Ep 1 เฟรชชี่
บรรยากาศเช้านี้อุ่นนิด ๆ แสงแดดลอดผ่านพุ่มอินทนิลริมฟุตปาทในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ รั้วขาวสะอาดเรียงเป็นระเบียบ กับป้ายภาษาอังกฤษสีทองหน้าเขตมหาวิทยาลัย
“Royal Metropolitan University” สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ จนเธอต้องหยีตาเล็กน้อย
มีน หรือมีนรดา วัฒนานันท์ เด็กทุนคนใหม่ของคณะ Communication Arts (International Program) ‘นิเทศศาสตร์อินเตอร์' กอดกระเป๋าผ้าใบเล็กไว้แนบอก มองตึกเรียนตรงหน้าอย่างตื่นเต้น... และตัวเกร็งในทันที
“มหาลัยอะไรทำไมมันใหญ่ขนาดนี้เนี่ย...”
Royal Metropolitan University หรือที่ทุกคนเรียกว่า (RMU) คือมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นหลักสูตรนานาชาติ 100% ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดรถไฟฟ้า รายล้อมไปด้วยนักศึกษาจากครอบครัวระดับไฮเอนด์ ลูกนักการเมือง ทายาทตระกูลใหญ่ และมีเพียงไม่กี่คน... ที่ได้รับโอกาสนี้ในฐานะ “เด็กทุน” และเธอคือหนึ่งในนั้น
ใจคิดไป ขาก็ก้าวต่อ ผ่านลานน้ำพุหน้าตึกกลาง รอบตัวเต็มไปด้วยคนแต่งตัวเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากรันเวย์ แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ได้เอ่ยดังขึ้น
“มี๊นนนน!!”
เสียงใส ๆ ดังมาจากด้านหลัง ก่อนร่างเพรียวจะโผเข้ามากอดเธอเต็มแรง
“ขวัญ!” มีนรดายิ้มกว้าง “นึกว่าจะโดนทิ้งให้หลงทางคนเดียวแล้วแหนะ” มีนรดายังแอบคิดว่ามหาลัยใหญ่ขนาดนี้ เดินคนเดียวก็รู้สึกโหวงแปลกๆ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
“โอ๋ ๆ ใครจะกล้าทิ้งคนสวยอย่างเธอยะ~”
ขวัญข้าว ดวงฤดี เพื่อนที่เธอรู้จักจากวันสอบสัมภาษณ์แค่วันเดียวก็มากพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพลังบวกที่ทั้งน่ารัก สดใส และจริงใจ จนมีนรดาอยากผูกขาดเอาไว้คนเดียว
“ตึกเราอยู่นู่นนน ตึก C เห็นป่ะ?” ขวัญข้าวจูงแขนเธอไปพลางพูดจ้อไม่หยุด
“ใหญ่เว่อร์วังจริง ๆ อะ ถ้าไม่มีรถใช้ มีหวังได้เดินจนขาลากแน่” มีนรดาหันมองรอบมหาวิทยาลัยที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
“เห็นว่าเขามี Shuttle Bus ให้นักศึกษาใช้ด้วยนะ!” ขวัญข้าวว่า ทำเอามีนรดาตาลุกวาว
“โหววว... ดีอะ!”
“ไปกัน รีบไปรายงานตัว จะได้เจอเพื่อนใหม่!” ขวัญข้าวยิ้มสดใส เธอเป็นลูกสาว ส.ส.เจนภพ ถึงจะโตมากับความหรูหรา แต่กลับเป็นคนเฟรนด์ลี่ ไม่ถือตัว ไม่มองคนจากภายนอก
“ไปสิ ไปกัน” มีนรดาเอ่ยด้วยรอยยิ้มน่ารักจนเห้นลักยิ้มที่มุมแก้มทั้งสองข้าง
แม้บ้านของมีนรดาจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนัก แต่เธอก็ไม่ได้อ่อนแอหรือยอมใครง่าย ๆ เธอเป็นเด็กทุนที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น เธอเป็นเด็กฉลาด มีไหวพริบ และมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม เธอไม่ได้มาถึงตรงนี้เพราะโชคช่วย...แต่เพราะความสามารถของตัวเองล้วน ๆ
ไม่นานนัก สองสาวก็มาถึงอาคารเรียนตึก C ตึกหลักของคณะ Communication Arts (International Program) ที่ใหญ่โตสวยงามเหมือนฉากในหนังฝรั่งไม่มีผิด... คนที่นี่ต่างเรียกมันว่า “ตึก C”
บรรยากาศในห้องโถงปฐมนิเทศของตึก C คึกคักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจ้อแจ้ เฟรชชี่เกือบพันชีวิตนั่งประจำโต๊ะกลมตามกลุ่มที่จัดไว้ จอโปรเจกเตอร์ด้านหน้าฉายโลโก้คณะ CAIP อย่างอลังการข้างหน้าโต๊ะของทุกคนมี iPad เครื่องใหม่วางรออยู่
“โอ๊ยยย... เริ่ดเว่อร์”
ขวัญข้าวลูบหน้าจอเบา ๆ “นี่เราต้องจับบัดดี้ผ่านแอปจริงดิ?”
“เห็นรุ่นพี่ว่าอย่างนั้นนะ”
“เขาว่ามันเป็นระบบสุ่มอัตโนมัติอะ”
มีนรดาตอบขณะกดปุ่ม “Start” บนหน้าจอที่ปรากฏโลโก้ RMU เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล
“RMU Buddy Secret Match” ระบบจับบัดดี้แบบลับเฉพาะตัว แนวคิดจากคณะ เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักเพื่อนใหม่แบบสร้างสรรค์ ทุกคนจะสุ่มจับบัดดี้ผ่านโปรแกรม แต่จะไม่รู้ว่าเขาคนนั้นคือใครในทันที จะรู้แค่ “ชื่อ-นามสกุล” ของเขาเท่านั้น และพวกเธอต้องไปตามหาบัดดี้กันเอาเอง
มันก็ดูน่าตื่นเต้นและท้าทายดี
“ขอต้อนรับเข้าสู่กิจกรรม RMU Buddy Secret Match นะครับน้อง ๆ!” เสียงของพี่นิเทศเอ่ยขึ้น
“ใน iPad หน้าตาของแต่ละคน จะมีชื่อทุกคนเพื่อสุ่มจับบัดดี้ของตัวเอง แต่... จะไม่มีรูป ไม่มีเบอร์ ไม่มีคิวอาร์โค้ดใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะนอกจากระบบจะสุ่มให้แล้วทุกคนต้องออกไปตามหาบัดดี้กันเอาเอง เพราะสิ่งที่เราจะให้พวกเธอทำวันนี้คือ… ‘ตามหาคนที่ใช่’ ด้วยตัวเอง”
“กรอกชื่อ-รหัสนักศึกษา และกด ‘สุ่มจับบัดดี้’ ได้เลยนะคะ” เสียงพี่คณะอีกคนเอ่ยแทรกขึ้น
นักศึกษาทุกคนในห้องต่างฮือฮาก่อนจะก้มหน้าก้มตากดหน้าจอกันใหญ่ เสียงติ๊งเบา ๆ ดังขึ้นจากแต่ละเครื่องเมื่อผลสุ่มปรากฏ มีนรดาแทบกลั้นหายใจขณะรอโหลด... หน้าจอเปลี่ยนเป็นพื้นดำเรียบหรู ก่อนจะมีชื่อปรากฏขึ้นกลางจอ
“Buddy: ธามนาธร อัครไพศาลกุล (ทามม์) ”
ธามนาธร...
มีนรดาพึมพำชื่อซ้ำในใจ
“มีน! เธอได้ใครอะ!?” เสียงของขวัญข้าวดังขึ้นข้างเจ้าตัวพร้อมกับการเอี้ยวตัวมาดู iPad อย่างอยากรู้
“ทามม์... ธามนาธร...นามสกุลอะไรซักอย่าง” มีนรดายื่นหน้าจอให้เพื่อนดูอย่างเลื่อนลอยนิด ๆ
“โอ๊ยยย ฟังดูรวยเว่อร์อะ ชื่อแบบนี้ต้องมีคอนโดอยู่สุขุมวิทแน่ ๆ” ขวัญข้าวหัวเราะคิก ก่อนจะกดของตัวเองดูบ้าง
“อุ๊ย~ เราได้ผู้หญิง! ชื่อก็น่ารัก ถุงแป้ง อรจิรา” เธอยิ้มอย่างสดใส แล้วเริ่มมองหาคนชื่อถุงแป้งอย่างตื่นเต้น
ไม่นานนัก บรรยากาศในห้องก็เริ่มคึกคัก เฟรชชี่แต่ละคนลุกจากโต๊ะเพื่อเริ่มภารกิจ "ตามหาบัดดี้" บางคนยอมเฉลยตัวเองง่าย ๆ ด้วยรอยยิ้ม บางคนก็ดูขี้เล่น ปากแข็งไม่ยอมรับว่าใช่ จนอีกฝ่ายต้องถามซ้ำหลายรอบ มีนรดาเอง... ก็เดินถามคนโน้นที คนนั้นที แต่คำตอบก็เหมือนเดิมทุกครั้ง
“ไม่ใช่ครับ”
“เราไม่ใช่ธามนาธรนะ”
“ชื่อเราคนละคนอะ ลองถามโต๊ะนู้นมั้ย?”
ไม่มีใคร… ยอมรับว่าเป็นบัดดี้ของเธอ มีนรดาลอบถอนหายใจถี่ๆ ขณะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ไหล่ทั้งสองข้างตกลงเล็กน้อยจากความเหนื่อยหน่าย
“ดีใจด้วยนะ ขวัญ บัดดี้เธอรับตัวแล้วนี่” เธอยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน
“ของฉันนี่สิ...” เธอถอนหายใจอีกครั้ง “ถามใครก็ไม่มีใครยอมรับเลยสักคน”
ขวัญข้าวทำหน้าย่น “ไม่เป็นไรหรอกน่าแก วันนี้เขายังไม่ยอมรับตัวก็ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่รับนี่นา” เธอว่าพลางเอื้อมมือมาวางบนแขนเพื่อนเบา ๆ “อีกอย่าง พวกผู้ชายที่นี่ก็อย่างที่เห็น... หล่อ รวย แล้วก็...หลงตัวเอง ฉันว่าน่าจะแค่เล่นตัวอ่ะแหละ”
ประโยคท้ายขวัญข้าวแอบทำปากเบ้ จนมีนรดาหลุดขำ
วันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่เพื่อนๆ ทุกคนได้ทำความรู้จักกันและก็ได้แนะนำตัวเองในคลาสและได้รู้จักอาจารย์ที่ปรึกษา และช่วงบ่ายก็ให้พวกเธอตามอัธยาศัยได้เลย
“จะกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ด C กันมั้ย หรือจะกลับที่พัก?”
ขวัญข้าวเอ่ยถาม ขณะเดินเคียงกันออกมาจากตึก C ที่ RMU ไม่มีหอพักในรั้วมหาลัย นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างมีคอนโดหรือบ้านอยู่เองตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว บางคนขับรถหรูมา บางคนก็มีคนขับรถรอรับบริการที่หน้าโถงตึก แต่สำหรับมีนรดา... มันไม่ใช่อย่างนั้นไง เธอทำท่าอึกอักนิดหน่อย ก่อนจะหลุบตาลงมองพื้น ความจริงเธอกะว่าจะเดินไปร้านสะดวกซื้อตรงหน้าปากซอย ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วก็พวกผักนิดๆ หน่อยๆ ก่อนจะกลับหอพัก เธออยากประหยัดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ ทุนที่ได้ก็ครอบคลุมแค่ค่าเทอม ไม่รวมชีวิตจริงหลังเลิกเรียน
ขวัญข้าวที่เดินเคียงอยู่เหมือนจะสังเกตได้
“เดี๋ยวเราเลี้ยง” เสียงสดใสเอ่ยขึ้นพลางตีที่กระเป๋าถือปักๆ “หน่าา~ เราไม่มีเพื่อนกินข้าวหน่านะ”
มีนรดาเงยหน้าขึ้นนิดหน่อย แต่ยังคงทำหน้าลังเล
“กินเสร็จเดี๋ยวเราไปส่งแกที่หอด้วยเลย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จะได้รู้ด้วยว่าแกพักอยู่แถวไหน” ขวัญข้าวยิ้มกว้าง แล้วยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับเธอ ไม่รอให้มีนรดาตอบอะไร มืออีกข้างก็จับข้อมือบางลากไปอย่างร่าเริง
“ดะ เดี๋ยวสิ… ขวัญ!!”
...
ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา
ข้าวขาหมูร้อน ๆ คะน้าหมักพิเศษกับน้ำซอสสูตรเข้มข้นก็มาวางตรงหน้า กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอชนิดที่ท้องร้องดังไปถึงดาวดวงไหนก็ไม่รู้
“เดี๋ยวฉันไปเอาต้มเลือดหมูมาอีกก่อนนะ” ขวัญข้าวลุกขึ้นยิ้มแล้วเดินไปยกต้มเลือดหมูมาอีกสองถ้วย
“ยังไม่หมดอีกเหรอขวัญ...” มีนรดาเบิกตากว้าง “เยอะเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวกินไม่หมดแน่”
ขวัญข้าวหันมายักคิ้ว “ห้ามเหลือ”
เมื่อทั้งคู่ทานข้าวเสร็จ ขวัญข้าวก็พาเพื่อนสนิทคนใหม่ไปส่งที่ที่พักตามที่รับปากไว้ พอมาถึงลานจอดรถ มีนรดาก็แอบลุ้นเพราะที่จอดที่หรูหรากว้างขวางนี่ มีแต่รถสปอร์ตยี่ห้อดังทั้งนั้น ไม่นานนัก ขวัญข้าวก็กดรีโมทจนมันแจ้งเตือนทันที เมื่อสัญญาณเตือนไฟกะพริบ มีนรดาก็ต้องตกตะลึงกับรถคันสีแดงสปอร์ตหรูยี่ห้อหนึ่งที่โลโก้เป็นรูปงู
“ขึ้นมาสิมีน” ขวัญข้าวลดกระจกลงพร้อมบอกให้เธอรีบเข้ามาในรถ
คนที่กำลังตะลึงกับรถหรูตรงหน้าใช้เวลาชั่งใจอยู่อึดใจหนึ่ง กว่าจะกล้าเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ภายในรถยนต์คันหรูมันทำให้เธอประหม่า นั่งตัวเกร็งราวกับอยู่ในห้องสัมภาษณ์ทุนอีกครั้ง
ขวัญข้าวไม่พูดอะไร เพียงยิ้มขำ ๆ กับท่าทางซื่อ ๆ ของเพื่อน ก่อนจะแตะคันเร่งออกจากลานจอดรถ เสียงเครื่องยนต์คำรามเบา ๆ อย่างนุ่มลึก ไฟท้ายรูปทรงเฉี่ยวค่อย ๆ เคลื่อนผ่านรั้วมหาวิทยาลัยราวกับฉากในหนัง
แต่ยังไม่ทันพ้นประตูรั้วดีเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...
“ว๊ายยยยยยย!!”
…
โคร่ม!!!
…
…
…
