บทที่ 7 เล่นกับความรู้สึก
“คุณแม่ของเกลนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขกครับ ส่วนคนอื่นๆก็มีหน้าที่ต้องทำเพราะฉะนั้นไม่มีใครเข้ามาตอนนี้หรอก” พูดเพื่อให้เธอคลายความกังวลลง แต่เขายังไม่ยอมขยับตัวออกห่างจากคนตัวหอมเลยแม้แต่น้อย ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งหอม
“ตะ แต่เราไม่ต้องยืนใกล้กันขนาดก็ได้นี่คะ เอ็มเจขยับไปหน่อยได้ไหม” เอบีเกลรู้สึกหายใจไม่ค่อยเป็นจังหวะ หัวใจของเธอก็เช่นกัน ยามที่เขาอยู่ใกล้ขนาดนี้ร่างกายของเธอเหมือนอยู่ใกล้กองไฟ อุณหภูมิรอบกายเธอร้อนขึ้นมาในทันทีหรือแท้จริงแล้วความร้อนมันมาจากข้างในตัวเธอเอง
“ก็ได้ครับ” เขาฝังจมูกหอมแก้มเธออีกครั้งก่อนจะยอมขยับตัวถอยห่างจากเธอหนึ่งก้าว ไม่อยากยืนห่างมากกว่านี้กลัวจะไม่ได้กลิ่นหอมๆของเธอ ตอนนี้เขาอยากรู้จังว่าเอบีเกลจะทำหน้าแบบไหนตอนหันมาหาเขา ตั้งใจหอมแก้มไปสองครั้งขนาดนั้นจะเขินเขาบ้างหรือเปล่า
“หิวหรือยังคะ” เอบีเกลพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอเขินเขา เธอมั่นใจว่าตัวเองถูกเอ็มเจขโมยหอมตั้งสองครั้ง แต่ก็ไม่อยากแสดงอาการอ่อนไหวให้เขาเห็น ที่จริงเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจหอมแก้มเธอก็ได้และถ้าทำตัวเขินต่อหน้าเขาแบบนั้นคงน่าอายมากกว่า เหมือนเธอเป็นคนหลงตัวเองอะไรแบบนั้น เอ็มเจไม่ได้รู้สึกเสน่หาอะไรในตัวเองอยู่แล้วเธอรู้เรื่องนี้ดี
ในขณะที่เอบีเกลกำลังคุยกับตัวเองอยู่ในหัวของเธอ ทางเอ็มเจพยายามอย่างมากเพื่อคุมตัวเองไม่ให้หลุดยิ้มออกไป เขารู้ว่าเอบีเกลเขิน มากด้วย แก้มแดงเหมือนลูกมะเขือเทศสุกขนาดนี้แต่ยังทำตัวเองให้เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รู้นะว่าเธอรู้ว่าถูกเขาหอมแก้ม
“ก็นิดหน่อยครับ” ตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มและเจตนามองที่แก้มแดงๆของเธอ รู้ว่าเขินอยู่แล้วก็เอาให้เขินมากขึ้นไปอีก
“เกลหอมมากนะครับ”
“คะ?” เอ็มเจฉีกยิ้มทันทีเมื่อใบหน้าของเอบีเกลฉีดแดงหนักกว่าเดิมไปอีก
“ซุปกิมจิของเกลหอมมากเลยครับ ผมได้กลิ่นตั้งแต่เดินเข้ามาในบ้าน กลิ่มหอมมากๆ หอมจนผมต้องเดินตามกลิ่นมายิ่งเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆก็ยิ่งหอมมากขึ้นไปอีก” พูดชื่นชมความหอมของซุปกิมจิไปก็โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้คนแก้มแดงมากขึ้น คนตัวเล็กกว่าทำท่าจะก้าวถอยหลังแต่ไม่ได้แล้ว เพราะเอบีเกลยืนชิดติดเคาน์เตอร์ครัวแล้วไม่ที่พื้นที่ให้เธอได้ถอยได้อีก
“โดยเฉพาะตรงนี้ หอมที่สุด” เอ็มเจตั้งใจหอมแก้มว่าที่คู่หมั้นอีกครั้งแต่ตราวนี้เขาไม่ได้ใช้แค่ปลายจมูกแล้ว ครั้งนี้เขาตั้งใจให้ริมฝีปากจุ๊บที่บริเวณโหนกแก้มของเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะผละออกแล้วกลับมายืนเต็มความสูงของตัวเอง มองจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังสั่นระริก อยากรู้จังว่าเอบีเกลรู้สึกอะไรอยู่
“เกลไม่เข้าใจ ทะ ทำไมเอ็มเจถึง...” ยกมือขึ้นแตะแก้มของตัวเองข้างที่โดนเข้าหอม มองเขาด้วยความสงสัยกับหัวใจที่เต้นแรงเหมือนมันจะหลุดออกมาจากอกเสียให้ได้
เอบีเกลไม่เข้าใจทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เอ็มเจไม่เคยหอมแก้มเธอเลยแต่วันนี้เขาทำและหอมไปหลายครั้งแล้วด้วย เขาทำไปทำไม เขาจะหว่านเสน่ห์ให้เธอหลงเขาอย่างนั้นเหรอแล้วกับผู้หญิงคนอื่นล่ะ เขาทำแบบนี้ไหม?
“ทำไมทำหน้าตกใจขนาดนั้นครับ”
“เอ็มเจอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที จากที่มองว่าเธอเขินทำไมตอนนี้รู้สึกเหมือนเธอกำลังไม่พอใจอะไรเขาสักอย่างอยู่
“ที่ผมหอมแก้มเกลเหรอครับ ผมทำคุณโกรธหรือเปล่า” เขาเริ่มไม่สบายใจแล้วสิ เขาอยากหอมแก้มเธอจริงๆ ที่ทำก็ทำไปตามความรู้สึกที่เขามี ไม่ได้มีเจตนาแกล้งหรืออะไรแอบแฝงเลย แต่ทำไมตอนนี้ เขาดูเป็นคนไม่ดีในสายตาของเอบีเกลอย่างไงก็ไม่รู้
“เกลไม่ได้โกรธค่ะ แต่เอ็มเจอย่าทำแบบนี้อีกนะคะถ้าคุณไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เกลรู้ค่ะว่าเอ็มเจไม่ได้รักเกล ไม่ได้หลงใหลในตัวเกลเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ แต่การที่เอ็มเจทำแบบนี้ มันเป็นการเล่นกับความรู้สึกของเกลนะคะ ถ้าเอ็มเจไม่รักก็อย่าทำให้เกลหวั่นไหวได้ไหมคะ เกลไม่ได้จิตใจเข้มแข็งขนาดนั้น”
ที่พูดออกไปแบบนี้เพราะว่าเธอทำใจไว้แล้ว เรื่องการหมั้นของเรามันจะเกิดขึ้นโดยปราศจากความรัก เขายอมทำเพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่ ส่วนเธอเองก็เช่นกัน เอบีเกลอยากให้แม่ของเธอไม่เป็นห่วงเรื่องนี้ เธอยอมทำเพื่อแม่ได้ ทว่า หัวใจของเธอเองก็อยากทำเช่นนั้นเหมือนกัน มันซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกที่มีให้เอ็มเจ เธอรักเขาและไม่สามารถเลิกรักได้
“ผมขอโทษ ถ้าสิ่งที่ผมทำมันสร้างความลำบากใจให้ คุณก็ช่วยฝืนทนหน่อยก็แล้วกัน มันอาจจะเกิดขึ้นอีกเพราะอนาคตเราก็ต้องอยู่ด้วยกัน เรื่องความสัมพันธ์ทางกายมันต้องเกิดขึ้น และผมสามารถทำได้แม้จะไม่ได้ รัก”
บางทีการที่เขาทำตัวเย็นชาใส่ เธออาจจะเจ็บน้อยกว่าที่เขาทำเหมือนสนใจเธอแบบนี้ อนาคตของเรามันจะต้องเดินไปแบบนี้ใช่ไหม ชีวิตคู่ที่มีบางอย่างคั้นกลางไว้ตลอดเวลา
“ผมอาจจะเป็นคนแบบนี้แต่ผมไม่เคยคิดจะเล่นกับความรู้สึกของคุณนะเกล” เอ็มเจไม่รอให้เอบีเกลพูดอะไรต่อ เขาเดินออกจากห้องครัวและตรงไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารทันที อารมณ์คุกรุ่นเกิดขึ้นในใจของชายหนุ่ม ทำไมกลายเป็นแบบนี้
‘พูดจากับเขาดีๆมันทำยากนักหรือไง’
เอ็มเจไม่ใช่ผู้ชายปากหวาน เอาใจใครไม่เก่ง พูดดีๆไม่ค่อยได้ ยิ่งกับเอบีเกลเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดอะไรทำร้ายจิตใจเธอตลอด คงเพราะเขาเป็นคนแบบนี้ ความเป็นตัวเขาเองอาจจะทำให้เธอเจอแต่เรื่องเสียใจในชีวิตคู่ เขาถึงไม่อยากทำตัวเป็นคนดีๆในสายตาเธอ
มันคงจะดีกว่าถ้าเธอจะไม่รักเขา และยกเลิกเรื่องการหมั้นของเราไปสะ การมีเธออยู่ด้วยมันย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่เขาไม่มั่นใจว่าจะทำให้เธอมีความสุขแบบที่เธอสมควรจะได้รับหรือเปล่า เพราะเขาก็ไม่ใช่คนดีอะไรนัก
“แม่ให้เด็กจัดห้องนอนให้เอ็มเจเรียบร้อยแล้วนะลูก กินข้าวกินน้ำเสร็จจะขึ้นไปพักผ่อนเลยก็ได้ ห้องอยู่ติดกับห้องของเกลเลย” พิมพ์อรพูดไปก็อมยิ้มไปด้วย การที่ว่าที่ลูกเขยขอมานอนค้างที่บ้านแบบนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี อะไรที่จะเป็นโอกาสทำให้เด็กสองคนนี้ได้ใกล้ชิดกันเธอก็ควรจะทำ
“เอ็มเจจะค้างที่นี่เหรอคะ” เอบีเกลรีบหันไปถามว่าที่คู่หมั้นของเธอด้วยสีหน้าประหลาดปนไม่อยากจะเชื่อ
“ครับ ก็อยากลองมานอนบ้านเกลบ้าง อยากเปลี่ยนบรรยากาศ” ตอบเสียงเรียบเฉย เหมือนกับการที่เขามานอนค้างบ้านเธอคือการมาพักผ่อนตากอากาศ
“พรุ่งนี้เกลติดธุระอะไรไหมครับ ผมอยากพาไปทานมื้อเที่ยงกับที่บ้าน วันครอบครัวน่ะ” เอ่ยถามพร้อมยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เขากินทุกอย่างหมดเกลี้ยงทำให้คนที่ลงมือทำอาหารด้วยตัวเองแอบปลื้มใจอยู่ไม่น้อยแต่ไม่กล้าเอ่ยถามเขาแล้วว่าอร่อยหรือเปล่า เขาชอบไหม?
“พรุ่งนี้...” ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย และนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้เธอสัญญากับพิมพ์อรว่าจะเข้าบริษัทไปช่วยแม่ของเธอเคลียร์งาน เอาอย่างไงดีละ
“เกลต้องไป...”
“ไม่ติดจ้ะ พรุ่งนี้ลูกเกลไม่ได้ติดธุระอะไร” พิมพ์อรรีบพูดแทรกลูกสาวขึ้นมาทันที เรื่องงานในบริษัทเธอเข้าไปดูคนเดียวได้สบายมาก อยากให้เอบีเกลไปกับเอ็มเจมากกว่าจะได้ใช้เวลาด้วยกันเยอะๆ
“คุณแม่” ถามคนเป็นแม่ผ่านทางสายตาเพื่อความแน่ใจ
เมื่อเห็นพิมพ์อรพยักหน้าเล็กน้อยก็เป็นอันเข้าใจตรงกันว่า พรุ่งนี้แม่ของเธอจะไปทำงานคนเดียวและอนุญาตให้เธอไปวันครอบครัวของบ้านโรเซนต์เบิร์กได้
“พรุ่งนี้เกลจะไปกับเอ็มเจค่ะ อยากให้เกลเตรียมอะไรไปด้วยไหมคะ ของหวานหรือจะเป็น...”
“เสื้อผ้าครับ”
“คะ?” เอ็มเจหันมาสบตาเอบีเกล เขาระบายยิ้มอ่อนโยนให้เธอก่อนจะหันไปพูดกับพิมพ์อรเพื่อขออนุญาตอะไรบางอย่าง
“คุณแม่ครับ จะติดปัญหาอะไรไหมถ้าผมจะขออนุญาตให้เอบีเกลไปนอนค้างที่บ้านใหญ่ด้วย” บ้านใหญ่เป็นคำที่ลูกๆใช้เรียก คฤหาสน์โรเซนต์เบิร์ก ที่อาเธอร์กับมิรันดาอาศัยอยู่ปัจจุบัน คฤหาสน์หลังใหญ่โตแต่อยู่กันสองคนสามีภรรยาเพราะลูกออกไปอยู่ข้างนอกกันหมด
“ได้สิจ๊ะ แม่ฝากเอ็มเจดูแลเกลด้วยนะ” ไฟเขียวเปิดรอให้ว่าที่ลูกเขยเสมอ อยากเอาไปไหนก็ตามสบายเลยแม่ยินดี
“ขอบคุณมากครับ ผมจะดูแลเกลอย่างดี”
ไม่อยากให้นับว่าเป็นคำสัญญาอะไร เรื่องดูแลเธอมันก็ต้องเป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้วจะวันนี้หรือปีหน้า เขาก็คือคนที่จะได้ชื่อว่าเป็นสามีของเอบีเกล จะพยายามปากหมาใส่เธอให้น้อยลงก็แล้วกัน
ทั้งสามนั่งคุยกันที่โต๊ะอาหารต่ออีกสักพักจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนสามทุ่มถึงได้พากันแยกย้ายเข้าห้องของตัวเอง เอ็มเจใช้เวลาไม่นานในการจัดการธุระส่วนตัว เขายืนสำรวจห้องนอนที่ว่าที่แม่ยายจัดไว้ให้อย่างดี ผ้าปูที่นอนกลิ่นหอมดูนุ่มน่าลงไปนอนมาก ทว่า ความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้น
เอ็มเจเดินออกจากห้องพักของตัวเองแล้วเดินต่ออีกไม่กี่ก้าวก็ถึงประตูห้องนอนของว่าที่คู่หมั้นแล้ว มองซ้ายและขวาเล็กน้อย ดูให้มั่นใจว่าไม่มีใครยืนอยู่บริเวณนี้ก่อนจะทำการเคาะประตูห้องนอนของเอบีเกล เขายืนรอไม่นานบานประตูก็เปิดออก
“ยังไม่นอนเหรอครับ”
“เอ็มเจมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผมอยากเข้าไปอ่านหนังสือในห้องเกล” อ่านหนังสือก็เป็นแค่ข้ออ้างขอเข้าห้องสาว ไม่ได้อยากอ่านอะไรทั้งนั้น
