บทที่ 6 ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจ
ทั้งสองคนใช้เวลาไปนานหลายชั่วโมงเพื่อเลือกชมของในร้านขายเฟอร์นิเจอร์ บางอย่างเอ็มเจก็ซื้อเลยและขอฝากไว้ที่ร้านก่อนแต่ของบางอย่างก็ขอเก็บไว้เป็นตัวเลือก เขาจะต้องรอจนกว่าสิ่งที่เขากำลังสร้างอยู่เสร็จแล้วเรียบร้อยจากนั้นถึงจะมาเลือกซื้ออีกครั้งหนึ่ง และแน่นอนว่าเขาจะต้องพาเอบีเกลมาด้วย เพราะสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับว่าที่คู่หมั้นของเขาด้วยเหมือนกัน
จากที่เอบีเกลช่วยเขาเลือกนู่นนี่ที่เกือบ100% เอ็มเจจะซื้อชิ้นที่เธอบอกว่าเธอชอบ มีแอบถามเขาไปบ้างว่าทำไมถึงซื้อของเยอะแยะจังแล้วซื้อไปทำไม แน่นอนว่าเอ็มเจไม่ตอบคำถามของเธอ ถ้าเขาตอบสิแปลก
“เย็นนี้ผมจะแวะไปหาคุณที่บ้านนะครับ”
“เอ็มเจพูดว่าอะไรนะคะ?”
“ผมจะไปหาเกลที่บ้านตอนเย็น จะไปทานมื้อเย็นด้วย”
เอบีเกลนิ่งงันไปทันทีเมื่อเอ็มเจทวนคำพูดของเขาจบ คือวันนี้เขามาแปลกมาก เขาทำให้เธอปรับตัวตามไม่ทันตลอดทั้งวัน แล้วอย่างตอนนี้ก็บอกว่าจะไปหาที่บ้าน จะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน อันนี้ก็แปลก โดยปกติแล้วเอ็มเจจะไปบ้านเธอเฉพาะตอนที่เราออกไปไหนด้วยกันแล้วเขาไปส่งเธอที่บ้าน แต่วันนี้เราแค่บังเอิญมาเจอกันที่นี่แล้วเขาก็ไม่ได้ไปส่งเธอสักหน่อย
“เอ็มเจมีธุระจะคุยกับคุณแม่ของเกลเหรอคะ” ก็ไม่แน่นะเขาอาจจะมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับแม่ของเธอก็ได้ เพราะถ้าไม่ได้มีธุระเขาคงไม่ไปหรอก
“เปล่าครับ ผมก็แค่อยากไปทานมื้อเย็นด้วย เกลไม่สะดวกให้ผมไปเหรอ” เลิกคิ้วขึ้นถามด้วยน้ำเสียงเรียบปกติ แต่ในใจอยากยกยิ้มให้กับใบหน้าที่มีแต่คำถามเต็มไปหมดของเธอ ก็แค่ไปกินข้าวเย็นด้วยทำไมต้องสงสัยอะไรขนาดนั้น หรือว่าเขาคือคนแปลกหน้าสำหรับว่าที่คู่หมั้น?
“เกลไม่ได้ไม่สะดวกค่ะ ก็ปกติเอ็มเจไม่ค่อยทานมื้อเย็นที่บ้านเกล...” พูดไปก็หลบสายตาคมของเขาไปด้วย เวลาเอ็มเจจ้องหน้าแบบนี้ เอบีเกลทำตัวไม่ถูกทุกทีเพราะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
“งั้นผมจะหาเวลาไปบ่อยๆ ก็แล้วกัน จะได้ปกติสำหรับเกล”
“...” ไม่ได้พูดอะไรตอบเขากลับไปแต่ใบหน้าหวานระบายยิ้มสวยออกมาให้เขาแทน เอ็มเจจะรู้ตัวบ้างหรือเปล่า การที่เขาพูดแบบนี้มีผลกับหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอมากเลยนะ
“แล้วผู้หญิงคนนั้นกลับไปแล้วเหรอคะ” ก็จำได้ว่าตอนเจอเขาตอนนั้นมีผู้หญิงอีกคนอยู่ด้วย แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว
“กลับไปแล้วครับ และไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องสนใจ”
“เกลขอโทษค่ะ” งุดหน้าลงแทบจะทันที เธอไม่รู้ว่าการถามถึงผู้หญิงของเขาจะทำให้เอ็มเจไม่พอใจแบบนี้ ถึงเขาจะไม่ได้ทำเสียงดุเธอก็ตามและเอบีเกลก็แอบบ่นตัวเองอยู่ในใจเหมือนกันที่ปากดันโพล่งถาม มันเรื่องส่วนตัวของเขาและเธอ ไม่ควรไปอยากรู้
“คุณไม่ต้องสนใจคนอื่น ผมอยากให้เกลสนแค่ผม” คนอื่นก็คือคนอื่นและไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเอ็มเจเลย ในเมื่อตัวเขาไม่สนใจ เขาก็อยากให้เอบีเกลไม่ต้องสนใจด้วย คนไหนสำคัญเอ็มเจย่อมรู้แก่ใจเขาดี แค่เธอสนใจเขาคนเดียวก็พอ
“เอ็มเจหมายความว่าอย่างไงคะ” ถามเขาออกไปด้วยหัวใจที่สั่นไหว เธออยากจะบอกกับเขาเหลือเกินหากเขามองมาที่เธอให้มากกว่านี้ เขาก็จะรู้ว่าเธอสนแค่เขามาตั้งนานแล้ว
“เย็นนี้เจอกันนะครับ” เอ็มเจเลี่ยงไม่ตอบเอบีเกล แต่ทำเป็นยกมือโบกลาเธอแล้วกำลังจะก้าวขาเดินจากไป
“เดี๋ยวค่ะเอ็มเจ”
“ครับ?” แค่ได้ยินเสียงเธอเรียกขาของเขามันก็หยุดชะงักทันทีพร้อมหมุนตัวกลับมาทำหน้านิ่งใส่
“เอ็มเจอยากกินอะไรคะ เกลจะได้เตรียมไว้ให้”
“เหมือนวันนั้นก็ได้ครับ ข้าวกล่องที่ทำไปให้ผมกินที่ห้องทำงาน แบบวันนั้นก็...อร่อยดี” พูดจบก็รีบก้าวเดินต่อไปทันที ขืนยืนมองรอยยิ้มสวยของเอบีเกลตอนที่ได้ยินเขาชมว่าอาหารที่เธอทำมาให้อร่อย รอยยิ้มแบบนั้นอันตรายกับหัวใจของเขาเกินไป ใจมันสั่นจนน่ารำคาญ หงุดหงิดที่ตัวเองดันชอบรอยยิ้มของเธอ
‘เห็นรอยยิ้มนี้มาตั้งแต่เด็กทำไมยังไม่ชินอีก!’
“ตอนเย็นท่านประธานมีนัดกับ...”
“ยกเลิกของคนอื่นให้หมด” วันนี้หลังเลิกงานนัดใครไว้บ้างก็ไม่รู้ เอ็มเจไม่เคยจำปล่อยให้วิชาญเป็นคนช่วยเรื่องนี้แทน ส่วนมากเวลาหลังเลิกงานนัดหมายของเอ็มเจก็มีแค่ไปดินเนอร์กับคนนู่นคนนี่ ไม่ใช่คนสำคัญอะไรก็แค่หาเพื่อนกินข้าว นั่งดื่ม หรือถ้าวันไหนเขามีความต้องการก็อาจจะซื้อกลับด้วย
ทำตัวเหมือนขี้เหงาไปอย่างนั้นแหละ ก็แค่ไม่อยากปล่อยให้หัวของเขาว่าง เพราะมันชอบคิดถึงคนบางคน คนที่อยากผลักออกแต่ยิ่งผลักก็ยิ่งใกล้มากกว่าเดิม พยายามทำตัวออกห่างมากเท่าไหร่ก็เหมือนต้องใกล้มากเท่านั้น
“วันนี้ผมจะไปนอนบ้านว่าที่คู่หมั้น”
“ไปบ้านคุณหนูเอบีเกลเหรอครับท่านประธาน” วิชาญถึงขั้นต้องถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ
“ไปนอนค้างด้วยเหรอครับ?” เอ็มเจปล่อยเสียงหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าประหลาดใจของเลขาคู่ใจของเขา อย่าว่าแต่วิชาญเลยตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมอยากทำแบบนี้ ไม่เคยคิดอยากเข้าใกล้แต่พักหลังๆ มานี่เขาห้ามตัวเองไม่ค่อยได้เลย ห้ามไม่ได้ก็ทำตามใจไปเลยแล้วกันจะไปยากอะไร
“ใช่ครับ แล้วพรุ่งนี้ว่าจะพาเกลไปอ่านหนังสือที่คาเฟ่ด้วย”
“ครับ แต่ท่านประธานคงไม่ลืมใช่ไหมครับวันพรุ่งนี้...” คุณเลขาเว้นคำพูดเอาไว้แอบมองใบหน้าเอ็มเจผ่านทางกระจกมองหลัง
“วันพรุ่งนี้? อ๋อ วันครอบครัว” อันนี้เขาลืมจริง ก็ลืมมันทุกเดือนด้วย ทุกวันสิ้นเดือนจะเป็นวันที่เขากับเบเนดิกต์และมาริสาน้องสาวคนเล็กของบ้านจะต้องไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเที่ยงกับคุณและคุณนายโรเซนต์เบิร์ก
คนต้นคิดเรื่องนัดมาเจอกันทุกวันสิ้นเดือนก็คือมิรันดาแม่ของพวกเขานั้นเอง เหตุผลก็เพราะลูกๆ ของเธอหลังจากโตเป็นหนุ่มก็พากันออกมาพักส่วนตัวข้างนอก ไม่ยอมโผล่หัวมาให้เจอเลย ส่วนมาริสาแต่งงานก่อนพี่ๆ และย้ายออกไปอยู่บ้านของสามีเมื่อปีที่แล้ว ถ้ามิรันดาไม่ทำแบบนี้ปีๆ หนึ่งจะได้เห็นหน้าลูกไหม
“ผมคงต้องพาเกลไปด้วย”
ตอบแบบยิ้มๆ ไม่คิดว่าจะพูดแบบนี้ออกมาจากปากเหมือนกัน ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะพาว่าที่คู่หมั้นไปบ้าน แม้ว่าแม่ของเขาจะขอร้องให้พาเอบีเกลมาหาบ้างแบบไปรับมาหาบ้างไม่ใช่ให้เธอมาด้วยตัวเอง เอ็มเจคิดจะทำตามความต้องการแม่สะที่ไหน อยากมาก็มาเองทำไมต้องไปรับ
“แบบนี้คุณผู้หญิงต้องดีใจมากแน่เลยครับ แล้วจะให้ผมแจ้งไว้ล่วงหน้าไหมครับหรือท่านประธานจะพาไปเซอร์ไพรส์”
“อืมมม แจ้งไว้ล่วงหน้าก็ดีครับ รบกวนคุณชาญเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณนะครับ” พูดสิ่งที่ต้องการจบเอ็มเจก็ขอปิดเปลือกตาของตัวเอง เขาต้องการพักสายตาสักหน่อยอยากนึกจินตนาการถึงใบหน้าหวานขณะที่กำลังเตรียมทำอาหารไว้รอเขา
‘เป็นลูกคุณหนูที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองตลอดเลยนะ ชอบทำเรื่องวุ่นวาย จู้จี้บางที ชอบเป็นห่วงจนเกินไป ทำตัวน่ารักจนใจเจ็บ น่ารำคาญจริงๆ’
@บ้านเอบีเกล
ว่าที่คู่หมั้นสาวกำลังสาละวนอยู่กับการเตรียมทำคิมบับและซุปกิมจิไว้รอแขกคนสำคัญที่คาดว่าน่าจะมาถึงเร็วนี้ๆ
“รสชาติจะเหมือนวันนั้นไหมนะ กลัวจัง” ชิมไปก็บ่นไป วันนี้เอบีเกลตั้งใจเข้าครัวทำอาหารให้เขาด้วยตัวเองโดยที่ไม่ให้คนรับใช้ในบ้านเข้ามาช่วยด้วย เธออยากทำด้วยตัวเองทุกอย่างตั้งแต่ต้นจบ
และดูเหมือนการทำอาหารครั้งนี้จะมีความกังวลมากกว่าครั้งไหนๆ คงเป็นเพราะเขาบอกว่าจะมากินมื้อเย็นด้วยละมั้งเธอถึงได้ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัวว่าจะทำอาหารออกมารสชาติไม่เหมือนวันนั้นที่ทำไปให้เขากิน
“อืมมม แต่เราก็ทำทุกอย่างเหมือนคราวก่อน รสชาติต้องเหมือนเดิมอยู่แล้วแหละ หวังว่าเอ็มเจจะชอบนะ อุ๊ย!!”
คนที่กำลังจัดคิมบับใส่จานอยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เมื่อจู่ๆ แก้มด้านขวาของเธอก็โดนใครบางคนฝั่งจมูกลงมาและได้ยินเสียงสูดลมหายใจฟอดใหญ่ของเขาด้วย
“เอ็มเจ...” เอบีเกลยืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับเมื่อรับรู้ได้ว่าเขายืนซ้อนหลังเธออยู่ แนบชิดมาก และไหนจะปลายจมูกของเขาที่ตอนนี้เคลื่อนจากแก้มเนียนของเธอไปที่ใบหูเล็ก
“เกลหอมจังครับ” กระซิบเสียงแผ่วเบาที่ข้างหูของเธอ
“เอ็มเจ...” เอียงคอหลบลมหายใจร้อนของเขา แต่ยังคงไม่กล้าขยับตัวแล้วหมุนกลับมาหาเขา เรายืนแนบชิดกันมากจนเอบีเกลรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่นักหากมีคนเดินเข้ามาเห็นคงจะดูไม่ดี และถ้าเป็นแม่ของเธอมาเห็นคงดูแย่มากแน่ๆ ในสายตาของผู้ใหญ่
“ไม่มีใครเข้ามากวนตอนนี้หรอกครับ” เขาพูดปนหัวเราะเบาๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงการเกร็งและเป็นกังวลของเอบีเกล ใครจะกล้าเข้ามากวน มีแต่คนสนับสนุนให้เขาอยู่กับเธอสองต่อสองโดยเฉพาะพิมพ์อรที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้เอ็มเจเดินเข้ามาหาว่าที่คู่หมั้นในห้องครัว
(ตามสบายนะลูก แม่จะไม่ให้ใครเข้าไปกวนและจะให้แม่บ้านขึ้นไปเตรียมห้องนอนไว้ให้เอ็มเจ)
แม่เธอพูดแบบนี้เลย เปิดทางให้ว่าที่ลูกเขยมากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พิมพ์อรไม่ใช่ไม่หวงลูกสาวแต่เอบีเกลก็อายุรุ่นเดียวกันกับเอ็มเจ อายุ32ไม่น้อยแล้วนะ เธออยากให้ลูกสาวออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝาจะได้หมดห่วง การแต่งงานเพราะธุรกิจมันก็ส่วนหนึ่งเท่านั้น
