พร้อมกับเสียง โคร่มมม!! ที่สะเทือนไปทั้งรถ
โคร่มมม!!
“ว่าแล้ววว…”
เสียงขวัญข้าวบ่นพึมพำในลำคอเมื่อชนเข้าอย่างจังกับรถสปอร์ตคันหนึ่งตรงวงเวียนใหญ่หน้ามหาลัย คนขับไม่ได้เหวอ แต่ตกใจนิดหน่อย แล้วรีบเปิดประตูลงมา
ทันทีที่ขวัญข้าวเห็นใครบางคนก็นิ่งอึ้งไปเลย คือเขา... หล่อชะมัด ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเทาเข้ม กางเกงขายาวเรียบเนี้ยบ ผมสีน้ำตาลเข้มเซตแบบไม่ตั้งใจ กับความสูงที่แบบว่า โอ้แม่เจ้า…สูงมากกกก อย่างกับดาราจีน ใบหน้าเฉียบคมแฝงความเย็นชาอยู่หน่อยๆ ดวงตาคู่นั้นตวัดมองรถที่เพิ่งเฉี่ยวกัน...ก่อนจะหันมาสบตาหญิงสาวอีกคนที่กำลังเปิดประตูลงมาใหม่
ขวัญข้าวเดินไปดูข้างๆ รถก่อนทำหน้าเสีย มีหวังพ่อให้คนที่บ้านคอยมาตามรับตามส่งเธอแน่งานนี้
“โอ๊ยยยย! บ้าจริง! ฉันเบรกแล้วนะ ทำไมนายไม่ชะลอเลยล่ะเนี่ย!” เธอแหวจิกเขาเบาๆ
“คุณขับเร็วไปหน่อยนะครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ
“….”
“ก็ทางมันโล่งอะ” ขวัญข้าวว่าอย่างหัวเสียเล็ก ๆ
ชายหนุ่มปรายตามองขวัญข้าวด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะเบือนกลับมาสบตากับหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้กว่าใกล้จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ หญิงสาวตัวเล็ก ผิวขาวจัด ริมฝีปากเม้มแน่น สายตาเหมือนจะหลบ แต่กลับกล้าสบตาเขาอย่างดื้อรั้นอยู่ลึก ๆ มือทั้งสองของเธอจิกบีบกันแน่น แน่นจนซีดขาวราวกับไก่ต้ม
เธอกลัวเหรอ... หรือแค่ประหม่า…เขาคิด
เขาเผลอจ้องเธออยู่นาน นานพอให้เจ้าตัวสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อหันไปประสานกับสายตาคมของเขาอีกครั้ง
“คุณ...โอเคมั้ย?” เขาถามเบา ๆ ไม่ใช่กับขวัญข้าว แต่กับเธอนั่นแหละ…มีนรดา
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“ข่ะ...ค่ะ ฉัน…โอเคค่ะ” เธอตอบน้ำเสียงตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นเต้นที่เห็นคนตัวสูงใบหน้าหล่อ หรือว่ายังตกใจกับสถานการณ์เมื่อครู่กันแน่
เขาหันมาถามเจ้าตอต้นเรื่องด้วยน้ำเสียงเย็นเรียบอีกตามเคย “คุณจะเรียกประกันเอง หรือจะให้ผมจัดการให้?” เขาถามเจ้าของรถด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม
ขวัญข้าวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“คุณเรียกก็ได้ค่ะ” เธอตอบโล่งพร้อมถอนลมหายใจ
“งั้น...ขอไลน์ไว้ติดต่อหน่อย พอดีผมมีธุระต้องไป” เขาพูดพลางปรายตามอง ‘มีนรดา’ อีกครั้ง ดวงตาคมเข้มนั่นสบตาเธอราวกับจะจับจ้องบางอย่างไว้
“เอาไลน์คุณมา เดี๋ยวฉันสแกน” ขวัญข้าวแทรกขึ้นพลางยื่นมือไปทำท่าขอโทรศัพท์จากเขา
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดคิวอาร์โค้ดและยื่นมือถือให้เธอ แต่พอขวัญข้าวควานหาโทรศัพท์ตัวเอง...แบตเจ้ากรรมก็ดับพอดี “อะไรวะ แบตหมดเฉย...มีน แกเอาโทรศัพท์แกแอดไว้หน่อยสิ”
มีนรดาชะงักเล็กน้อย มือเธอสั่นน้อย ๆ แต่ก็คว้านหาโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้า หยิบมาเปิดโปรแกรมไลน์ของตัวเองก่อนจะยื่นมันออกไปให้เขา
เขายื่นมือถือเข้ามาใกล้ มีนรดายื่นโทรศัพท์ขึ้นสแกน พร้อมเสียง ติ๊ง เบา ๆ ชื่อไลน์ของเขาปรากฏขึ้นชัดเจน “Time” เธอเผลอสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาช้อนมองเขาอย่างไม่ตั้งใจ
เขาเองก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะกดบันทึก แล้วแกล้งก้มลงทำเป็นอ่านข้อความที่โชว์บนจอ “Mean…” เขาอ่านชื่อนั้น คล้ายกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
...และใช่
เขานึกถึงชื่อจากโปรแกรมสุ่มจับบัดดี้เมื่อเช้านี้ ตอนนั้นเขาไม่ได้เข้าร่วมนิเทศแต่เขาก็รู้ได้เพราะเสียงเตือนสุ่มจับบัดดี้ดังขึ้น
‘มีน มีนรดา’ นามสกุลอะไรสักอย่าง เขาจำไม่ได้
‘คณะนิเทศอินเตอร์’ “CAI”
‘เฟรชชี่ ปี 1’
เขามองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง
ชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม รองเท้าผ้าใบขาวสะอาด ไม่มีโลโก้คณะติดอยู่ที่หน้าอกเสื้อเพราะเธอถอดเข็มกลัดออก แต่สายตาเขาก็สแกนทุกจุดแล้ว ใจเขาเริ่มปะติดปะต่อได้ทีละนิด แต่กลับไม่ถามอะไร
“งั้นผมขอตัวนะครับ เดี๋ยวมีอะไรจะทักหาคุณแล้วกัน...คุณมีน” เขาเน้นชื่อนั้น
“ค่ะ…”
มีนรดาตอบเขาเสียงเบา พลางหลบตาใจโหวงไหวแปลกๆ เมื่อรถยนต์สปอร์ตสีดำด้านคันหรูขับไกลออกไป ขวัญข้าวก็พ่นลมหายใจอย่างโล่งอก
“โอ้ยยย….หล่อลากไส้แม่เอ๊ย!” ขวัญข้าวเอาสองมือมากุมหัวใจตัวเองทำท่าทางเหมือนจะล้ม “แต่เขาจ้องจิกแกเป็นพิเศษน้าามีน เอ…หรือว่าหมอนั่นแอบชอบคนสวยของฉันเข้าให้แล้วล่ะเนี่ย” ขวัญข้าวพูดด้วยรอยยิ้มทำสีหน้าเคลิ้มฝัน
“บ้า…ไม่หรอก” มีนรดาว่าเสียงสั่น พร้อมยังจับแขนเพื่อนหมุนไปหมุนมาเช็กว่าขวัญข้าวเจ็บตรงไหน
“แต่เอะใจมั้ย? เมื่อกี้เขาถาม แก นะว่าโอเคมั้ย ไม่ได้ถามฉันเลยอะ” “ฉันว่า…ความสวยของแกคงไปสะดุดตาไอ้พ่อหนุ่มรถสปอร์ตดำด้านนั้นเข้าแล้วแหงๆ”
“เลิกเป็นแม่สื่อได้แล้วมั้ยขวัญ” มีนรดาว่าให้ก่อนจะพูดกับเพื่อนสาวต่อ “อืมม…แต่ในไลน์เขาชื่อ ‘Time’ อ่ะ…ฉันไม่รู้ว่าจะใช่บัดดี้ฉันไหมนะ แต่ฉันไม่คุ้นหน้าเลย เหมือนไม่เห็นคนนี้ที่คณะด้วยนะ อาจจะไม่ใช่เขาหรอก” เธอคิดว่าอาจจะไม่ใช่ เพราะวันนี้ก็ไม่เห็นเขาตอนนิเทศ
…
เสียงฝนเริ่มโปรยลงมาบาง ๆ จากหน้าต่างบานเล็กของหอพัก มีนรดานั่งกอดเข่าบนเตียงขนาด 3.5 ฟุต ผ้าห่มสีเทาอ่อนคลุมถึงกลางอก มืออีกข้างถือโทรศัพท์แทบจะชิดใบหน้า หน้าจอเปิดค้างที่แชตไลน์ ด้านบนขึ้นชื่อว่า "Time" พร้อมภาพโปรไฟล์ที่มืดสนิท เขาตั้งโปรไฟล์แปลกๆ เธอมองจอนิ่ง ๆ อย่างครุ่นคิด
ใช่เขารึเปล่านะ...
หรือแค่บังเอิญชื่อคล้ายกัน?
ปลายนิ้วเลื่อนขึ้นเล็กน้อยเพื่ออ่านข้อความก่อนหน้า ยังไม่มีอะไรเลย นอกจากประวัติการเพิ่มเพื่อนเงียบ ๆ เมื่อตอนช่วงเย็น ข้อความที่ขวัญข้าวพูดทิ้งไว้ยังดังก้องอยู่ในหัว
“แต่เขาจ้องจิกแกเป็นพิเศษน้าามีน…”
ริมฝีปากเธอเม้มเข้าหากันเบานิดหน่อย สายฝนข้างนอกดูเหมือนจะตกแรงขึ้น เสียงฝนกระทบกันสาด ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายก่อนจะผล็อยหลับไปจนถึงเช้า
…
มหวิทยาลับ MRU
เสียงเจื้อยแจ้วของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยดังไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะใกล้ตึก C ขวัญข้าวเดินจูงแขนมีนรดาตามปกติ มืออีกข้างถือชานมไข่มุกพร้อมจ้อไม่หยุด
“วันนี้ขอให้ฉันเจอบัดดี้ก่อนเถอะ… ฉันจะอ้อนจนได้พาไปเลี้ยงไอติมเลยคอยดู”
“แล้วถุงแป้งเขาทักมาไหม?” มีนรดาถามยิ้มน้อย ๆ
“ยังเลย และฉันก็ยังไม่ได้ทักถุงแป้งไปเหมือนกัน แค่แอดไลน์กันไว้เฉยๆ น่ะ”
ทั้งสองเดินคุยกันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะได้ยินเสียง…
“กรี๊ดดดดดด!!!”
“เขามาแล้ววววววว!!!”
“โอ๊ยยย หัวใจจะวาย ทำไมวันนี้เขาหล่อขนาดนี้!!”
เสียงแหลม ๆ และเสียงวิ่งจ้อกแจ้กของกลุ่มสาว ๆ ทำให้ทั้งมีนรดาและขวัญข้าวหยุดชะงักและหันไปมองที่มาของต้นตอของเสียงพร้อมกัน
“เกิดอะไรขึ้นอะ?” ขวัญข้าวหยุดชะงัก
“ไม่รู้สิขวัญ”
ทั้งสองพยายามเขย่งตัวมองเหนือกลุ่มนักศึกษาที่มุงกันอยู่ตรงหน้า ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำพอดีตัว กางเกงสแลคเข้ารูป รองเท้าหนังเรียบหรู
...เขาเดินเข้ามาช้า ๆ ในขณะที่หูยังสวมหูฟังโอเวอร์เอียร์สีดำด้านยี่ห้อดี แม้จะไม่มีเสียงเพลงใด ๆ เปิดอยู่ แต่เจ้าตัวก็ยังคงใส่มันเหมือนเป็นความเคยชิน และเพื่อหลีกเลี่ยงบทสนทนาจากสาวๆ เขามักจะเป็นแบบนี้มานานแล้ว เพราะขนาดอยู่ไฮสคูลที่ลอนดอน พวกสาวๆ ที่นั่นก็ไม่ต่างจากสาวๆ ที่ไทยเลย มักตอแยจนน่ารำคาญ
ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาตัดกับผิวขาวนวลอย่างมีเสน่ห์สายตาคมกริบไม่ได้มองใครโดยเฉพาะ เขาเดินตรงไปยังห้องเลคเชอร์ที่ตึก C ก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 4
ขวัญข้าวหันมาสบตากันกับอีกคนที่มีท่าทางเหวอๆ
“หล่อออออ ว่าแต่!! ทำไมเขาต้องไปชั้นเดียวกันกับพวกเราด้วยนี่สิ” ก่อนที่ขวัญข้าวจะชะงักกับคำพูดของตัวเองอีกครั้ง “บัดดี้!!” เธอหันมองมีนรดาก่อนว่าต่อ “อย่าบอกนะ นายทามม์อะไรนั่นคือบัดดี้เธอน่ะมีน” อย่าเชียวน๊าา ไม่งั้นอีแม่จะกรี๊ดในใจ เอาให้ดังลั่นฮอล์ไปเลย
ไม่นานพวกเธอก็เข้าไปในลิฟต์และก็กดที่ชั้นสี่
“ฉันก็ไม่แน่ใจอ่ะขวัญ” แต่ถ้าใช่จริงๆ เราจะกล้าเข้าไปทักเขาไหมนะ หล่อดูดีขนาดนั้น แต่ก็เหมือนขวัญข้าวจะได้ยินสิ่งที่เธอคิด
“แกก็ถามเขาออกไปตรงๆ เลยสิ จะมาอายอะไร นี่เราเรียนนิเทศการแสดงนะ ถ้าแค่นี้กลัว แล้ว ปี 2-3-4 ที่ต้องแคสหน้ากล้องส่งงานอาจารย์ แกจะเข้าบทเลิฟซีนกับเขาได้หรอยัยมีน” พูดแล้วเธอก้หลุดขำท่าทางอึกอักของเพื่อนออกมา
แต่ยังไม่ทันที่คนหน้าแดงจะได้เอ่ยตอบ ประตูลิฟต์ก็มาหยุดที่ชั้นสี่พอดี
ติ๊ง
…
…
