บท
ตั้งค่า

ตอนที่ ๑ ชะตาขาด

เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเจณิสตาดังกลบทุกอย่างรอบตัว หญิงสาววิ่งฝ่าความมืดที่ไร้ปลายทาง เท้ากระแทกดินชื้นจากหมอกควันหนาที่ปกคลุมไปทั่วจนแทบมองไม่เห็นพื้นด้านหน้า

เสียงหมาหอนยาวเหยียดดังก้องรอบทิศราวกับกำลังสะกดรอยตามเธอ ไม่ว่าเธอจะเลี้ยวซ้ายหรือวิ่งขวาเสียงนั้นก็เหมือนดังขึ้นเรื่อยๆ จนขนลุกซู่

“ฮึ ฮึ… หนีไม่พ้นหรอก”

เสียงหัวเราะต่ำๆ ลอยมาตามสายควัน หญิงสาวเหลียวหลังเห็นเงาดำหลายร่างเดินตามมาอย่างช้าๆ แต่ทุกก้าวของพวกมันกลับใกล้ขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ

หัวใจของเธอเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกจากอกเธอเร่งเท้าวิ่งแต่ทางข้างหน้ากลับมืดทึบเหมือนกำแพงหมอกปิดล้อม เธอสะดุดรากไม้ก่อนล้มกระแทกพื้นอย่างแรง

“กรี๊ดดดดดด! ออกไป! ออกไปนะ!”

เธอกรีดร้องสุดเสียงมือสั่นเทาคลานถอยหลัง แต่ควันสีหม่นกลับลอยมารัดตัวเหมือนมีชีวิต กลุ่มคนในเงามืดค่อยๆ เดินเข้ามา ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มที่ไม่ควรเป็นรอยยิ้มของมนุษย์

“มึงต้องกลับมาชดใช้กรรม…” เสียงของพวกเขาผสานกันดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเย็นเยียบ

“ไม่… อย่าเข้ามาอย่า!” หญิงสาวส่ายหัวทั้งน้ำตา เมื่อเงาของพวกมันยื่นมือเข้ามาคว้าข้อเท้า เธอก็ปล่อยเสียงกรีดสุดแรง

“กรี๊ดดดดด!”

เธอผงะลุกขึ้นนั่งหอบหายใจรุนแรง เหงื่อเย็นท่วมตัวห้องนอนมืดสนิท แต่เงาในมุมห้องเหมือนยังไม่หายไป เธอปาดเหงื่อที่หน้าผากออก ลมหายใจยังไม่มั่นคง

“ฝันแบบนี้อีกแล้ว” ตั้งแต่อายุเข้า 21 ปี เธอเริ่มฝันร้ายแบบนี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรมักฝันประหลาด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เจน” คุณหญิงจารวีกับอธิปรีบเปิดประตูห้องเข้ามา แสงไฟจากโถงทางเดินสาดเข้ามาเผยให้เห็นใบหน้าของทั้งคู่ที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ทว่าลึกๆ ก็ซุกซ่อนความกังวลที่เริ่มก่อรอยร้าว

“คุณพ่อ คุณแม่” เสียงเธอสั่นราวกับเด็กเล็กที่หลงอยู่ในความมืด พอเห็นแม่ก็โผเข้ากอดทันที

“ฝันอีกแล้วเหรอลูก” คุณหญิงจารวีลูบหัวลูกสาวเบาๆ

“พวกเขาจะเอาเจนไปอยู่ด้วยค่ะ เจนกลัวมากคุณแม่ช่วยเจนด้วยนะ” หญิงสาวพยักหน้าถี่น้ำตาเอ่อจนไหลเป็นสายไหล่บางของเธอสั่นระริก เธอกอดแม่แน่นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือ แม้เพียงเสี้ยววินาทีสิ่งที่อยู่ในฝันจะดึงตัวเธอกลับไป

อธิปยืนนิ่งใบหน้าหนักใจจนเห็นได้ชัด พวกเขาพาลูกไปพบจิตแพทย์ก็แล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น จนเขาเริ่มหมดหนทาง

“นอนนะแม่จะอยู่กับลูกเอง”

“ผมจะออกไปไปคุยโทรศัพท์คุณอยู่กับลูกไป” อธิปเดินหน้าเครียดออกมา เขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อความสบายใจของทุกคน

เจณิสตา อัครนันทกุล ลูกสาวมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ ใช้ชีวิตในแบบที่ใครหลายคนใฝ่ฝันทุกเช้าเธอตื่นในคฤหาสน์สุดหรูราคาหลายร้อยล้าน ผ้าม่านอัตโนมัติค่อยๆ เปิดออกให้แสงอาทิตย์อ่อนๆ ส่องกระทบผิวเธอเหมือนภาพในโฆษณาสกินแคร์ราคาแพง

เธอเริ่มวันด้วยการจิบกาแฟอาราบิก้าคั่วพิเศษที่พ่อบ้านชงให้ จากนั้นเดินไปยังห้องแต่งตัวขนาดพอๆ กับคอนโดหนึ่งห้องของคนทั่วไป ชั้นกระจกเรียงรายไปด้วยกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดรองเท้าไฮเอนด์ และเครื่องประดับที่ประเมินมูลค่าไม่ได้

วันนี้หญิงสาวแต่งตัวในลุคเรียบหรู ชุดเดรสสีครีมจากแบรนด์ระดับโอต์กูตูร์ สวมคู่กับรองเท้าส้นสูงคอลเลคชันใหม่ที่ยังไม่วางขายในไทย ดีไซเนอร์ส่งมาให้ล่วงหน้าเพราะเธอคือ ตัวแม่แห่งวงการไลฟ์สไตล์คอนเทนต์

เมื่อขึ้นรถโรลส์รอยซ์ประตูปีกนกก็เคลื่อนตัวออกอย่างนุ่มนวลพาเธอมุ่งหน้าไปยังห้างดังใจกลางเมือง เพื่อถ่ายคอนเทนต์ช็อปปิ้งแบรนด์เนมเปิดซีซันใหม่ ที่แฟนคลับรอคอยทุกสัปดาห์

“ฮัลโหลทุกคน วันนี้เจนจะพามาอัปเดตคอลเลคชันใหม่ของแบรนด์โปรดนะคะบอกเลยว่าต้องกรี๊ด”

เสียงหวานสดใสของเธอดังไปตลอดทางเดินห้าง ผู้คนที่เห็นก็หันมองด้วยความชื่นชมและอิจฉาระคนกันทุกอย่างดูสวยงาม และหรูหราตามแบบชีวิตของเจณิสตา

จนกระทั่งในขณะที่เธอกำลังเดินผ่านโถงกว้างของชั้นลักซ์ชัวรีโซน อยู่ๆ ก็มีเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนแขนแข็งแรงคู่นั้นจะโอบรั้งตัวเธอไว้แน่นโลหะเย็นเฉียบของมีดถูกจ่อลงบนลำคออ่อนของเธอ

“อย่าเข้ามาใครเข้ามากูฆ่ามันแน่!” เสียงผู้ชายคลุ้มคลั่งตะโกนลั่น เสียงกรีดร้องของผู้คนในห้างดังระงม รปภ. และพนักงานขายรีบวิ่งหนีไปหลบหลังเสาด้วยความตกใจ

เจณิสตาตัวแข็งทื่อมือที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาเจ็ดหลักสั่นจนหลุดจากมือลมหายใจเธอขาดห้วง หัวใจเต้นแรงราวจะทะลุออกจากอก

“ปะ ปล่อยฉันนะ”

“หุบปาก!”

มีดเย็นเฉียบที่แนบลำคอทำให้หญิงสาวแทบลืมหายใจ แต่ความกลัวกลับถูกบดบังด้วยความรังเกียจจนเธอแทบสำลัก

“ปล่อยฉันนะ แกนี่มันบ้าสกปรกอย่าแตะต้องตัวฉัน!” เธอตะโกนลั่นเสียงสั่นแต่ทรงพลังจากความหวาดผวาและโทสะ

“อย่าขยับถ้าขยับอีกนิด กูปาดคอมึงจริงๆ” ชายโรคจิตคนนั้นหอบหายใจฟืดฟาด ใบหน้ามีแต่ความแค้นและไร้สติ

“ฉันบอกให้ปล่อยแกแตะต้องฉันไม่ได้ปล่อยเดี๋ยวนี้!”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยการก่นด่า เหยียดหยาม และปฏิเสธการสัมผัสของเขาอย่างถึงที่สุด ผู้คนรอบๆ เริ่มรวมตัวกัน ล้อมเป็นวงกว้างบางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปด้วยความตกใจจนมือสั่น

เสียงพนักงานห้างตะโกนให้ทุกคนถอยห่าง แต่ชายคนนั้นกลับกอดคอหญิงสาวแน่นขึ้น จนเธอรู้สึกถึงลมหายใจเหม็นอับของเขาเป่ารดต้นคอ

“หรือกูจะฆ่ามึงคนแรกดีวะ”

“กรี้ดดดด” เธอตกใจเมื่อมัดแหลมคมจ่อเข้าที่ต้นคอ หญิงสาวหลับตาแน่น

ผลัก!

เสียงทุบดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าแขนของชายโรคจิตคลายออกทันที ร่างเขาทรุดลงกับพื้นอย่างไร้สติเจณิสตาร้องเฮือก รีบผละออกจากอ้อมแขนนั้นถอยหลังจนเกือบล้ม

เมื่อเธอตั้งสติพอหันกลับไป เธอก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังร่างที่นอนสลบ เขายังถือของแข็งชิ้นหนึ่งในมือเป็นแท่งเหล็กเล็กๆ ที่ดูเหมือนส่วนประกอบของชั้นโชว์สินค้า

ชายแปลกหน้าร่างสูงใบหน้าคมคายและนิ่งสงบ ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้เป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่เขาจัดการได้ง่ายๆ สายตาเขามองมาที่หญิงสาวอย่างประเมิน

เจณิสตายืนตัวสั่นน้ำตายังไหลไม่หยุด หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก แต่ในวินาทีนั้นการมองเห็นชายแปลกหน้าเพียงคนเดียวกลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด

“ขะ ขอบ...” เสียงของเธอยังสั่นไม่หาย แต่มือเธอเอื้อมจะจับแขนเขาไว้เพราะความตื่นตระหนก แต่ชายหนุ่มกลับพูดสวนทันที น้ำเสียงเย็นจัดราวกับใบมีด

“เดินในห้างหัดมองคนบ้าง ไม่ใช่ก้มเล่นแต่โทรศัพท์ตายฟรีไม่คุ้มหรอก”

“นี่คุณ!” เธอหน้าเชิดขึ้นทันที ความโมโหพุ่งสวนความกลัว

เขาไม่สนใจน้ำเสียงเธอแม้แต่นิดเดียว กลับมองลงที่ลำคอของเธอแทน เหลือบตามองสร้อยที่ห้อยอยู่ด้วยแววประเมินอย่างเฉยชา

“สร้อยคอหัดใส่ของแท้บ้าง ตายเพราะของปลอมไม่คุ้มหรอก” เขาก้มลงเก็บของชิ้นเล็กๆ ที่หญิงสาวทำตกจี้เพชรเม็ดใหญ่ที่ตกหล่นขณะโดนจับเป็นตัวประกัน เขายัดมันกลับใส่มือเธอแบบไม่อ่อนโยนสักนิด

“ฉันใส่ของแท้นะยะ! นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!” ใบหน้าของเธอขึ้นสีทันทีทั้งโกรธทั้งอาย

เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยสายตาเรียบเฉย จนเธอรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุความฟุ่มเฟือยทั้งหมดที่ห่อหุ้มเธออยู่

“เธอยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร แล้วฉันจะรู้ได้ยังไง” ริมฝีปากเขายกขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นการเยาะเย้ยที่น่าหงุดหงิด

หญิงสาวชะงักไปทันที เหมือนคำพูดนั้นแทงเข้าไปตรงจุดที่เธอไม่เคยให้ใครแตะถึง เขาหันหลังจะเดินจากไป ก่อนทิ้งประโยคสุดท้ายโดยไม่เหลียวกลับ

“ตกดวงนะช่วงนี้หัดทำบุญบ้างเผื่อเจ้ากรรมนายเวรจะยอมปล่อย”

“ไอ้บ้าแกเป็นใครกล้ามาว่าฉันแบบนี้”

ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบเข้ามาพูดคุย พร้อมเชิญเธอไปโรงพักเพื่อให้ปากคำและดำเนินคดีกับคนร้าย

วันนี้มันวันอะไรกันนะหญิงสาวได้แต่ถอนหายใจหนักๆ เหมือนดวงซวยสุดๆ ไม่รู้ว่าก้าวขาไหนออกจากบ้านถึงได้เจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ตั้งแต่เช้ายันเย็น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel